FASHION

Nike ลบข้อจำกัดของสาวมุสลิมสายสปอร์ตด้วยชุดว่ายน้ำใหม่ถูกต้องตามข้อบังคับทุกประการ

     ประเด็นความเชื่อศาสนาเป็นเรื่องละเอียดเสมอเมื่อนำไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แฟชั่นและกีฬาเป็นอีกประเด็นที่เรื่องศาสนามีผลต่อวิถีทางการพัฒนาไปในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแง่มุมธุรกิจ ซึ่งทำให้เราได้เห็นการพัฒนาในแง่มุมที่แปลกใหม่เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มศาสนิกชนแต่ละศาสนาได้ อย่างศาสนาคริสต์เองก็มีไอเท็มชิ้นพิเศษสำหรับช่วงคริสต์มาส หรือลายพิมพ์ที่สะท้อนถึงความเชื่อภายในจิตใจมนุษย์เรื่องต่างๆ แต่ทว่าพอเป็นเรื่องกีฬาที่มีเอี่ยวในด้านแฟชั่นนิดๆ อย่างเสื้อผ้ากีฬามักเกิดคำถามทุกครั้งว่าชุดออกกำลังกายบางครั้งอาจจะผิดต่อหลักศาสนาจนอาจเป็นกำแพงที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเล่นกีฬานั้นๆ หรือไม่บางครั้งการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งอาจไม่ผิดแต่ชุดสำหรับเล่นกีฬานั้นอาจจะผิด วันนี้จึงมีแบรนด์แฟชั่นและกีฬาแบรนด์หนึ่งตีประเด็นนี้ขึ้นจนเกิดเป็นช่องทางโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ในยุค 2020 

ภาพ: Courtesy of Nike

     Nike ชื่อนี้การันตีเอกลักษณ์และชื่อเสียงโดยไม่มีใครตั้งคำถาม ทางทีมไนกี้เล็งเห็นว่ากีฬาว่ายน้ำเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่มีข้อจำกัดเรื่องเสื้อผ้ากับหญิงสาวชาวมุสลิมพอสมควร เพราะฉะนั้นแบรนด์จึงอยากเปิดโอกาสให้สาวชาวมุสลิมผู้เคร่งครัดสามารถว่ายน้ำได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดระเบียบปฏิบัติศาสนาแต่อย่างใด ชุดว่ายน้ำชุดนี้จึงถูกออกแบบมาให้ปกปิดผิวหนังอย่างทั่วถึง แต่ก็ยังคงมีดีไซน์การออกแบบที่เหล่าทีมของไนกี้พิถีพิถันเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นชุดว่ายน้ำจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป ทั้งสบายใจและมีสไตล์อีกด้วย

ภาพ: Courtesy of Nike

     ไนกี้นิยามชื่อของชุดว่ายน้ำนี้ว่า “Victory Full-Coverage Swimsuit” ชุดว่ายน้ำสวมแบบชุดเดียวและยังมีการแยกส่วนชุดส่วนบนผ้าทูนิก กางเกงว่ายน้ำเลกกิ้ง และฮิญาบสำหรับว่ายน้ำโดยเฉพาะขายอีกด้วย ซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบนี้มาจากประเด็นที่เราได้เกริ่นไปข้างต้น เนื่องจากข้อจำกัดในการเล่นกีฬาชนิดนี้ทำให้ชุดว่ายน้ำในเวอร์ชั่นก่อนๆ ที่ถูกต้องตามหลักศาสนาจริงๆ ก็ไม่ได้สะดวกสบายคล่องตัวพอจะเรียกว่าชุดกีฬาแบบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ นักว่ายน้ำชาวมุสลิมมักกังวลกับฮิญาบที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับว่ายน้ำโดยเฉพาะ และส่วนต่างๆ ของชุดมีความเทอะทะในบางจุดยิ่งทำให้ลดประสิทธิภาพการว่ายน้ำของสาวๆ ลงไปอย่างน่าเสียดาย

ภาพ: Courtesy of Nike

     ความพิเศษของชุดว่ายน้ำชุดนี้นอกเหนือจากตรงตามระเบียบปฏิบัติอันเคร่งครัดแล้วยังสอดแทรกโทคโนโลยีด้านเสื้อผ้ากีฬาไว้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นบราในตัวสำหรับเสื้อ และฮิญาบเองก็มีช่องสำหรับมัดผมไว้เรียบร้อย มากไปกว่านั้นทั้งชุดยังใช้เนื้อผ้าคุณภาพสูง แห้งเร็ว และที่สำคัญที่สุดน้ำหนักเบา เมื่ออยู่ในน้ำเหมือนกับว่าหญิงสาวจะได้ว่ายน้ำด้วยความพลิ้วไหวและเร่งความเร็วจากสปีดร่างกายตนเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมีอุปสรรคใดๆ มารบกวน โดยชุดว่ายน้ำสุดพิเศษเซตนี้มีสีให้เลือกถึง 3 สีคือดำ กรมท่า และม่วง สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 650 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 19,600 บาท และจะวางขายในร้านไนกี้และออนไลน์สโตร์ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธปี 2020 ปิดท้ายเรื่องชุดว่ายน้ำโดยคำกล่าวของ Martha Moore ผู้อำนวยการสร้างสรรค์และรองผู้บริหารไนกี้ว่า “คอลเล็กชั่นชุดว่ายน้ำคอลเล็กชั่นนี้แสดงถึงพลังแห่งการคิดค้นเพื่อที่จะเชิญชวนผู้หญิงทุกคนได้สัมผัสกับความสนุกของกีฬาอย่างเต็มที่”

Nike Pro Hijab / ภาพ: Courtesy of Nike

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไนกี้ใส่ใจกับเรื่องกีฬา ศาสนา และแฟชั่น เพราะเมื่อปี 2017 ต่อ 2018 ทางแบรนด์ได้ปล่อย “Nike Pro Hijab” หรือฮิญาบสำหรับเล่นกีฬาโดยเฉพาะให้สาวๆ มุสลิมได้เล่นกีฬาโดยไม่ต้องเป็นกังวลกับผ้าโพกตามระเบียบปฏิบัติ เพราะสิ่งนี้ทั้งถูกระเบียบและให้ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวได้เต็มที่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้แบรนด์กีฬาดังจากอเมริกาไม่ได้เล็งเห็นแค่ระเบียบปฏิบัติทางศาสนา แต่พวกเขาต้องการจะพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กับศักยภาพมนุษย์ รูปร่าง ความสามารถ และภูมิหลังของแต่ละกลุ่มสังคม ต่อไปนี้กีฬา ศาสนา และแฟชั่นต้องผนวกกันอย่างแยกไม่ได้ เพราะทุกอย่างมีความสำคัญในตัวเองและส่งผลให้เกิดแนวทางเพื่อตอบโจทย์ดั่งชุดว่ายน้ำรุ่นใหม่นี้เอง

บรรยากาศโชว์ Dolce & Gabbana ในมหานครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ / ภาพ: Courtesy of Dolce & Gabbana

     ในวงการแฟชั่นได้เล็งเห็นการผนวกความสวยงามและธรรมเนียมความเชื่อต่างๆ เข้าด้วยกันมากขึ้น เราอยู่ในยุคที่ต้องเริ่มทำความเข้าใจคนอื่นมากกว่าตั้งบรรทัดฐานเพื่อให้มนุษย์ทุกคนบนโลกอยู่ใต้เกณฑ์เดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ Michael Kors เองก็เอาใจสาวมุสลิมสายแฟด้วยเปิดตัวฮิญาบแฟชั่นแต่ก็ยังถูกธรรมเนียมปฏิบัติ (อ่านต่อ ที่นี่) แสดงให้เห็นถึงความลื่นไหลทางวัฒนธรรมที่สอดคล้องเข้ากับเทรนด์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัวมากขึ้น ทางเลือกของผู้หญิงเปิดกว้างในทุกๆ ทางทำให้เราได้เห็นปราฏกการณ์อันน่าสนใจในหลายแวดวงมาตลอดหลายปีนี้ นอกจากเสื้อผ้าแล้วการให้ความสำคัญจนถึงสถานที่ก็เป็นเรื่องใหญ่และน่าสนใจ ตัวอย่างเช่นแบรนด์ Dolce & Gabbana และ Chanel ที่นำเอาแรงบันดาลใจจากภูมิภาคตะวันออกกลางกลั่นออกมาเป็นโชว์พิเศษเสิร์ฟร้อนถึงที่ นี่ถือเป็นอีกเรื่องน่าจับตามองมากในปี 2020 เมื่อหลักเกณฑ์ทางศาสนาและความศรัทธาส่วนบุคคลได้รับความเคารพจากคนทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด เราก็จะได้เห็นความงามที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างละเอียดจนออกมาเป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์กลุ่มแฟนทุกกลุ่มได้อย่างดี