VOGUE PROJECTS

เจาะลึกนิทรรศการครบรอบ 9 ปีของโว้กประเทศไทย ภายในมีอะไรบ้าง ห้ามพลาด!

เส้นทางของโว้กประเทศไทยแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แค่นิตยสารแฟชั่น แต่หมายถึงการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปพร้อมกับการพัฒนาให้ทันสมัยอยู่เสมอ

     ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์การเดินทางรังสรรค์สีสันในชีวิตอันสวยงาม เช่นเดียวกับชีวิตผู้อ่าน โว้กก็มีการเดินทางอันแสนพิเศษเช่นเดียวกัน สถานะ “คัมภีร์แฟชั่น” อาจบ่งบอกตัวตนของโว้กประเทศไทยได้ในมิติที่สำคัญ แต่ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังมากมายที่ผลักดันให้จุดเริ่มต้นความสร้างสรรค์ถือกำเนิดชัดขึ้นเรื่อยๆ ทีมงานมองอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเป็นเหมือนแผนที่ในดินแดนแห่งจินตนาการ ซึ่งโว้กเป็นยานพาหนะและมีผู้อ่านและผู้ชมเปรียบเสมือนเพื่อนร่วมทางคนสำคัญที่พร้อมก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงให้ทันโลกทันสมัยอยู่เสมอ


     เมื่อวาระครบรอบปีที่ 9 มาถึง นิทรรศการ A Fashion Journey – An Exhibition of Vogue Thailand’s Journey in the Fashion Industry จึงเกิดขึ้น ในครั้งนี้เลือกประมวลและคัดสรรผลงานหลากมิติจากพลังความคิดสร้างสรรค์ตลอดหนึ่งร้อยเก้าฉบับนิตยสาร และอีกหลากหลายคอนเทนต์ออนไลน์ มารวมไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) ก่อนตอกย้ำกับผู้ชมถึงความจริงของวงการสื่อสารมวลชนและแวดวงแฟชั่นที่ว่า “ภายใต้ฉากหน้าของความงดงามทั้งปวงล้วนเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความตั้งใจจริง”

     เปิดเส้นทางการเดินทางในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย “Evolution of Print Media” การย้อนประวัติศาสตร์ของสื่อสิ่งพิมพ์ที่เหมือนพาผู้ชมนั่งไทม์แมชชีนไปสู่บรรยากาศการทำงานตั้งแต่ยุคฟิล์ม ยุคแห่งกระบวนการสุดประณีตตั้งแต่แล็บล้างรูปไปจนถึงการจัดเลย์เอาต์ด้วยมือ ก่อนจะได้เดินทางสู่ดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงกระบวนการ แต่ยังคงให้ผู้อ่านและผู้ชมสัมผัสได้ถึงความยอดเยี่ยมของสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งสามารถถ่ายทอดทุกห้วงอารมณ์มาโดยตลอด

     ถัดจากโซนย้อนเวลาของสื่อสิ่งพิมพ์ผู้ชมจะได้สัมผัสกับโต๊ะทำงานของ “กองบรรณาธิการ” แนวทางการทำงานและวิถีชีวิตของบุคคลเบื้องหลังผลงานศิลปะบนสื่อสิ่งพิมพ์อย่างโว้ก ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบการจัดวางอันสะท้อนถึงแพตเทิร์นการทำงาน ความวุ่นวาย และการบริหารจัดการอันเป็นฉากหลังที่น้อยคนจะได้สัมผัสและเข้าใจความรู้สึกระหว่างการทำงานของมันสมองในอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์อย่างแท้จริง

     ถัดมาจะได้เห็น “COVER WALL” ผนังที่รวมปกโว้กทั้งหนึ่งร้อยเก้าปกไว้ในที่เดียว ผู้ชมจะได้เห็นรูปแบบการตีความรูปแบบความสวยงาม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทรนด์ และมุมมองเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแฟชั่นและจิวเวลรีที่โดดเด่นของโว้กมาตลอด 9 ปี หากใครต้องการสัมผัสความหลากหลายที่ปรากฏอยู่บนปกโว้กแบบครบถ้วนสมบูรณ์ ที่นี่ก็รวมจบไว้ในที่เดียว

     อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่อง Diversity ที่โว้กมุ่งเน้นพัฒนาแนวทางการทำงานและนำเสนอผลงานมาโดยตลอด ในนิทรรศการครั้งนี้ยังมีมุมที่พูดถึงเรื่องเหล่านี้อย่างสวยงามและเข้าใจง่าย วิธีการนำเสนอที่ทันสมัย อีกทั้งยังสอดคล้องและเป็นประสบการณ์ร่วมที่ผู้ชมทั่วไปสัมผัสได้ โดยเฉพาะเรื่องราวความรักอันมีความหลากหลายเรื่องเพศมากขึ้น โว้กก็พร้อมเสิร์ฟให้ได้รับชมกันผ่านสื่อวิดีโอที่ไม่ควรพลาด

     ขึ้นชื่อว่าโว้กประเทศไทยย่อมต้องส่งเสริมความเป็นไทยอย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้นในนิทรรศการครั้งนี้จะพลาดการรวบรวมผลงานอันสะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยผ่านมุมมองด้านแฟชั่นไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการผลิตแนวทางการทำงานสมัยใหม่เข้ากับความเป็นไทยอันมีเอกลักษณ์อย่างลงตัว มากไปกว่านั้นในนิทรรศการผู้ชมจะได้เห็นผลงานการรังสรรค์ไอเท็มผ้าไทยของแบรนด์ดังระดับโลกที่เคยถูกประมูลในงานโว้กกาล่ามาแล้ว

     พอเดินชมความงดงามของความเป็นไทยและสาดสายตาส่องทุกรายละเอียดจากห้องที่ 2 แล้ว ผู้ชมจะได้สัมผัสจุดเริ่มต้นของห้องที่ 2 กับสิ่งที่เรียกว่า “มาตรฐาน” เพราะผนังด้านหนึ่งจะตกแต่งด้วยผลงานภาพถ่ายอันแสดงถึงมาตรฐานระดับสูงที่โว้กตั้งไว้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั่วโลกสำหรับการผลิตผลงานทุกชิ้น และผลงานดังกล่าวยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านได้เสมอ

     คำว่า “Journey” หมายถึงการเดินทาง ฉะนั้นอย่างที่กล่าวไปว่าโว้กเปรียบเหมือนพาหนะ ในนิทรรศการครั้งนี้จึงมีพาหนะที่จำลองมาให้ทุกคนได้นั่งพร้อมเสพยสื่อวิดีโอที่จะพาชมวิถีการเดินทางของโว้กมาตลอด 9 ปี

     อีกหนึ่งมุมไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือฉากถ่ายภาพที่มาพร้อมการจัดไฟแบบครบเซ็ต เหมาะสำหรับไปทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย และสามารถซึมซับบรรยากาศการทำงานของโว้กได้ด้วยตัวเองในเวลาเดียวกัน ถือเป็นอีกมุมหนึ่งในนิทรรศการที่มาในรูปแบบ “Interactive” เหมาะสำหรับทั้งรับชมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน

     ปิดท้ายกันด้วยมุมแห่งโลกอนาคต เมื่อเราชมอดีต ปัจจุบัน ก็ต้องก้าวต่อไปสู่โลกใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยมิติดิจิทัลอันหลากหลาย โว้กเองก็นำเสนอแนวทางการทำงานต่อไปในนิทรรศการครั้งนี้เช่นกัน โดยมีตัวแทนอย่าง “กะทิ” อินฟลูเอนเซอร์แห่งโลกเสมือนที่มามอบประสบการณ์และความเข้าใจใหม่ๆ ว่าอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์และแฟชั่นจะก้าวต่อไปแบบใด


     ทั้งหมดในงานนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นองค์ประกอบที่ผสมผสานกันจนเกิดเป็นโว้กอย่างสมบูรณ์แบบ เรื่องราวในอดีตนำร่องสู่วิถีการทำงานในปัจจุบัน ก้าวต่อไปสู่ความน่าจะเป็นแห่งโลกอนาคต ความเป็นโว้กจึงไม่ใช่เพียงนิตยสารแฟชั่น แต่หมายถึงการเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความสวยงาม การเปลี่ยนแปลง และมุมมองที่ก้าวล้ำอยู่เสมอ และทั้งหมดนี้ก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นนิทรรศการครบรอบ 9 ปีที่ผู้อ่านควรมาสัมผัส ใครสนใจสามารถเข้าชมได้แล้วที่โซนนิทรรศการชั่วคราว ชั้น 1 พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 มีนาคม 2565

คีย์เวิร์ด: #VogueThailand9th