ตั้งแต่ Watches & Wonders 2025 เริ่มขึ้น เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่านาฬิกาจำนวนไม่น้อยถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับความยอดเยี่ยมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกลไกอันน่าทึ่งหรือจะเป็นความแปลกใหม่ของโมเดลที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ยังมีกระแสนิยมเกี่ยวกับเรือนเวลาต่างๆ ให้ได้สัมผัสกันอย่างต่อเนื่อง ทว่าหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คืองานศิลปะบนตัวเรือนนาฬิกา เพราะนี่คืออีกหนึ่งองค์ประกบอสำคัญที่สะท้อนภาพความงดงามของนาฬิกาในอีกรูปแบบที่ขาดไปไม่ได้เช่นกัน
#VogueWatch ครั้งนี้จึงพร้อมพาทุกคนท่องโลกไปกับธีม ‘ART, TIME & LIFE’ นิยามเกี่ยวกับงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับเรือนเวลาที่น่าสนใจ เชื่อมประสานระหว่างศิลปะ เวลา และความมีชีวิตชีวาเข้าไว้ด้วยกัน เพียบพร้อมไปด้วยเหล่าเทคนิคการรังสรรค์ชั้นสูง ความละเอียดประณีตทุกกระเบียดนิ้ว มากไปกว่านั้นยังแสดงถึงศักยภาพของเมซงที่สามารถรังสรรค์ความยอดเยี่ยมบนนาฬิกาหลากหลายมิติ เพราะนำเสนองานศิลปะบนเรือนเวลาไม่ได้หมายถึงเพียงการบรรจุสีสันหรือลวดลาย แต่หมายถึงการสรรสร้างให้สอดคล้องไปกับการทำงานขกลไกอันทรงประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ติดตามว่าจะมีเรือนเวลาที่น่าสนใจเรือนใดบ้างด้านล่างนี้เลย

- HERMÈS ARCEAU ROCABAR DE RIRE
เริ่มต้นด้วยเรือนเวลาสุดไวรัลจากแบรนด์ Hermès ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น นาฬิกาเรือนนี้กลายเป็นกระแสฮิตบนโลกโซเชียลและเป็นที่พูดถึงในกลุ่มสาวกนาฬิกาแทบจะทันทีตั้งแต่เปิดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอนิเมชั่นม้าแลบลิ้น ฟังก์ชั่นกวนๆ ชวนอมยิ้มที่สามารถสั่งการได้แบบ ‘on-demand’ ผ่านปุ่มที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา นอกจากฟังก์ชั่นสุดทะเล้นที่ทุกคนประทับใจแล้ว นาฬิกาตัวเรือนไวต์โกลด์ยังโดดเด่นเรื่องงานศิลปะบนหน้าปัดอย่างมาก เพราะลวดลายม้าเสมือนจริงถูกออกแบบด้วยการหยิบยกโมทีฟบนผ้าพันคอฝีมือของ Dimitri Rybaltchenko ศิลปินชาวยูเครน โดยรังสรรค์ด้วยเทคนิค applique และการเพนต์งานขนาดจิ๋ว และการจัดเรียงขนม้าด้วยเทคนิค Marquetry สรรสร้างทั้งหัวม้าและลวดลายสีสันอันน่าประทับใจ สิริรวมผลิตขึ้นทั้งหมดเพียง 12 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

- VACHERON CONSTANTIN LES CABINOTIERS TRIBUTE TO TOUR DE I’ÎLE
เมื่อ Vacheron Constantin สุดยอดเมซงของโลกนาฬิกาจากเจนีวา เฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ครบรอบ 270 ปี แน่นอนว่าจะต้องเต็มไปด้วยงานผลงานชั้นยอด ตั้งแต่นาฬิกาสถิติโลก นาฬิการุ่นคลาสสิกที่ถูกนำกลับมาอีกครั้ง หรือจะเป็นนาฬิการุ่นยอดนิยมที่สรรสร้างในรูปแบบ Minute Repeater เป็นครั้งแรก (รุ่น Overseas) แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือผลงาน Métiers d’Art ที่นำเสนอผลงานศิลปะร่วมกับการผลิตเรือนเวลาชั้นสูง โดยเมซงต้องการสดุดีและสะท้อนภาพเมืองเจนีวาอันเป็นดั่งถิ่นกำเนิดตั้งแต่ปี 1755 และเรือนเวลานี้ก็สัญลักษณ์อย่าง Tour de l’Île ที่ตั้งตระหง่านกลางเมือง มากไปกว่านั้นเมซงยังจัดตั้งเวิร์กช็อปในสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอีกด้วย โดยนาฬิกาเรือนนี้มีรูปแบบงานศิลปะที่ซับซ้อนถึง 3 เรือน ต่างลวดลายสีสันและต่างเทคนิค แต่ที่เป็นไฮไลต์ต้องเป็นหน้าปัดอินาเมลแบบ Grand Feu ประกอบเข้างานเพนต์อินาเมลขนาดจิ๋ว สรรสร้างออกมาเป็นสิ่งปลูกสร้างไอคอนิก ตัวเรือนแพลทินัม 950 มาพร้อม สายหนังจระเข้ Mississippiensis สีน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีหน้าปัดแบบกีโยเช่ และหน้าปัดแกะสลัก ทั้งหมดสะท้อนความสุดยอดเชิงศิลปะที่เป็นอีกหนึ่งความน่าประทับใจจากเมซงนาฬิการะดับตำนานโดยแท้จริง

- VAN CLEEF & ARPELS BAL DES AMOUREUX AUTOMATE
นอกจาก Automaton ที่ทุกคนรอคอยจาก Van Cleef & Arpels ยังมีนาฬิกาจิวเวลรีที่พร้อมสอดแทรกเข้ามาในกระแสความน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ ครั้งนี้แบรนด์ไม่เพียงแต่สรรสร้างนาฬิกาอันหรูหราจากเพชรและอัญมณีเลอค่าเพียงอย่างเดียว เพราะ Bal des Amoureux Automate คือผลงานศิลปะที่มีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง ทำไมถึงกล่าวอย่างนั้น เพราะนี่คือนาฬิกาข้อมือแบบออโตเมตอนที่มีฟังก์ชั่นการแสดงแอนิเมชั่นแบบ ‘on-demand’ ถ่ายทอดเรื่องการจูบแบบฝรั่งเศสหรือ ‘French Kiss’ ที่ทุกคนคุ้นหู นอกจากนี้ยังมีเวลาเที่ยงวันและเที่ยงคืนที่หนุ่มสาวประทับริมฝีมือเข้าหากันในทุกๆ วัน เมซงใช้เวลาค้นคว้าและวิจัยเพื่อสรรสร้างผลงานชิ้นนี้กว่า 4 ปี ใช้เวลาไปกับการคิดค้นหาท่วงท่าและเทคนิคที่เสมือนคนจริงที่สุด หน้าปัดยังงดงามด้วยผลงานอินาเมลแบบ grisaille และมีกลไกบอกเวลาในรูปแบบ Retrograde แสดงหลักชั่วโมงและนาทีอย่างงดงาม ตัวเรือนใช้วัสดุไวต์โกลด์และประดับเพชรเพิ่มความหรูหรารอบเบเซล จับคู่เข้ากับสายหนังจระเข้สีฟ้าอ่อนที่สามารถปรับเปลี่ยนสายเป็นไวต์โกลด์ประดับเช่นเดียวกับตัวเรือนได้เช่นกัน นับเป็นเรือนเวลาที่สร้างศิลปะที่มีชีวิตได้ตามคำนิยามอย่างสมบูรณ์

- PATEK PHILIPPE YELLOW-CRESTED COCKATOO GOLDEN ELLIPSE
แม้ Patek Philippe จะนำเสนอคอลเล็กชั่นเรือนเวลาโฉมใหม่ได้อย่างน่าประทับใจภายในงานแฟร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการนำเสนอผลงาน ‘Rare Handcrafts’ ณ บูติกและพื้นที่จัดแสดงกลางเมืองเจนีวา ไฮไลต์สำคัญของคอลเล็กชั่นนี้คือการรังสรรค์เรือนเวลา Golden Ellipse ในรูปแบบต่างๆ ที่สะกดสายตาอย่างยิ่ง นกกระตั้วเล็กหงอนเหลืองคือสัญลักษณ์เชิงศิลป์ทางธรรมชาติที่โอบรับกับมิติความยอดเยี่ยมของงานฝีมืออันเนี้ยบประณีตในครั้งนี้ งานอินาเมลแบบ Grand Feu cloisonné ถูกใช้เป็นเทคนิคสำคัญสำหรับการเนรมิตหน้าปัดสีสันสวยงาม จำลองภาพของนกที่เกาะบนกิ่งไม้พร้อมสีสันบรรยากาศโทนส้ม-เขียวตัดกัน รายละเอียดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะปาเต็ก ฟิลิปป์ เนรมิตโยงใยภายใต้ใบไม้ด้วยเส้นทองยาวกว่า 90 เซนติเมตร ร้อยเรียงผ่านสร้างมิติความสมจริงผสมผสานกับความมีชีวิตชีวา รวมถึงใช้เป็นเส้นตัดตามแสงและเงาบนตัวนกอีกด้วย เติมความสมบูรณ์แบบด้วยสายหนังจระเข้สีส้มปะการัง และเข็มบอกเวลาสไตล์ Cheveu สะท้อนภาพงานศิลปะอันเนี้ยบประณีตและการสร้างความชีวิตชีวาแม้หน้าปัดไม่ได้ขยับเขยื้อนใดๆ เลยก็ตาม
ติดตามชมสกู๊ป Vogue Watch กันได้ตลอดวันจันทร์สุดท้ายของทุกเดือน
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน Watches & Wonders 2025 ได้ที่บทความ VOGUE SCOOP | เจาะทุกเรื่องจาก Watches & Wonders 2025 งานนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปีนี้)

