FASHION

เจ้าชายชาร์ลส์ทรงเผยคอลเล็กชั่นเน้นความยั่งยืนเพื่อรักษาการตัดเย็บแบบดั้งเดิมให้คงอยู่

เมื่อเจ้าชายองค์สำคัญของราชวงศ์ให้ความสำคัญกับการรักษาทักษะการตัดเย็บที่ควรรักษาให้คงอยู่ต่อไป โดยมีเป้าประสงค์ให้เล็งเห็นตามกระแสโลกด้วย

     เมื่อโลกแฟชั่นเข้าสู่เส้นทาง “Sustainability” อย่างเต็มตัวเหล่าคนแฟชั่นทั้งหลายก็มีโอกาสเห็นคอลเล็กชั่นที่ดำเนินแนวทางตามคอนเซปต์อย่างหลากหลายมากขึ้น ล่าสุด YNAP หรือ YOOX Net-a-Porter Group จับมือกับทาง The Prince’s Foundation เพื่อปล่อยคอลเล็กชั่นแคปซูลล่าสุดขึ้นตามเทรนด์รักษ์โลกโดยเฉพาะ โดยสมาคมนี้เป็นของเจ้าชายชาร์ลส์ ท่านตั้งพระทัยไว้ว่าต้องการผสมผสานงานฝีมือแบบฉบับดั้งเดิมของอังกฤษและอิตาเลียนเข้าด้วยกัน ยิ่งร่วมมือกับทาง YNAP ยังทรงคาดหวังเกี่ยวกับประเด็นเรื่องข้อมูลสำคัญของการทำธุรกิจแฟชั่นโดยตรงอีกด้วย

     โปรเจกต์นี้ใช้ชื่อสะท้อนถึงเรื่องมุ่งเน้นเรื่องงานฝีมือโดยเฉพาะกับ “The Modern Artisan” โดยเป้าประสงค์สำคัญคือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับวงการถักทอ เจาะลึกไปถึงการพัฒนาทักษะและสร้างช่างฝีมือเพื่อเสื้อผ้าระดับลักชัวรีทั้งในอังกฤษและอิตาลี ทั้งนี้ทั้งนั้นการพัฒนาด้านทักษะงานฝีมือคงไม่พอสำหรับการทำเสื้อผ้าในยุคปัจจุบัน ยังต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบธุรกิจและข้อมูลออนไลน์ด้วย การร่วมมือกับทาง YNAP จึงเป็นคำตอบที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันจนเกิดเป็นคอลเล็กชั่นพิเศษคอลเล็กชั่นนี้ขึ้น

     การร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การผสมผสานทักษะฝีมือแต่ยังครอบคลุมไปถึงการใช้เนื้อผ้าจากท้องถิ่นต่างๆ ตั้งแต่ผ้าแคชเมียร์ที่จอนห์สตันไปจนถึงผ้าไหมอิตาลีจากโคโม โปรเจกต์นี้จึงเป็นเรื่องจริงจังไม่ใช่แค่งานระดับสมัครเล่นตามคำกล่าวของ Federico Marchetti และเขาให้ความเห็นกับผลงานครั้งนี้ว่า “ผลลัพธ์มันเกินความคาดหมายไปมากในเชิงคุณภาพ” งานนี้ไม่ได้มาแนวรักษ์โลกเพียงแค่เรื่องการใช้วัสดุที่ทางโครงการเน้นใช้วัสดุธรรมชาติในลักษณะออร์แกนิกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเก็บข้อมูลให้รู้ถึงความต้องการของตลาดเพื่อผลิตชิ้นงานออกมาอย่างพอดิบพอดีไม่ล้นจนขัดแย้งกับคอนเซปต์ที่ตั้งใจวางแผนกันมา ชิ้นงานแต่ละชิ้นถูกคิดขึ้นมานั้นเพื่อตอบสนองการพัฒนาทักษะอีกด้วย มากไปกว่านั้นเงินรายได้จากการขายคอลเล็กชั่นแคปซูลพิเศษนี้ยังนำไปบริจาคต่อยอดให้กับโครงการการกุศลของสมาคมเพื่อจัดโปรแกรมรักษาทักษะการถักทอฉบับดั้งเดิมให้คงอยู่ต่อไป ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่ใช่การสร้างคอลเล็กชั่นโดยหยิบคอนเซปต์รักษ์โลกมาทำตามเทรนด์เท่านั้น แต่ยังสร้างความยั่งยืนให้กับวิถีชีวิตและการทำเสื้อผ้าตามแบบฉบับดั้งเดิมไม่ให้ศูนย์หายไปอีกด้วย