FASHION

เจาะใจผู้อยู่เบื้องหลัง The Big Bag Club อินสตาแกรมที่เปลี่ยนกระเป๋าสุดหรูเป็นขนาดมหึมา

     ในวันที่ทุกคนมองหาความแปลกใหม่ของกระเป๋า วัสดุ สี รายละเอียด และรูปทรงต่างๆ เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนโฟกัสใส่ใจอย่างมากเพื่อหาจุดเด่นของกระเป๋าแต่ละใบ แต่สิ่งที่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาดคือเรื่องขนาด ในวันที่กระเป๋า Micro Bag และ Nano Bag หรือที่เราเรียกกันว่า “กระเป๋าใบจิ๋ว” กำลังกลายเป็นเทรนด์ร้อนของแฟชั่นตอนนี้ มีกราฟิกดีไซเนอร์คนหนึ่งที่สร้างความโดดเด่นให้หน้าฟีดอินสตาแกรมด้วยกระเป๋ารุ่นไอคอนิกต่างๆ ในแบบฉบับขนาดซูเปอร์โอเวอร์ไซส์ในชื่อแอคเคาต์ @thebigbagclub กระเป๋าขนาด “Jumbo” อาจจะไม่ใช่ไซส์ที่ใหญ่ที่สุดอีกต่อไปแล้ว วันนี้โว้กจะพามาทำความรู้จักกับเจ้าของแอคเคาต์และพูดคุยกันอย่างเจาะลึกว่าไอเดียกระเป๋าขนาดมหึมาเกิดขึ้นได้อย่างไร...

     เจ้าของแอคเคาต์อินสตาแกรมอันน่าสนใจนี้ชื่อว่า Virginia Rolle ศิลปินสาววัยเพียง 22 ปีจากแถบตอนเหนือของประเทศอิตาลี ย่านเมืองเล็กๆ ในภูมิภาคนี้เราอาจจะคุ้นชินกันมาบ้างจากฉากในภาพยนตร์เรื่อง “Call Me By Your Name” ซึ่งเวอร์จิเนียย้อนเล่าถึงเรื่องราววัยเด็กว่า “ฉันเติบโตมาด้วยภาพวาดของแม่ที่รายล้อมฉัน เธอคืออิลลัสเตรเตอร์คนเก่ง ซึ่งแพชชั่นและแรงบันดาลใจเกี่ยวกับศิลปะเริ่มมาจากแม่ของฉันเอง แม่สอนฉันสร้างสรรค์งานภาพและใช้โปรแกรมทำกราฟิก” ซึ่งสะท้อนให้เห็นรากฐานครอบครัวอย่างว่าเธอถูกขัดเกลาอย่างจริงจังด้วยพื้นฐานทางศิลปะ

     เมืองเก่าทางตอนเหนือมาพร้อมศิลปะและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมไม่ค่อยเปิดกว้างพอจะเกิดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ แต่ด้วยความใส่ใจจากครอบครัวทำให้ที่เล็งเห็นว่าเธอชอบศิลปะจึงสนับสนุนและส่งเธอไปมิลาน เมืองที่ทุกคนรู้จักกันดีว่ามีความหลากหลายทางศิลปะ พร้อมให้ชายหญิงสานฝันในด้านศิลปะของตนเอง อย่างน้อยก็ดื่มดำกับบรรยากาศศิลป์อันเลื่องลือ เธอกล่าวขอบคุณครอบครัวว่า “ต้องขอบคุณครอบครัวฉัน พวกเขาสนับสนุนฉันอยู่เสมอ เมื่อ 4 ปีก่อนฉันมีโอกาสย้ายมาที่มิลานเพื่อศึกษาด้านการสื่อสาร” ซึ่งเธอเปิดเผยถึงกิจกรรมในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยอีกว่า “ระหว่างชีวิตนักศึกษาฉันทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ในสตูดิโอ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์พร้อมบ่มเพาะเรื่องราวและความคิดสร้างสรรค์” ทั้งหมดจึงกลายเป็นต้นตอของความน่าสนใจในแอคเคาต์กระเป๋าใบใหญ่แอคเคาต์นี้

Paulinha Sampaio กับกระเป๋า Gucci ใบยักษ์

     เธอเผยถึงช่วงเริ่มแรกผลิไอเดียกระเป๋าใบโตกับโว้กประเทศไทยว่า “The Big Bag Club เริ่มมาจากที่ฉันเห็นลุคของ Paulinha Sampaio กับกระเป๋า Gucci ใบยักษ์ช่วงลอนดอนแฟชั่นวีกเมื่อ 2 เดือนก่อน ครั้งแรกที่เห็นมันเหมือนกับว่าเป็นมีมหรือมุกตลกเกี่ยวกับแฟชั่น จะมีกระเป๋ารูปทรงคลาสสิกอะไรใหญ่เช่นนี้ แต่เปล่าเลยมันคือกระเป๋าจริง ไม่มีการตัดต่อใดๆ หลังจากนั้นฉันก็เริ่มจินตนาการกระเป๋าทุกใบในขนาดใหญ่กว่าปกติ” ความคิดริเริ่มของแอคเคาต์นี้จึงเกิดจากความฉงนของเวอร์จิเนียกับขนาดอันแปลกตาของแฟชั่นยุคปัจจุบัน นี่ถ้า Super Micro Bag เตะตาเธอ เราอาจจะได้เห็นกระเป๋าเท่าไม้จิ้มฟันในเพจเธอแทนก็ได้

     “จริงๆ เริ่มแรกไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ” จากความชอบส่วนตัวของเวอร์จิเนียประกอบกับไอเดียล้ำๆ ที่ผุดขึ้นหลังจากเห็นกระเป๋าจึงทำให้เธออยากสร้างช่องทางในการผลิตผลงานเหมือนกับพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งระหว่างนั้นเธอทำงานกับเอเจนซี่และเธอลงทุนทำสิ่งนี้ขึ้นเพื่อโปรเจกต์งานกราฟิกของเธอเอง แต่ที่ไหนได้มันดังพลุแตกเลยทีเดียว เริ่มแรกก็แค่อยากทำพอร์ตเก็บผลงานต่างๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แต่ตอนนี้ “The Big Bag Club” ได้เทคโอเวอร์ไปหมดแล้ว

     หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า “ทำไมใหญ่แล้ว ต้องใหญ่ขึ้นอีก และแล้วก็ใหญ่ที่สุด” ศิลปินสาววัย 22 ปีบอกความในใจเกี่ยวกับขนาดกระเป๋าว่า “ฉันไม่สามารถหากระเป๋าที่ใส่ได้ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบได้จริงๆ หลายครั้งที่ฉันมีกระเป๋าสะพายขนาดใหญ่แต่มือก็ยังวุ่นถือเอกสารนู่นนี่เยอะไปหมด ดังนั้นเมื่อฉันเห็นกระเป๋าของสไตล์อินฟลูเอนเซอร์ชาวบราซิลคนนั้น ฉันก็คิดว่าในที่สุดโลกแฟชั่นก็เข้าใจในสิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ” และแล้วกระเป๋าขนาดมหึมาก็ถือกำเนิดขึ้น

     ด้วยคอนเซปต์ของอินสตาแกรม “Size does not matter!” ทำให้กระเป๋าไม่ว่ารูปทรงแบบไหน สีอะไร หรือแม้แต่ราคาเท่าไหร่ก็สามารถเป็นต้นฉบับให้กับงานศิลปะของเวอร์จิเนียได้หมด ซึ่งเธอใช้ไอเดียรอบตัวมาปรับใช้กับผลงาน และสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอจริงๆ คือการที่ชอบเห็นผู้อื่นคิดนนอกกรอบ แล้วยิ่งสำหรับอินสตาแกรมนี้ของเธอ เธอก็ระบุว่า “ฉันได้แรงบันดาลใจมาจากฟีดอินสตาแกรมเหมือนกัน ถ้าฉันชอบฉันก็แค่รังสรรค์มันขึ้นมา” ความเรียบง่ายของกระบวนการคิดอันสร้างสรรค์เหล่านี้เป็นรากฐานให้เกิดงานศิลปะเสพง่ายที่ทุกคนต้องพูดถึง ซึ่งผลงานแรกของสาวอิตาเลียนคนนี้คือ ภาพของ Aimee Song กับกระเป๋า Louis Vuitton x Grace Coddington

     อย่างที่กล่าวไปว่าชีวิตของเวอร์จิเนียผูกพันกับศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะมาทำไอจีกระเป๋าใบโตนี้เธอลองเดินผิดเดินทางถูกในเส้นทางสายนี้มาไม่น้อย “ฉันใช้ชีวิตช่วงมัธยมไปกับการถ่ายภาพงานปาร์ตี้ งานแต่งงาน รวมถึงร้านอาหารบ้างประปราย และแล้วฉันก็เข้าสู่เวทีการแข่งขันในวงการถ่ายภาพ ทำวิดีโอ และกราฟิกดีไซน์ เมื่อฉันก้าวสู่มิลาน ฉันก็เริ่มทำงานในกราฟิกสตูดิโอ และเพิ่งเริ่มโปรเจกต์การสร้างสรรค์กระเป๋าเมื่อไม่นานมานี้เอง” เจ้าของผลงานเผยถึงประสบการณ์ด้านศิลปะที่เธอเดินผ่านมานานหลายปีกว่าจะมาถึงจุดนี้

     ถ้าให้เวอร์จิเนียเลือกภาพที่ชอบที่สุด เธอลังเลแต่ก็เผยว่า “ถ้าให้เลือกจริงๆ คงจะเลือกกระเป๋า Marimekko ใบโตของ Emili Sindlev กับกระเป๋า Chanel ของ Aimee Song” แต่ถ้ามุ่งไปเรื่องยอดไลก์เธอกล่าวว่า “กระเป๋า Khaite Bag ของ Loulou de Saison และภาพนักท่องเที่ยวถุงช็อปปิ้งลุยน้ำถือคือภาพที่โด่งดังและเป็นไวรัลที่สุดในชีวิตฉันเลย” เห็นอินสตาแกรมประสบความสำเร็จขนาดนี้เราจึงแอบถามเวอร์จิเนียว่าจะทำไปถึงเมื่อไหร่ ซึ่งเราก็ได้คำตอบว่า “ฉันยังมีไอเดียอีกเยอะเลย คงไม่มีกำหนดจะเลิกทำเร็วๆ นี้แน่นอน”

     “ฉันเคยกลัวในช่วงจบเรียนจบใหม่ๆ ว่าจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ได้อย่างไร ฉันไม่เคยคิดถึงความสำเร็จขนาดนี้ ต้องขอบคุณเพจนี้จริงๆ ที่ทำให้ฉันได้พบประสบการณ์ใหม่ คนใหม่ๆ และเรื่องราวน่ารักๆ ตลอดช่วงเวลาสร้างสรรค์งาน ทุกๆ วันฉันได้รับข้อความเขียนมาชื่นชมผลงาน การอ่านข้อความทั้งหมดนั้นทำให้ฉันมีความสุขมากกับสิ่งที่ทำอยู่” เวอร์จิเนียเผยถึงความรู้สึกดีๆ ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับ ซึ่งเธอยังปิดท้ายการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้กับโว้กประเทศไทยไว้ด้วยว่า “ฉันไม่คิดว่ามันมีสูตรพิเศษในการประสบความสำเร็จหรอกนะ หรืออย่างน้อยฉันก็ไม่รู้ (หัวเราะ) แต่ที่ฉันมั่นใจเลยคือการเก็บรักษาความตั้งใจในการทะยานสู่เป้าหมายไว้ให้ได้ ใครก็สามารถทำได้หากตั้งธงไว้เช่นนี้ ใครก็แล้วแต่ที่สามารถบรรลุถึงความพึงพอใจเหล่านั้นได้ก็จะทำให้เรามีความสุขไปด้วย” ความยอดเยี่ยมในการรังสรรค์ผลงานจาก “The Big Bag Club” พิสูจน์แล้วว่าความยิ่งใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเสมอไป เพราะที่นี่นอกจากกระเป๋าใหญ่แล้วคลังความคิดสร้างสรรค์ของเวอร์จิเนียยังใหญ่ตามไปด้วย... 

 

สามารถคลิกชมภาพเพิ่มเติมได้ที่อินสตาแกรม @thebigbagclub

 

ภาพ: Courtesy of The Big Bag Club/Virginia Rolle