legend-of-diamonds-white-variations-van-cleef-arpels
WATCHES & JEWELLERY

เจาะสไตล์เพชรสีขาวจากหลากยุคผ่าน Legend of Diamonds คอลเล็กชั่นจิวเวลรีชั้นสูงจาก Van Cleef & Arpels

ผลงานจิวเวลรีชั้นสูงจากคอลเล็กชั่น Legend of Diamonds องก์ที่สองอย่าง White Diamond Variations ทวีคูณคุณค่าความงามอันเป็นนิรันดร์ของเพชรสีขาว ด้วยตัวเรือนหลากดีไซน์ของแต่ละยุคตั้งแต่ 1920-1960 ของ Van Cleef & Arpels ที่แสดงถึงวิวัฒนาการของเพชรในศาสตร์จิวเวลรีชั้นสูง

เพชรถูกยกย่องให้กลายเป็นอัญมณีที่มีค่าและหายากที่สุดในบรรดาอัญมณีทั้งหมด ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัยเพชรยังคงเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมจิวเวลรี โดยเฉพาะเพชรสีขาวที่สามารถนำมาประดับเพื่อมอบเสน่ห์ให้กับลุคหลายสไตล์ได้ง่ายกว่าอัญมณีสีอื่น เพื่อเป็นการเชิดชูความงามอันเป็นอมตะของเพชรสีขาว แบรนด์จิวเวลรีเก่าแก่สัญชาติฝรั่งเศส Van Cleef & Arpels ได้นำคอลเล็กชั่น Legend of Diamonds กลับมาอีกครั้งกับองก์ที่สองภายใต้ชื่อ White Diamond Variations ที่นำเพชรสีขาวคุณภาพยอดเยี่ยมมาสร้างสรรค์เป็นจิวเวลรีชั้นสูงถึง 87 ผลงาน และยังเป็นการสดุดีให้กับเพชรตำนานเลอโซโธ เพชรสีขาวระดับ D ความใสประเภท 2A น้ำหนัก 910 กะรัต ที่ถูกนำมาเจียระไนและตัดแยกส่วนออกเป็นเพชร 67 เม็ด นำมาสร้างสรรค์เป็นจิวเวลรีชั้นสูง 25 ชิ้นในองก์แรกอย่าง 25 Mystery Setting Jewels ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ Collerette Mystérieuse และ Chevron Mystérieux ซึ่งผลงานจิวเวลรีชั้นสูงจากองก์ที่สอง ที่สามารถสะท้อนถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเพชรสีขาวและสารานุกรมจิวเวลรีเพชรของแวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์จากทุกยุค ดีไซน์ของตัวเรือนทองคำที่นำสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของจิวเวลรียอดนิยมในแต่ละยุคตั้งแต่ช่วงปี 1920 ถึง 1960 คือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จิวเวลรีชั้นสูงที่โดดเด่นด้วยเพชรสีขาวน้ำงาม รวมถึงยังเป็นการแสดงถึงความชำนาญในการรังสรรค์ทั้งการเจียระไนและฝีมือการวางเพชรที่สั่งสมมาเป็นเวลานานกว่า 116 ปี

1920s

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ปิดฉากลง ความต้องการของเพชรในตลาดยังคงพุ่งสูงขึ้นไม่มีแผ่ว และงานศิลปะสไตล์ Art Deco ก็กำลังเป็นที่นิยม แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์จึงออกแบบจิวเวลรีเป็นรูปทรงเรขาคณิตมีความสมมาตรและซ้อนกันเป็นแบบแผน พร้อมประดับเพชรทั่วตัวเรือน เช่น Floraison de diamants กำไลข้อมือทองคำขาวรูปทรงดอกไม้เลขาคณิตประดับเพชรทรงกลมทั้งเรือน และ Chrysler Earrings ที่นำลวดลายของงานสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดโคชื่อดังอย่างตึกระฟ้าแห่งแรกในมหานครนิวยอร์กมาสร้างสรรค์เป็นต่างหูระย้าประดับเพชรทรงลูกแพร์ถึง 4 เม็ด นอกจากนี้ยังมี Roaring Twenties สร้อยคอพู่ระย้า ประดับจี้เพชรทรงลูกแพร์ 32 กะรัต สามารถนำมาแยกสวมเป็นจิวเวลรีได้ถึง 8 รูปแบบ เป็นการสะท้อนสไตล์การแต่งตัวของผู้หญิง Flapper จากยุค 1920 ได้อย่างชัดเจน

1930s

เนื่องจากกระแสนิยมของเสื้อโอต์กูตูร์ที่ช่วยฟื้นฟูความงามของศิลปะแฟชั่นชั้นสูง ผลงานจิวเวลรีเก่าแก่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปกแผงคอสไตล์ Reticella จากยุคเรเนซองส์จึงถูกนำกลับมาสวมในงานสังคมชั้นสูงอย่างล้นหลาม Vagues Etincelantes คือจิวเวลรีที่เล่าเรื่องราวเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยตัวเรือนรูปทรงปกคอเสื้อที่ใช้ความเชี่ยวชาญในการเจียระไนตัวเรือนทองคำขาวให้โค้งมนอ่อนช้อย เพื่อเน้นสรีระของผู้สวมใส่ให้แลดูสง่างาม



WATCH




1940s

มาถึงยุคที่จิวเวลรีทองคำเหลืองได้รับความนิยมอย่างมาก ส่งผลให้เพชรสีขาวพลิกแพลงบทบาทจากการเป็นตัวเอกมาเป็นองค์ประกอบรอง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวเรือนทองคำเช่นผลงาน Boogie Woogie กำไลข้อมือรูปทรงโซ่ทองขนาดใหญ่ที่ประดับเพชรบนตัวเรือน อย่างไรก็ตามแวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ยังเอาใจคนรักเพชรเม็ดโต ด้วย Spontini แหวนทองคำเหลืองที่โอบล้อมเพชรทรงลูกแพร์ 3 กะรัต และ Double Boucle แหวนที่โดดเด่นด้วยเพชรทรงกลม 03 กะรัตบนตัวเรือนรูปทรงริบบิ้นทองคำเหลืองและทองคำขาว

1950s

ความอลังการของจิวเวลรีชั้นสูงและเพชรกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งจากการปรากฏตัวในภาพยนตร์คลาสสิกและบนเรือนร่างของเหล่านักแสดงฮอลลีวู้ดระดับตำนานแห่งยุค ซึ่งผลงานจิวเวลรีชั้นสูงเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผู้หญิงแห่งยุคหลายคนเช่น Gracie สร้อยคอที่นำดีไซน์ของสร้อยคอมุกชิ้นโปรดและมงกุฎเพชรของเจ้าหญิง Grace Kelly แห่งโมนาโกมาออกแบบเป็นสร้อยคอเพชรสุดอลังการ และ Liz Earrings ต่างหูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเข็มกลัดติดเสื้อรูปโบว์อันโด่งดังของ Elizabeth Taylor เป็นต่างหูทองคำขาวประดับเพชรรูปทรงแพร์ 2 กะรัตถึง 4 เม็ด หรือแม้แต่ Envol de Diamants สร้อยคอเพชรที่หยิบยืมดีไซน์มาจากสร้อยคอสไตล์ Angel Hair จากแวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ที่ถูกมอบให้เป็นของขวัญให้กับนักบินหญิงแห่งยุคอย่าง Jacqualine Auriol รวมถึง Fabulous Fifties สร้อยคอที่นำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของจิวเวลรียุค 1950 โดดเด่นด้วยจี้เพชรทรงมรกตน้ำใสขนาด 06 กะรัต บนตัวเรือนที่เว้นระยะห่างระหว่างเพชรบาเก็ตต์เพื่อเพิ่มความโปร่ง เหมาะกับการสวมเข้ากับชุดเดรสเกาะอกอันเป็นที่นิยมในหมู่นักแสดงฮอลลีวู้ดหญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

1960s

ก้าวเข้าสู่ยุคที่เสื้อผ้าและจิวเวลรีสามารถนำมาสวมได้ทุกวันซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในโลกแฟชั่น ดังนั้นแวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์จึงนำแนวความคิดในการสวมอัญมณีมีค่าอย่างเพชรสีขาวมาตีความใหม่ และสร้างสรรค์เป็นผลงานจิวเวลรีชั้นสูงดีไซน์เรียบง่ายและคลาสสิก พร้อมประดับเพชรแบบพาเว่ทั่วบริเวณตัวเรือนได้แก่ Audrey ต่างหูที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากความนิยมของเสื้อผ้าตาข่ายเมทัลลิกของ Paco Rabanna ในปี 1966 และสไตล์เรียบง่ายของไอคอนแห่งยุคอย่าง Audrey Hepburn และยังมี Haricot Clip เข็มกลัดรูปทรงถั่วฝักยาวประดับเพชรที่อ้างอิงดีไซน์มาจากจิวเวลรีชิ้นโปรดของสตรีหมายเลขหนึ่ง Jacqualine Kennedy Onassis ที่เธอสวมเพื่อเสริมความเป็นเอกลักษณ์ให้กับลุคของเธออยู่บ่อยครั้ง ซึ่งความเรียบง่ายของจิวเวลรีชั้นสูงจากยุคนี้สามารถมอบโอกาสให้สาวกจิวเวลรีผลงานเลอค่ามาสวมได้ทุกวัน ถือว่าเป็นทั้งความคุ้มค่าของผู้สวมใส่และเป็นการสร้างความทรงจำพิเศษให้กับจิวเวลรีชั้นสูงชิ้นนั้น

WATCH