LIFESTYLE

ออกเดินทางผ่านบทเพลง The Beatles กับ 5 สถานที่ เรื่องราว และความทรงจำที่ฝังไว้ในท่วงทำนอง

ในบทเพลงจำนวนมากของสุดยอดวงดนตรีวงนี้ มีการหยิบเอาสถานที่ต่างๆ มาบอกเล่าผ่านท่วงทำนองอยู่หลายครั้ง

     ในช่วงที่การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศยังทำได้ไม่สะดวกนัก แต่ละคนคงมีวิธีเยียวยาหัวใจที่อยากออกเดินทางแตกต่างกันไป เช่นการเปิดดูรูปเก่าๆ ย้อนความทรงจำวันวาน ชมภาพยนตร์ที่มีฉากหลังเป็นสถานที่สวยๆ หรือแม้กระทั่งการฟังเพลง

     ถึงแม้บทเพลงจะไม่มีภาพมาประกอบ ทว่าเรื่องราวของสถานที่ต่างๆ ที่ร้อยเรียงออกมาผ่านท่วงทำนองก็สามารถพาหัวใจของผู้ฟังให้เหมือนได้ร่วมออกเดินทางไปได้เช่นกัน และหนึ่งในศิลปินที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุดคือ The Beatles

     ในบทเพลงจำนวนนับร้อยของสุดยอดวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากเมืองลิเวอร์พูลวงนี้มีการหยิบสถานที่ต่างๆ มาบอกเล่าผ่านท่วงทำนองอยู่หลายครั้ง ซึ่งพื้นที่ของบทความนี้คงไม่อาจกล่าวถึงได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงขอเลือกบางส่วนที่มีเรื่องราวน่าสนใจมาบอกเล่า และต่อให้คุณจะไม่ใช่แฟนตัวยงของสี่เต่าทองก็สามารถสนุกไปกับมันได้

 

Ticket To Ride

     “Ticket To Ride” เป็นซิงเกิ้ลที่เปิดตัวในเดือนเมษายน 1965 เพื่อโปรโมตภาพยนตร์และอัลบั้ม “Help!” ที่กำลังจะวางจำหน่าย เพลงนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยขึ้นถึงอันดับ 1 ทั้งในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา

     ส่วนความหมายของคำว่า Ticket To Ride ซึ่งเป็นชื่อเพลงนั้น Paul McCartney ได้เคยเล่าเอาไว้ว่าครั้งหนึ่งเขากับ John Lennon จะไปเยี่ยมลูกพี่ลูกน้องที่เมือง Ryde ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ริมชายฝั่งที่ตั้งอยู่ใน Isle of Wight พวกเขาจึงจองตั๋ว British Railways ก่อนที่ระหว่างการเดินทางครั้งนั้นไอเดียในการเขียนเพลงนี้ก็เกิดขึ้น ดังนั้นชื่อเพลงในตอนแรกจึงเป็น Ticket to Ryde ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Ticket To Ride ในภายหลัง 

 

Strawberry Fields Forever

     เพลง Strawberry Fields Forever ถูกบันทึกในตอนต้นของการทำอัลบั้ม Sgt. Pepper's Lonely Hearts Club Band แต่กลับไม่ถูกบรรจุในอัลบั้มดังกล่าว ทว่าสุดท้ายคนทั่วโลกก็ได้ฟังมันในซิงเกิ้ล double A-side ก่อนที่จะถูกรวมเข้าในอัลบั้มประกอบภาพยนตร์ Magical Mystery Tour ก่อนที่เพลงนี้จะได้รับความนิยมไปทั่วโลก

     ถึงแม้เนื้อเพลง Strawberry Fields Forever จะมีความแฟนตาซีและเซอร์เรียลผสมอยู่ค่อนข้างมาก แต่ Strawberry Fields ที่พวกเขากล่าวถึงนั้นคือสถานที่ที่มีอยู่จริง

     ในวัยเด็ก John Lennon ได้รับการเลี้ยงดูจากคุณป้า ซึ่งบ้านของเธอตั้งอยู่บนถนน Menlove Avenue ห่างจาก Strawberry Fields ไม่ถึงไมล์ แต่ก่อนที่จะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ ต้องขอบอกก่อนว่า Strawberry Fields นั้นไม่ใช่ทุ่งสตรอว์เบอร์รี่แต่อย่างใด

     Strawberry Fields คือชื่อของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า โดย John กลับกลุ่มเพื่อนมักจะแวะเวียนไปเล่นซุกซนตามประสาเด็กที่นั่นเป็นประจำ และด้วยความเป็นเด็กจอมแสบ John สร้างวีรกรรมไม่น้อย ถึงขั้นที่ผู้ดูแล Strawberry Fields บอกกับเขาว่าห้ามาที่นี่อีก ถ้ามาอีกจะจับแขวนคอเสียให้เข็ด ซึ่งนี่เป็นที่มาของเนื้อเพลง Strawberry Fields Forever ท่อนหนึ่ง

     “nothing to get hung about”

     บ้านเด็กกำพร้า Strawberry Fields ปิดตัวลงในปี 2005 ก่อนที่มันจะกลายเป็นแลนมาร์กสำคัญที่แฟน The Beatles นิยมไปเยี่ยมเยือน พร้อมถ่ายรูปกับประตูสีแดงบานใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์

     ก่อนที่ในปี 2019  Strawberry Fields  จะกลับมาเปิดอีกครั้งจากความพยายามของ Julia Baird น้องสาวต่างมารดาของ John ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติของที่แห่งนี้ รวมถึงร้านกาแฟ นอกจากนั้น Strawberry Fields ยังดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ไม่ได้รับโอกาสจากสังคม

 

Penny Lane

     บทเพลงที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับ Strawberry Fields Forever และถูกรวมเข้าในอัลบั้ม Magical Mystery Tour ด้วยเช่นกัน

     Penny Lane เป็นชื่อถนนในเมืองลิเวอร์พูล และก็เป็นชื่อป้ายรถเมลด้วย อีกทั้งเนื้อหาของเพลงนี้ราวกับ Paul McCartney และ John Lennon ผู้แต่งต้องการพาผู้ฟังทุกคนกลับไปเยี่ยมละแวกบ้านที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยกัน เนื่องจากตลอดทั้งเพลงมีการกล่าวถึงร้านค้า ผู้คน และสถานที่อีกหลายแห่งที่ตั้งอยู่บนถนน Penny Lane 

     เช่นในท่อน “barber showing photographs of every head he’s had the pleasure to have known” ที่สื่อถึงร้านตัดผม Tony Slavin Ladies & Gentlemen Salon ที่สมาชิกสี่เต่าทองมีความหลังผูกพันด้วย

     ด้วยเหตุนี้ Penny Lane จึงเป็นบทเพลงที่มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับชาวเมืองลิเวอร์พูล ที่นอกจากจะไพเราะแล้ว ยังเป็นเหมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่จะคงอยู่ไปตลอดกาล

 

The Ballad of John and Yoko

     ถึงแม้จะไม่ถูกบรรจุรวมในอัลบั้มใดๆ แต่นี่คือบทเพลงที่มีความหมายอย่างมากสำหรับ John Lennon และ Yoko Ono บอกเล่าเรื่องราวความรักของทั้งคู่ได้อย่างลงตัว 

     “Peter Brown called to say

     You can make it O.K.

     You can get married in Gibraltar near Spain”

     เนื้อร้องท่อนหนึ่งจากเพลง The Ballad of John and Yoko โดย Peter Brown คืออดีตผู้จัดการวง The Beatles ที่เข้ามาทำหน้าที่หลังจาก Brian Epstein เสียชีวิต ซึ่งในบทเพลง John Lennon ได้เล่าเรื่องว่าตอนแรกแผนการของเขาคือการแต่งงานกับ Yoko บนเรือข้ามฟากไปฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้รับอนุญาต Peter Brown จึงเป็นคนจัดการให้ทั้งคู่แต่งงานกันที่ Gibraltar ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษที่อยู่ใกล้กับสเปน 

     นอกจากนั้นใน The Ballad of John and Yoko ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ถูกเอ่ยถึง เช่น “Honeymooning down by the Seine.” ที่หมายถึงแม่น้ำแซน หรือ “drove from Paris to the Amsterdam Hilton.” ราวกับผู้ฟังได้ออกเดินทางไปกับคู่รักคู่นี้จริงๆ 

 

Abbey Road

     ในตอนแรก Abbey Road สตูดิโออัลบั้มลำดับรองสุดท้ายของ The Beatles ตั้งใจจะใช้ชื่อว่า Everest ตามชื่อยี่ห้อบุหรี่ที่ Georff Emerick วิศวกรควบคุมเสียงประจำวง The Beatles ชื่นชอบ แต่ความคิดที่จะเดินทางไปยังยอดเขาเอเวอเรสต์เพื่อถ่ายภาพปกอัลบั้มนั้นดูซับซ้อนและใช้เวลานานเกินไป

     ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดโดยการเดินออกจากสตูดิโอที่บันทึกเสียงซึ่งตั้งอยู่บนถนน Abbey ก่อนจะเดินข้ามถนนไปมาไม่กี่ครั้ง และให้ช่างภาพถ่ายเก็บเอาไว้ ก่อนจะเปลี่ยนชื่ออัลบั้มจาก Everest เป็น Abbey Road 

     จากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย กลายเป็นว่า Abbey Road คือหนึ่งในหน้าปกอัลบั้มที่คลาสสิคที่สุดตลอดกาล ก่อนที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์กให้แฟนเพลง The Beatles จากทั่วโลกต้องไปเยือนและถ่ายรูปเก็บไว้สักครั้ง

คีย์เวิร์ด: #VogueCulture #TheBeatles