Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

Boucheron ปลุกจิวเวลรีชิ้นมรดกในแคมเปญ ‘Outside the Vault’ เพราะความงามไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเก็บไว้!

Boucheron เชื่อว่าเครื่องประดับควรมีชีวิต แคมเปญ 'Outside the Vault' จึงพาผลงานมรดกจากหลากหลายยุคสมัยออกจากคลัง และรังสรรค์จิวเวลรีชิ้นใหม่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ โอตกูตูร์ และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างทันสมัย

05 มิถุนายน 2569

     Boucheron เปรียบเปรยว่าเครื่องประดับควรเป็นดั่งสนามเด็กเล่น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ควรถูกเก็บรักษาไว้ในคลังหรือจัดแสดงอยู่หลังกระจก แต่คือสิ่งที่ควรโลดแล่น มีชีวิต และเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับผู้สวมใส่ จิตวิญญาณดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านบทใหม่ของแคมเปญ 'Outside the Vault' ที่นำผลงานมรดกจากหลากหลายยุคสมัยมาตีความใหม่ ตั้งแต่เครื่องประดับที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเทียร่าได้ ไปจนถึงชุดเครื่องประดับ 'Pluriel' จากปี 1987 ที่เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ถอด เปลี่ยน และประกอบชิ้นส่วนใหม่ได้ตามความปรารถนา สะท้อนแนวคิดของ Boucheron ที่มองเครื่องประดับเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่วัตถุหยุดนิ่ง ทุกชิ้นจึงถูกออกแบบมาเพื่อเคลื่อนไหว ปรับเปลี่ยน และสร้างบทสนทนาใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ

 

 

Article

Lily of the Valley Necklace (1893) และ Horse Chestnut Leaf Brooches (1879)

บทแรกของแคมเปญพาผู้ชมย้อนกลับไปสู่ความหลงใหลในธรรมชาติของ 'Frédéric Boucheron' ผู้ซึ่งเลือกมองธรรมชาติอย่างซื่อตรงและเคารพในรายละเอียดอันแท้จริงของสิ่งมีชีวิต เครื่องประดับมรดกสองชิ้นที่ถูกหยิบมาถ่ายทอดเรื่องราวนี้คือสร้อยคอ 'Lily of the Valley' จากปี 1893 และชุดเข็มกลัดรูปใบเกาลัดม้าทั้งห้าชิ้นจากปี 1879 ซึ่งต่างสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเทียร่าได้ แสดงให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องเครื่องประดับที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้มีอยู่ในดีเอ็นเอของ Boucheron มาอย่างยาวนาน ในการตีความใหม่ครั้งนี้ ชิ้นงานประวัติศาสตร์ถูกจับคู่กับซิลูเอตต์ร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นการสวมสร้อยคอในรูปแบบโช้กเกอร์ หรือการติดเข็มกลัดบนปกเสื้อเบลเซอร์คัตติ้งเฉียบคม ทำให้เครื่องประดับที่มีอายุกว่าศตวรรษยังคงดูสดใหม่และเข้ากับวิถีการแต่งตัวในปัจจุบันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

Article

Pluriel Collection (1987) และ Sinnamary Bracelet (1986)

บทที่สองสะท้อนอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ Boucheron นั่นคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้สวมใส่มีส่วนร่วมกับเครื่องประดับอย่างอิสระ ผ่านชุด 'Pluriel' ที่เปิดตัวในปี 1987 ซึ่งประกอบด้วยสร้อยคอ ต่างหู กำไล และแหวนที่สามารถถอด เปลี่ยน หรือประกอบใหม่ได้ตามความต้องการ ด้วยการสลับวัสดุระหว่างเพชร ปะการัง โอนิกซ์ หรือลาพิสลาซูลี

ขณะเดียวกันกำไล 'Sinnamary' จากปี 1986 ยังสะท้อนความกล้าหาญในการเลือกใช้วัสดุที่ไม่คาดคิด ผ่านการจับคู่ไม้ ทองคำ ทับทิม และเพชรเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ แม้เวลาจะผ่านมากว่าสี่ทศวรรษ ผลงานเหล่านี้ยังคงดูร่วมสมัยและสอดคล้องกับแนวคิดการแต่งตัวในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึงตัวตนและความเป็นปัจเจกมากกว่ากฎเกณฑ์แบบเดิม

 

 

Article

Tassel Necklace (1952), Tassel Bracelet (1946) และ Retro Watch (1947)

สำหรับบทสุดท้าย Boucheron หันกลับไปสำรวจรากเหง้าด้านโอตกูตูร์ของของตนเองที่เคยได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแฟชั่น อันเป็นมรดกที่สืบทอดมาจาก 'Frédéric Boucheron' ผู้เติบโตในครอบครัวพ่อค้าผ้า สร้อยคอพู่จากปี 1952 สร้อยข้อมือพู่จากปี 1946 และนาฬิกา Retro จากปี 1947 ถูกนำมาจัดวางร่วมกันราวกับเป็นองค์ประกอบของลุคเสื้อผ้าหนึ่งชุด รายละเอียดอย่างพู่ประดับและเทคนิค Spirotube Mesh ซึ่งพัฒนาขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ช่วยให้ทองคำมีความยืดหยุ่นและพลิ้วไหวราวกับผืนผ้า ยิ่งเมื่อจับคู่กับเสื้อผ้าทรงเรียบในโทนสีโมโนโครม เครื่องประดับเหล่านี้ยิ่งเผยให้เห็นเสน่ห์ของงานฝีมือและตอกย้ำว่าที่ Boucheron เส้นแบ่งระหว่างจิวเวลรีและโอตกูตูร์นั้นแทบไม่เคยมีอยู่จริง

 

 

Article

     ตลอดระยะเวลากว่า 167 ปี Boucheron ไม่เคยมองเครื่องประดับควรเป็นเพียงของมีค่าที่ควรเก็บรักษาไว้เพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับการชื่นชม สวมใส่ เคลื่อนไหว และตีความใหม่อยู่เสมอ 'Outside the Vault' จึงเป็นแคมเปญที่นำชิ้นงานมรดกมาพิสูจน์ว่าความคิดสร้างสรรค์อันก้าวล้ำของมนุษย์และ Boucheron สามารถอยู่เหนือกาลเวลาได้อย่างสวยงาม

 

 

(สามารถอ่านเรื่อง VOGUE BIJOUX | Boucheron และสร้อยเพชร ‘The Spark’ เมื่อจิวเวลรีไม่ควรเป็นสิ่งที่พันธนาการผู้หญิง! ได้ที่นี่)