โว้กประเทศไทยได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Jonny Johansson ครีเอทีฟดีไซเนอร์และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Acne Studios ที่ได้เดินทางมาเปิดสโตร์เป็นแห่งแรกแล้วในเมืองไทย ตั้งแต่เรื่องราวความสำคัญของตลาดเมืองไทย, อิทธิพลของการตัดสินใจของเหล่าสาวกแฟชั่น Gen Z ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา เรื่อยไปจนถึงแผนในอนาคตของแบรนด์สุดไฮป์อายุ 30 ปี แบรนด์นี้แบบอินไซต์...
VOGUE: ตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบัน เกือบ 30 ปี คุณมองว่าโลกแฟชั่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จากมุมมองของคุณในฐานะดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Acne Studios?
JONNY: ตอนที่เราเริ่ม Acne Studios ในปี 1996 เราอยู่นอกวงการนั้นโดยสิ้นเชิง สต็อกโฮล์มไม่ใช่เมืองที่ใครมองว่าเป็นศูนย์กลางแฟชั่นเลย ดังนั้นมันจึงมีความรู้สึกตลอดเวลาว่าเรากำลังแอบเดินเข้าไปในห้องที่ไม่ได้รับเชิญ เราเดินไปมาเหมือนรอให้ใครสักคนบอกว่า ‘คุณมันไม่เข้าพวก คุณไม่ควรอยู่ที่นี่’ แต่ในทางหนึ่ง ตำแหน่งของการเป็นคนนอกนั้นกลับกลายเป็นจุดแข็งของเรา เพราะเมื่อไม่มีใครคาดหวังอะไรจากคุณ คุณก็มีอิสระมากขึ้น เราสามารถผสมผสานสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน พร้อมทำลายกฎเกณฑ์ สร้างแบรนด์จากความขัดแย้ง ความผิดพลาด และการร่วมมือ เพราะเราไม่มีบทเรียนหรือสูตรสำเร็จอะไรให้ต้องทำตาม เราแค่พยายามรักษาจิตวิญญาณไว้ในงานเท่านั้น
โลกแฟชั่นเปลี่ยนไปอย่างมหาศาลตั้งแต่นั้นมา มันดังขึ้น เร็วขึ้น และเป็นสากลมากขึ้น แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ามีระยะห่างที่ดีต่อสุขภาพอยู่ Acne Studios เติบโตจากสัญชาตญาณ จากความอยากรู้อยากเห็น และจากการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของคนอื่น และบางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่เรายังอยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้ เรารักษาพลังงานของการเป็นคนนอกเอาไว้ แม้ว่าเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินแฟชั่นไปแล้วก็ตาม
VOGUE: Acne Studios เป็นที่รู้จักในเรื่องแนวคิดการออกแบบและการผสานศิลปะกับแฟชั่นได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งกลายเป็นลายเซ็นของแบรนด์ คุณช่วยเล่าจุดเริ่มต้นของสิ่งนี้ได้ไหม?
JONNY: นี่คือวิธีที่เราเริ่มต้น นั่นคือการผสมผสานของงานสร้างสรรค์หลากหลายอย่างตั้งแต่ก่อนจะเป็นแบรนด์แฟชั่นเสียอีก ผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่ผมมองโลกนั่นแหละ ดนตรี สถาปัตยกรรม การถ่ายภาพ แม้กระทั่งการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเดียวกัน ถึงแม้ว่าเฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบภายในจะทำให้ผมหงุดหงิดบ้าง เพราะมันควรจะเป็นเรื่องของความถาวร แต่ผมก็รู้สึกว่าเดี๋ยวสักพักผมก็อยากเปลี่ยนมันอีกแล้ว
แต่เหมือนที่ผมบอกไป ตอนเริ่ม Acne Studios มันไม่เคยเป็นแค่เรื่องเสื้อผ้า เราทำนิตยสาร ทำภาพยนตร์ ออกแบบโปรดักต์ และอีกมากมาย เพราะเราอยากรู้อยากเห็น และความอยากรู้อยากเห็นนั้นก็ยังเป็นแรงขับเคลื่อนของเราจนถึงทุกวันนี้ และสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างดูสอดคล้องกันไปหมดก็คือ เราพยายามทำให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวมากที่สุด เราไม่ไล่ตามเทรนด์ เราสร้างโลกที่เราอยากอยู่ขึ้นมาเอง และหวังว่าคนอื่นจะอยากก้าวเข้ามาในโลกของเรา หากมันรู้สึกไม่ใช่ เราก็จะไม่ทำ นั่นคือเข็มทิศทางจิตวืญญาณภายในของพวกเรา
VOGUE: เมื่อ Gen Z กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักของอุตสาหกรรมแฟชั่นในปัจจุบัน Acne Studios ปรับตัวอย่างไรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความชอบของพวกเขา?
JONNY: สิ่งหนึ่งที่ผมชื่นชอบมากคือ ลูกค้าของเรามีความหลากหลายมาก ทั้งช่วงอายุและพื้นเพ มันเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจ และผมรักสิิ่งนี้มาก เรามีฐานลูกค้า Gen Z จำนวนมากจริง และดูเหมือนว่าจะมีจักรวาลเล็กๆ รอบตัวเรา ที่สื่อสารกับพวกเขาได้ ผู้คนอย่าง Bladee, Ecco2K, Johnny Suh และอีกมากมาย พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของวงโคจรของเราไปแล้ว และพวกเขาก็ยังสะท้อนภาพของคนที่สวมใส่ Acne Studios ด้วย
VOGUE: การเปิดร้านในประเทศไทยมีความหมายอย่างไรต่อ Acne Studios และเหตุใดจึงสำคัญ?
JONNY: จริง ๆ แล้วเรามีลูกค้าชาวไทยที่จงรักภักดีกับแบรนด์มานานมาก ดังนั้นในหลายแง่มุม มันคือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว ผมเคยเดินทางมาใช้เวลาพักผ่อนที่ประเทศไทยบ่อยพอสมควร ประเทศนี้จึงเป็นสถานที่ที่พิเศษในใจของผม และในใจของครอบครัวผมด้วย สำหรับเรา มันจึงเป็นหมุดหมายที่มีความหมายมากจริง ๆ และเราก็ตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่าบทต่อไปนี้จะเป็นอย่างไร
VOGUE: ในมุมมองของคุณ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนไทยตกหลุมรัก Acne Studios?
JONNY: ผมไม่แน่ใจว่าผมจะอธิบายได้ชัดเจนแค่ไหน เพราะผมไม่อยากตั้งสมมติฐานว่าเราเข้าใจผู้คนดีไปกว่าที่พวกเขาเข้าใจตัวเอง แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้คือ ลูกค้าชาวไทยมีเซนส์ด้านสไตล์ที่เป็นธรรมชาติมาก พวกเขาผสมผสานสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง มีความสนุก ขี้เล่น และอยากรู้อยากเห็น และบางทีมันอาจเชื่อมโยงกับเรา เพราะ Acne Studios เองก็เป็นเรื่องของการผสมผสานสไตล์แบบนั้นเสมอมา ไม่ว่าจะเป็น ความไม่คาดคิดเล็กน้อย ความเป็นตัวตน และการไม่จริงจังกับแฟชั่นจนเกินไปนัก
VOGUE: คุณพอจะแชร์แผนในอนาคตของ Acne Studios ให้เราฟังได้บ้างไหม?
JONNY: ปีหน้าจะเป็นโอกาสครบรอบ 30 ปีของเรา ซึ่งแน่นอนว่ามันน่าตื่นเต้น แม้ว่าผมจะยังไม่แน่ใจนักว่าอยากจะเข้าหามันอย่างไร ผมไม่ค่อยชอบแนวคิดของการเฉลิมฉลองตัวเองมากเกินไป มันให้ความรู้สึกแปลกๆ สำหรับผม แต่เรามีโปรเจกต์ดีๆ หลายอย่างที่กำลังทำอยู่ ตอนนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้ น่าเสียดาย แต่ผมคิดว่าทุกคนจะรู้สึกประหลาดใจในทางที่ดีแน่นอน...
(สามารถตามไปชมภาพบรรยากาศเพิ่มเติมของงานเปิดตัวสโตร์ Acne Studios แห่งแรกในเมืองไทยได้ที่ https://vogue.co.th/celebrity/article/acne-studios-photo-album-exclusive-celebrities)

รวบภาพเอ็กซ์คลูซีฟ JOHNNY และเหล่าเซเลบริตี้ไทยในงานเปิดตัวบูติก Acne Studios แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ

Acne Studios S/S 2025 การนำเสนองานศิลปะที่เปรียบเปรยกับพื้นที่แห่งความอิสระภายในบ้าน



