WATCHES & JEWELLERY

2 พี่น้องจากเมืองมิลานกลับมาฟื้นฟูและเปิดแบรนด์จิวเวลรีอายุ 1 ศตวรรษของตระกูลอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้แบรนด์ที่เริ่มกิจการตั้งแต่ปี 1876 กลับมามีบทบาทสำคัญในแวดวงจิวเวลรีอีกครั้ง

     ตลอดประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมแฟชั่นและจิวเวลรีเราเห็นแบรนด์สุดโด่งดังในอดีตแต่ค่อยๆ เลือนหายไปจากสารบบอย่างน่าเสียดาย แต่ละแบรนด์ก็ล้วนมีปัญหาที่ต้องเผชิญต่างกันไป ทว่าหนึ่งสิ่งที่เป็นเป้าหมายถึงกันของทุกแบรนด์คือการปรับตัว ซึ่งจุดนี้เป็นจุดชี้ชะตาว่าแบรนด์จะอยู่รอดหรือไม่ นั่นหมายความผู้ดูแลธุรกิจต้องหาแนวทางในการดำเนินงานให้เลียนล้อไปตามยุคสมัยให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทิ้งอัตลักษณ์สำคัญของแบรนด์ วันนี้มี 2 พี่น้องจากเมืองมิลานที่กำลังฟื้นฟูกิจการของวงศ์ตระกูลและนำความยิ่งใหญ่กับมาสู่โลกจิวเวลรีอีกครั้ง

Francesca Villa พี่สาวผู้นำทางการเปลี่ยนแปลงให้กับแบรนด์ Villa Milano / ภาพ: Flawless Life

     หากให้จินตนาการคุณเป็นทายาทรุ่นที่ 5 ของตระกูลที่รังสรรค์งานจิวเวลรีระดับสูงของเมืองมิลาน ก็คงยากที่จะคาดเดาถึงแรงกดดันที่ต้องแบกรับ Francesca และ Alice จากตระกูล Villa ครอบครัวเก่าแก่ที่สร้างสรรค์งานจิวเวลรีมากว่า 1 ศตวรรษอย่าง Villa Milano กำลังเดินหน้าฟื้นฟูแบรนด์และกลับมาเปิดร้านใหม่อีกครั้ง หลังจากชื่อวิลล่า มิลาโน่ห่างหายไปจากสารบบจิวเวลรีไปพักใหญ่ ซึ่งฟรานเชสก้าและน้องสาวกำลังวางแผนพัฒนาด้านธุรกิจให้สอดคล้องไปกับเทรนด์ปัจจุบัน และวางรากฐานสู่อนาคต

จิวเวลรีชิ้นเล็กของ Villa Milano ที่ Francesca ต้องการสร้างให้เป็นไอเท็มชิ้นสำคัญสำหรับการเปิดใหม่ / ภาพ: Villa Milano

     สิ่งแรกที่ทั้งคู่ทำคือปรับแนวคิดการมองตลาดของแบรนด์จิวเวลรีใหม่ โดยก่อนหน้านี้วิลล่า มิลาโน่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนมีอายุที่มีกำลังซื้อและเมินเฉยต่อทิศทางธุรกิจจิวเวลรียุคใหม่ ยุคที่จิวเวลรีชิ้นเล็กหรือจิวเวลรีชิ้นเดี่ยวเป็นความต้องการใหม่ของตลาด ซึ่งทั้งคู่ต้องการไอเท็มชิ้นใหม่ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น ในขณะเดียวก็ยังรักษามาตรฐานชิ้นงานทำมือไว้เช่นเดิม มากไปกว่านั้นพี่น้องตระกูลวิลล่ายังเล็งเห็นว่าการสร้างประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มคิด ผลิต จนกระทั่งปิดงานอย่างสมบูรณ์แบบจะทำให้ลูกค้าเข้าถึงคุณค่าของชิ้นงานจากแบรนด์มากขึ้น พวกเธอจึงนำจุดนี้มาเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานทั้งด้านการผลิตและการตลาด แต่ก่อนชื่อแบรนด์วิลล่า มิลาโน่อาจสะท้อนถึงความหรูหราและสไตล์เป็นผู้ใหญ่ แต่วันนี้ใครก็สามารถช็อปจิวเวลรีสั่งทำได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 700 ยูโรเท่านั้น ดังนั้นทายาทรุ่นที่ 5 ของตระกูลกำลังเปลี่ยนแปลงแนวทางของแบรนด์ไปแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

บรรยากาศในร้านแห่งใหม่ของแบรนด์ Villa Milano / ภาพ: Villa Milano

     เรื่องใหญ่อีกหนึ่งเรื่องที่ฟรานเชสก้าและอลิซเข้ามาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงก็คือสถานที่ตั้งร้านจากย่านเมืองเก่าอย่าง Via Manzoni สู่ถนนคนเดินพลุกพล่าน Via San Carpoforo ซึ่งสถานที่ดังกล่าวตอบโจทย์ในเรื่องกลุ่มลูกค้าสำคัญของแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติที่กำลังหาจิวเวลรีชิ้นพิเศษจากมิลานในสไตล์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน นอกจากนี้ร้านดังกล่าวยังมีการปรับปรุงใหม่ให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น ฟรานเชสก้าและอลิซมองว่าตอนนี้ผู้คนซื้อจิวเวลรีเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ได้ซื้อไว้เก็บสะสมอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงง่ายขึ้น เป็นที่รู้จักมากขึ้น และพร้อมยืนหยัดอยู่ในวงการจิวเวลรีชั้นนำต่อไป นี่นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าแม้แบรนด์จะเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ฝังรากลึกเพียงใดก็ต้องปรับตัวตามยุคสมัย และคนรุ่นหลังถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาแบรนด์นั้นๆ เดินหน้าเลียนล้อไปกับโลกอย่างเหมาะสมมากขึ้น

 

ข้อมูล:

wwd.com

คีย์เวิร์ด: #Bijoux #VogueBijoux