Vogue Thailand

FASHION

Acne Studios x Hussein Chalayan ความเซอร์ไพรส์ที่จะชุบชีวิตแฟชั่นยุค 2000s กลับมาอีกครั้ง

การเนรมิตความสร้างสรรค์ผ่านมุมมองเชิงศิลป์และนวัตกรรม รวมถึงความท้าทายในความแตกต่าง แนวคิดของการชุบชีวิตแฟชั่นยุค 2000s จาก Hussein Chalayan โดย Acne Studios อาจเป็นโปรเจกต์คอแลบอเรชั่นที่น่าตื่นเต้นที่สุดในปี 2026

14 ตุลาคม 2569

ตำนานของ Hussein Chalayan ถือเป็นบทบันทึกของโลกแฟชั่นที่ทำให้ใครหลายคนหลงรัก เรื่องราวบนรันเวย์ที่เล่าผ่านภาษาการออกแบบยึดติดตราตรึงในความทรงจำ ทว่าในช่วงหลังยุคโควิด-19 ดีไซเนอร์อังกฤษเชื้อสายไซปรัสวางมือไปอย่างน่าเสียดาย ยุติบทบาทการเป็นดีไซเนอร์ขาประจำในช่วงแฟชั่นวีก และหันมาทำโปรเจกต์พิเศษในศาสตร์แขนงต่างๆ เสียมากกว่า ความหวังที่จะได้เห็นเขากลับมาโลดแล่นบนเวทีแฟชั่นระดับแถวหน้าเป็นแสงที่แสนเลือนลาง แต่แสงสว่างนั้นก็ถูกจุดให้ลุกโชนอีกครั้งกับโปรเจกต์คอแลบอเรชั่นสุดพิเศษโดย Acne Studios

Hussein Chalayan กับมุมมองแห่งการทดลอง นวัตกรรม และมิติความงามที่มีเอกลักษณ์

สำหรับดีไซเนอร์ที่มีภาษาการออกแบบชัดเจน การห่างหายไปจากสารบบแฟชั่นทั่วไปอาจไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อจังหวะเวลามาถึงอย่างเหมาะสม ผลงานของเขาก็จะเฉิดฉายเปล่งประกายในทุกห้วงเวลา สำหรับโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนไม่ได้ใส่ใจเพียงผลงานใหม่แกะกล่องบนรันเวย์ประจำซีซั่น ทว่าหันมาสนใจในผลงานเก่าแก่ที่สร้างชื่อและทำให้เขากลายเป็นตำนาน ผลงานแฟชั่นทั้งหลายล้วนถูกมองว่าเป็นผลงานเชิงศิลป์แขนงหนึ่งไปแล้ว การกลับของชื่อ ‘Hussein Chalayan’ จึงไม่ใช่การกลับมาด้วยชื่อเสียงเรียงนามเพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ แต่กลับมาด้วยความงดงามและองค์ประกอบทางศิลปะที่อาจทำให้สาวกแฟชั่นได้เสพสมอย่างอิ่มหนำสำราญอีกครั้ง

  • Studios กับการเนรมิตโปรเจกต์พิเศษเพื่อชุบชีวิต Hussein Chalayan อย่างมีนัยสำคัญ

ช่วงเวลาขาขึ้นของ Acne Studios ในยุคหลังโควิด-19 สอดคล้องกับเทรนด์การแสดงออกของปัจเจกบุคคลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้นแบบทวีคูณ ความสวยงามถูกประเมินค่าและนิยามขึ้นใหม่ด้วยมุมมองและตัวตนของปัจเจกบุคคลเป็นส่วนใหญ่ วิถีของ Acne Studios ที่เกิดจากการคลุกเคล้าแรงบันดาลใจ ผสมผสานเข้ากับความโมเดิร์นร่วมสมัย การหยิบยกเอาเรื่องราวในอดีตมาผสมผสานกับปัจจุบัน ต่อยอดสู่จินตนาการแห่งอนาคต แนวคิดของผู้อำนวยการสร้างสรรค์อย่าง Jonny Johansson ที่ไม่ใช่บุคลากรแฟชั่นสายเย็บปักถักรอย มันช่วยเปิดมุมมองของโลกแฟชั่นที่อาจไม่ได้มีจุดขายเรื่องงานฝีมือเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าเป็นสไตล์ความโดดเด่นที่ขับตัวตนและจิตวิญญาณของผู้สวมใส่ได้อย่างน่าทึ่ง ดังนั้นการหยิบยกผลงานของดีไซเนอร์ระดับไอคอนของวงการมาเป็นรากฐานเพื่อสรรสร้างโปรเจกต์คอแลบอเรชั่นสุดพิเศษ นำเสนอในรูปแบบคอลเล็กชั่นแคปซูลและหนังสือลิมิเต็ด มันคือการตอกย้ำว่าวิสัยทัศน์ในแบบฉบับแบรนด์สัญชาติสวีเดนอันโด่งดังสามารถสอดประสานกับมิติความหลากหลายในโลกแฟชั่นได้อย่างกลมกลืน

  • รากฐานผลงานของ Hussein Chalayan มีความสำคัญอย่างไร และจะต่อยอดสอดประสานเข้ากับ Acne Studios ด้วยวิธีไหนกันแน่…

“กินบุญเก่า” คำบรรยายแสนร้ายแรงนี้อาจเป็นมลทินไว้ตราหน้าใครก็ตามแต่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มักผลิตซ้ำความสำเร็จแบบเดิมเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่สำหรับ Acne Studios และ Hussein Chalayan อาจปัดตกข้อครหานี้ไปได้กับคอลเล็กชั่นที่สรรสร้างมาด้วยความน่าตื่นเต้น ในเมื่อยุคสมัยแฟชั่นจากช่วง 2000s กำลังเติบโตอีกครั้ง มันไม่ใช่ในลักษณะ Y2K ตามวัยรุ่น Gen Z บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว เพราะผลงานของดีไซเนอร์รุ่นเก๋ามีแนวคิดในการพัฒนาและต่อยอดความเรียบง่ายแบบดั้งเดิมด้วยความท้าทายเชิงนวัตกรรม และคิดค้นหาวิธีที่ทำให้ไอเท็มที่แสนธรรมดากลายเป็นความพิเศษเหนือระดับอันน่าตื่นเต้น วันนี้ Acne Studios ยึดถือแนวคิดของ Hussein Chalayan และหยิบยกเอาผลงานจากคอลเล็กชั่นยุค 2000s มาตีความใหม่และสอดแทรกภาษาความสร้างสรรค์ลงไป ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดจากคอลเล็กชั่น ‘Ventriloquy’ ในปี 2001 หรือจะเป็น ‘Medea’ ในปี 2002 และ ‘Manifest Destiny’ ในปี 2003 ผลงานเหล่านี้คลุกเคล้ากับดีเอ็นเอที่ถ่ายทอดออกมาเป็นรหัสการออกแบบอย่างการใช้ผ้าเจอร์ซีย์ ผ้าเดนิม และหนัง ดังนั้นผลงานการคอแลบอเรชั่นจึงเป็นมากกว่าการหยิบของเก่ามาเล่าใหม่ แต่เป็นการเลือกสรรมิติความสร้างสรรค์มาผสมผสานเข้ากับอัตลักษณ์ และเสิร์ฟมันในรูปแบบที่สดใหม่ทะลุกรอบปี 2026

  • Acne Studios กับคอลเล็กชั่นแคปซูลที่ร่วมมือกับ Hussein Chalayan มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

หากเรื่องราวเบื้องหลังยังกระตุกต่อมความน่าสนใจได้ไม่มากพอ มาเจาะลึกกันว่าคอลเล็กชั่นแคปซูลที่กำลังจะเสิร์ฟร้อนถึงมือสาวกแฟชั่นทั่วโลกมีอะไรกันบ้าง อย่างที่กล่าวไปว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีจุดเด่นและมันถูกคลุกเคล้ากันอย่างไร้รอยต่อ เราจะเห็นผ้าเดนิมที่ถูกตัดแต่งด้วยเทคนิคแพตช์เวิร์ก ในขณะเดียวกันก็มีการเล่นกับซิลูเอตความอสมมาตร การสร้างเลเยอร์ใหม่ๆ ให้กับไอเท็มเบสิก เหมือนกับมุมมองความสร้างสรรค์ของ Acne Studios ที่สอดประสานเข้ากับแนวคิดเชิงศิลป์ของ Hussein Chalayan เหลือบไปถัดจากเซ็ตเดนิมจะพบกับกางเกงลายงูที่จำลองลวดลายออกมาอย่างหวือหวา ในขณะที่การใช้ผ้าเจอร์ซีย์แสนเรียบง่ายกลายเป็นหมัดเด็ดที่พร้อมกระตุกต่อมความต้องการของแฟนๆ เดรสกับลูกเล่นการเลเยอร์ที่มีชั้นเชิง เสื้อกล้ามที่มีเอกลักษณ์ความบิดเบี้ยวสไตล์อสมมาตร หรือแม้แต่กระเป๋า Camero Bag อันโด่งดังก็มาพร้อมการตกแต่งด้วยเทคนิคแพตช์เวิร์กเช่นเดียวกัน แม้ไอเท็มทั้งหมดจะมีเพียง 12 ชิ้น แต่สำหรับแฟนตัวยงคงไม่มีอะไรที่ควรพลาดเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังมีหนังสือ “Reference: Hussein Chalayan” ที่กำกับทิศทางเนื้อเรื่องโดย Charlene Prempeh บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาและรหัสการออกแบบที่เป็นแรงบันดาลใจในการคอแลบอเรชั่น เช่นเดียวกับวิธีการทำงานและการตีความอันร่วมสมัยจนเกิดเป็นผลงานครั้งใหม่ โดยหนังสือเล่มนี้ผลิตจำกัดเพียง 1,000 เล่มเท่านั้น

  • แคมเปญแห่งมนตร์เสน่ห์ ความสร้างสรรค์ และประวัติศาสตร์ กับพิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert

นอกจากเรื่องราวแรงบันดาลใจอันน่าทึ่ง ประกอบกับผลงานใหม่ 12 ชิ้นที่เชื่อว่าจะต้องเป็นที่ต้องการของสาวกแฟชั่นทั่วโลก โดยเฉพาะแฟนคลับของ Acne Studios และ Hussein Chalayan ความร่วมมือไม่ได้จบลงแค่ 2 ฝ่าย เพราะโปรเจกต์ครั้งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert แห่งกรุงลอนดอน ร่วมด้วย โดยหัวใจสำคัญของการจับมือกันทอดต่อกันคือการสร้างสรรค์แคมเปญในพื้นที่ V&A East Storehouse สถานที่เก็บผลงานของจากคลังอาร์ไคฟ์เก่าแก่ ผลงานชิ้นใหม่ถูกบรรจงจัดเรียงเคียงคู่กับองค์ประกอบของพิพิธภัณฑ์และคลังเก็บงานศิลปะ เปรียบเปรยราวกับว่านี่คือการชุบชีวิตผลงานดั้งเดิมให้กลับมามีชีวิตและมีความสดใหม่พร้อมสำหรับการถูกนำออกจากพิพิธภัณฑ์และจัดวางหน้าร้านให้ทุกคนได้จ้องมองและต่อเนื่องด้วยการจับจอง ในขณะที่มันเป็นช่วงเวลาแห่งความหลังที่จะพาย้อนถึงประวัติศาสตร์แฟชั่นที่ Hussein Chalayan สรรสร้างจนผลงานต่างๆ ถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัย ณ สถานที่แห่งนี้ ภาพของชุดจากยุค 1990s  จนถึงยุค 2010s ถูกแกะกล่องและจัดวาง แม้แต่ภาพถ่ายของ Donna Trope ที่บันทึกภาพคอร์เซ็ตจากปี 1996 ก็เป็นหนึ่งในงานศิลปะที่น่าสนใจ

  • คำพูดถึงกันและกัน จาก Jonny Johansson แห่ง Acne Studios ถึง Hussein Chalayan

คำกล่าวของหัวเรือใหญ่ผู้นำทัพไหลตามสายธารแห่งความสร้างสรรค์ได้กล่าวถึงกันในโปรเจกต์นี้ โดยหัวเรือใหญ่แห่ง Acne Studios กล่าวว่า “ผลงานของ Hussein มันช่างมหัศจรรย์ในสายตาผมเสมอ เขามีอิมแพกต์ต่อโลกแฟชั่นอย่างมหาศาล และผมต้องการจะดึงสิ่งเหล่านั้นกลับมา” พร้อมเสริมว่า “มันเป็นความรู้สึกแสนพิเศษที่ได้ทำงานร่วมกับใครสักคนที่คุณยกไว้บนหิ้ง สิ่งที่คุณทำได้คือการปล่อยความอิสระให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ โดยสิ่งที่หลอมรวมเราทั้งสองเข้าด้วยกันคือแนวคิดที่ว่างานออกแบบและความสร้างสรรค์คือความสำคัญลำดับแรกเสมอ” ในขณะที่ดีไซเนอร์มือฉมังก์ผู้เป็นต้นแบบของนักสร้างสรรค์ยุคใหม่หลายต่อหลายคนกล่าวว่า “ผมชอบทำงานกับ Jonny และทีมในการรังสรรค์ส่วนของงานเดนิมในคอลเล็กชั่น ทีม Acne Studios มาจากหลากหลายเจเนอเรชั่น ซึ่งมันทำให้พวกเขาสามารถนำมุมมองอันสดใหม่มาสู่ภาษาของผม ผมมองว่ามันน่าตื่นเต้นมาก” ก่อนจะกล่าวเพิ่มเติมว่า “มันทำให้ผลมองย้อนกลับไปหาผลงานเก่าๆ ในมุมมองที่ต่างออกไป ในขณะเดียวกันมันก็กระตุกใจถึงสิ่งที่เราสรรสร้างในคุณภาพที่เป็นอมตะเหนือกาลเวลา การได้เห็นผลงานเหล่านั้นถูกตีความใหม่ มันทำให้ผมตระหนักรู้ทันทีว่าแนวคิดไอเดียต่างๆ สามารถสะท้อนและพัฒนาไปไกลกว่าบริบทดั้งเดิม”

 

(สามารถชมภาพเพิ่มเติมเมื่อ Acne Studios เปิดบูติกอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้กับบทความ รวบภาพเอ็กซ์คลูซีฟ JOHNNY และเหล่าเซเลบริตี้ไทยในงานเปิดตัวบูติก Acne Studios แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ)

ภาพ : Courtesy of Acne Studios