Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

เมื่อ Oak Spring สร้างแรงบันดาลใจให้ 'Bird on a Rock' นกบนอัญมณีชิ้นเอกของ Tiffany & Co.

Tiffany & Co. พามิตรภาพจาก Oak Spring สวนศิลป์แห่งแรงบันดาลใจ กลับมาโลดแล่นผ่าน 'Bird on a Rock' ตำนานความวิจิตรจากธรรมชาติที่ยังคงโผบินเหนือกาลเวลา

โดย Vogue Thailand
21 พฤศจิกายน 2568

     สำหรับโลกของเครื่องประดับชั้นสูงที่ในแต่ละปีมักเปล่งประกายไปด้วยความแวววาวจากเพชรนิลจินดาล้ำค่าที่ต่างเผยโฉมใหม่ให้ผู้ศรัทธาได้สะสม หลายผลงานอาจงดงามเพียงชั่วครู่ แต่ 'Bird on a Rock' ผลงานชิ้นเอกจาก Tiffany & Co. กลับกลายเป็นงานศิลป์ที่ก้าวข้ามความงามทางวัตถุไปสู่สัญลักษณ์แห่งศิลปะและจินตนาการได้อย่างแท้จริง

     การนำปักษามาโบยบินเหนืออัญมณีล้ำค่ากลั่นกรองมาจากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือการออกแบบสุดประณีตของดีไซเนอร์ชั้นครูอย่าง Jean Schlumberger ผู้ซึ่งหยิบนำภาพความทรงจำจากหมู่มวลนกสายพันธุ์หายากที่เขาได้มีโอกาสพบพานตลอดช่วงเวลาที่ออกเดินทางตามหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ บนถนนสายธรรมชาติหลากหลายแห่งทั่วโลก

 

 

     ด้วยความเป็นเลิศในการรังสรรค์ความงามบนอัญมณีผสมผสานเข้ากับเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นได้ทั้งตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและภาพสะท้อนจิตวิญญาณแห่งอิสระ ทำให้ในปี 1965 ทั่วทั้งสำนักงานใหญ่ของทิฟฟานี แอนด์ โค ณ มหานครนิวยอร์ก เปล่งประกายไปด้วยความแวววับจาก Bird on a Rock เข็มกลัดรูปนกกระตั้วหงอนสีเหลืองที่เกาะอยู่เหนืออัญมณีหลากสีเม็ดโต ซึ่งเป็นเสมือนบทกวีแห่งธรรมชาติที่ถ่ายทอดบทสนทนาระหว่างความอ่อนโยนของนกที่โบยบินกับความแข็งแกร่งดั่งหินผาของอัญมณี รวมถึงเป็นจุดสมดุลระหว่างความประณีตจากการแกะสลักนกกระตั้วอย่างพิถีพิถันและความเรียบง่ายจากการไม่มีตัวเรือนซับซ้อนหรืออัญมณีอื่นใดมาช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์

     การเปิดตัวครั้งนั้น ทำให้เหล่าผู้บูชาจิวเวลรีมากหน้าหลายตาตกอยู่ในภวังค์ความระยิบระยับไปตามๆ กัน ทว่าด้วยความพิเศษเหลือคณานับของ Bird on a Rock นี้เอง มันจึงไม่แปลกหากมือแรกที่จะได้มีโอกาสครอบครองควรเป็นมือของหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของฌองและทิฟฟานี แอนด์ โค อย่าง Rachel “Bunny” Lambert หรือ Bunny Mellon ภูมิสถาปนิกผู้ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง Jacqueline Kennedy ให้ปรับปรุงสวนกุหลาบและสวนตะวันออกของทำเนียบขาว รวมถึงได้รับมอบหมายให้บูรณะสวนผักของกษัตริย์หรือ Potager du Roi ในพระราชวังแวร์ซายส์ให้กลับมาเจิดจรัสอีกครั้ง

     ทว่าเหนือกว่าผลงานทางภูมิสถาปัตย์คือชื่อเสียงของบันนี่ในฐานะมิตรแท้หนึ่งเดียวของฌองผู้ลุ่มหลงในความสงบของโลกพฤกษา งานศิลป์และฝีไม้ลายมือสุดวิจิตรของเขาในการเนรมิตอัญมณีหลากชนิดให้กลายเป็นเครื่องประดับสุดตราตรึงจิตที่ควรค่าแก่การสะสม โดยความคลั่งไคล้ของเธอที่มีต่อผลงานของฌองจัดอยู่ในระดับที่ Pierce McGuire นักประวัติศาสตร์ของทิฟฟานี แอนด์ โคและอดีตผู้อำนวยการห้องแสดงผลงานของฌองในนิวยอร์กเล่าขานว่า “ทิฟฟานีมักสร้างสรรค์ผลงานบางชิ้นสำหรับเมลลอนโดยเฉพาะอยู่เกือบทุกช่วงเวลา”

 

 

     ด้วยร่องรอยจารึกมิตรภาพตลอดช่วงเวลาที่พวกเขามีร่วมกัน ตั้งแต่จดหมายที่ลงท้ายว่า “จอห์นนี่” ซึ่งเป็นชื่อเล่นของฌองหรือภาพสเก็ตช์ที่เขาบรรจงลงลายเส้นเพื่อเรียกรอยยิ้มจากบันนี่ยามที่เธอเปิดอ่าน ตลอดจนการออกแบบยอดประดับเรือนและภาพวาดลวงตา (Trompe l’oeil) ให้กับเรือนกระจกของ Oak Spring เคหสถานจากความรักและการบำรุงรักษาด้วยสองมือของบันนี่ที่ตั้งตระหง่าน ณ เมืองอัปเปอร์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งรายล้อมไปด้วยสวนพฤกษชาติและบรรยากาศอบอุ่น ทำให้สัมพันธไมตรีอันเป็นนิรันดร์ของอัจฉริยะบุรุษแห่งจิวเวลรีและอิสตรีแห่งพนาวันเบ่งบานราวกับหมู่มวลดอกไม้นานาพรรณใน Oak Spring

     จากมิตรไมตรีและความเคารพที่บันนี่มีต่อผลงานของฌอง เธอไม่รอช้าที่จะเป็นคนแรกๆ ที่คว้า Bird on a Rock ในตัวเรือนนกกระตั้วประดับเหนือลาพิสลาซูลีเม็ดงามมาครอบครอง พร้อมส่งงานศิลป์ชิ้นนี้ไปบรรจุรวมกับผลงานชิ้นอื่นๆ ของฌองที่เธอสะสมไว้กว่า 140 ชิ้น ซึ่งปัจจุบันได้ส่งมอบให้พิพิธภัณฑ์ Virginia Museum of Fine Arts และกลายเป็นมรดกที่บอกเล่าความผูกพันอันงดงามระหว่างมิตรสหายที่รักในจิวเวลรีอย่างแท้จริง

 

 

     แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าหกทศวรรษ แต่นกตัวนั้นยังคงโผบินอยู่ในโลกเครื่องประดับ เพราะวันนี้ทิฟฟานี แอนด์ โค ได้รื้อฟื้นจิตวิญญาณของ Bird on a Rock ขึ้นอีกครั้ง ภายใต้การตีความของ Nathalie Verdeille ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ประจำแผนกจิวเวลรีและไฮจิวเวลรี่ โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติสำหรับไฮจิวเวลรี จนเกิดเป็น Bird on a Rock ตัวเรือนนกกระตั้วบนหินอเมริกันเทอร์คอยส์ ซึ่งเป็นวัสดุที่เลือกใช้เพื่อแสดง ความสดุดีถึงเฉดสีไอคอนิกที่เป็นดั่งภาพจำของแบรนด์อย่าง Robin’s-egg blue ขณะเดียวกันเธอก็ถ่ายทอดความเป็นนามธรรมผ่านแหวนและกำไลของเครื่องประดับดีไซน์ใหม่ด้วยลวดลายขนนกซ้อนชั้นที่ทำโดยเทคนิค “Hidden Channel Setting” ซึ่งส่งให้เพชรดูเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น และเทคนิคการฝังเพชรสามรูปแบบที่ช่วยสร้างแสงเงาและพื้นผิวที่แตกต่างกันภายในเครื่องประดับชิ้นเดียว

     การตีความใหม่นี้เปรียบเสมือนการปลุก “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรแตะต้อง” ดังที่ Victoria Wirth Reynolds ผู้อำนวยการฝ่ายนักอัญมณีวิทยาและรองประธานฝ่ายจัดหาเพชรและอัญมณีสำหรับเครื่องประดับชั้นสูงเคยนิยามไว้ให้กลับมาโบยบินอีกครั้ง ด้วยเสน่ห์แห่งการเคลื่อนไหวของปีกนกที่กำลังสยายในสายลมแห่งจินตนาการร่วมสมัย หากแต่ยังคงความสละสลวยจากปี 1965 ไว้อย่างครบถ้วนผ่านการสลักปลายปีกนกด้วยทองคำ 18 กะรัตและเส้นโค้งอันอ่อนช้อยตามธรรมชาติ

     จากความรักที่มีต่อธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนอยู่ในทุกผลงานที่เขารังสรรค์ภายใต้บ้านสีฟ้า ทำให้ช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงกันยายนที่ผ่านมาทิฟฟานีแอนด์โคเฉลิมฉลองให้ยอดนักออกแบบผ่าน 5 ห้องของนิทรรศการ Legendary Legacy ที่จัดขึ้น ณ ประเทศไทย ดินแดนที่แบรนด์เชื่อว่าสามารถสะท้อนจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติที่ถือเป็นแรงบันดาลใจหลักของฌอง เฉกเช่นเดียวกับชวนให้ระลึกถึงความเขียวขจีของพฤกษาใน Oak Spring ได้ในแบบที่ประเทศอื่นของภูมิภาคเอเชียก็ให้ไม่ได้

 

 

     ด้วยการปรากฏโฉมของ Elephant Head Clip คลิปติดศีรษะรูปเศียรช้างประดับเพชร มรกต และเทอร์คอยส์จากปี 1965 และ Bird on a Rock ชิ้นแรกที่บันนี่เป็นเจ้าของ ภายในตู้กระจกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดลวงตา (Trompe l’oeil) ที่ฌองฝากไว้ในเรือนกระจก ณ Oak Spring ทำให้ในบรรดาห้องทั้งหมดภายในนิทรรศการ Legendary Legacy ห้อง “Garden of Imagination” ถือเป็นห้องที่สามารถสื่อสารปรัชญาการออกแบบของฌองที่มักเชื่อมโยงความงามของธรรมชาติเข้ากับจินตนาการสุดล้ำ และฉายภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิต พืชพรรณ และภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสรรพสิ่งที่ทำให้ Oak Spring เป็นมากกว่าบ้านหลังใหญ่ของเศรษฐี แต่เป็นพื้นที่บ่มเพาะแรงบันดาลใจให้แก่ฌองและห้อง Garden of Imagination ได้ดีที่สุด

     Garden of Imagination จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของทิฟฟานี แอนด์ โคในการถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติ ศิลปะ และจินตนาการอันเป็นแนวทางของฌองและ Oak Spring ให้กลับมาแวววาวอีกครั้ง พร้อมทั้งร้อยเรียงฉากทัศน์ธรรมชาติแห่ง Oak Spring ที่ยังคงเป็นนิทานที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุดในโลกศิลปะมาสู่ปัจจุบันอย่างสมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

(สามารถอ่านเรื่อง เมื่อจิวเวลรี 'Bird on a Rock' พลิกโฉมสู่ความงามร่วมสมัยในแบบ Tiffany & Co. ได้ที่นี่)

รูปภาพ : Courtesy of Tiffany & Co.