FASHION

รู้จัก 'การดื่มชา' ของประเทศอังกฤษ วัฒนธรรมอันรุ่งเรืองที่เกือบทำชาติล้มละลาย

โดยวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวอังกฤษนั้น เริ่มต้นขึ้นโดยแคทเธอรีนแห่งบราแกนซา สมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ และประเพณีดังกล่าวก็ถูกสงวนเอาไว้ให้แค่ชนชั้นสูงในเวลานั้นเท่านั้น

     ผู้ดีอังกฤษ และวัฒนธรรมการจิบชา ดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน ทว่าจะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้ว “วัฒนธรรมการดื่มชา” ที่ว่านั้นไม่ใช่วัฒนธรรมสัญชาติอังกฤษโดยแท้แต่อย่างใด...แม้ว่าปัจจุบันอังกฤษจะได้รับการจัดลำดับให้เป็นชาติที่ดื่มชามากที่สุดเป็นลำดับต้นของโลกก็ตาม แต่เมื่อย้อนกลับไปนับจากยุคกลางมาจนถึงยุคเรอเนสซองส์ หรืออีกชื่อหนึ่งที่ว่า ยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปะวิทยากร เครื่องดื่มที่อยู่ในใจของชาวอังกฤษเสมอมาคือ เบียร์ กระทั่งที่โลกเหวี่ยงมนุษย์มาสู่ช่วงศตวรรษที่ 17 ชาวดัตช์ที่ได้เดินทางไปติดต่อการค้ากับต่างแดน ก็ได้นำชากลับมาที่ทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก และสร้างความนิยมการดื่มชาให้เกิดขึ้นทันทีในกลุ่มของสมาชิกราชวงศ์ และชนชั้นสูงแห่งฮอลแลนด์

ผลงานภาพวาดในชื่อ Tea โดยฝีมือของ George Dunlop Leslie

 

     โดยวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวอังกฤษนั้น เริ่มต้นขึ้นโดยแคทเธอรีนแห่งบราแกนซา สมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ  และประเพณีดังกล่าวก็ถูกสงวนเอาไว้ให้แค่ชนชั้นสูงในเวลานั้นเท่านั้น เพราะ ”ชา” ในเวลานั้นยังจัดว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่คนทั่วไปจะสามารถเอื้อมถึงได้ แต่ไม่นานหลังจากนั้นชาก็แพร่หลายไปทั่ว คนทุกชนชั้นสามารถสร้างวัฒนธรรมการดื่มชาในบ้านของตัวเองได้ และในเวลาเดียวกันนั้นการดื่มชาก็ได้แทรกซึมไปทั่วประเทศอังกฤษทุกหัวระแหงอย่างแยบยล รู้ตัวอีกทีวัฒนธรรมการดื่มชาในอังกฤษก็ขยายตัวยิ่งใหญ่ แตกสาขาเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการดื่มชามากมาย ทั้ง Tea Dance ที่เป็นการจัดงานเต้นรำในช่วงบ่าย ที่จบด้วยการดื่มชา, Tea Garden ซึ่งเป็นการดื่มชาพร้อมชมธรรมชาติในสวนสวยไปพร้อมๆ กันนั่นเอง หรือกระทั่ง Tea Break ที่นับเป็นการกำหนดช่วงเวลาหนึ่งขึ้นมาให้เทียบเท่ากับมื้ออาหารมื้อหนึ่งเลยด้วยซ้ำ

ภาพวาดในชื่อ Tea in the Park โดยฝีมือของ Edward Cucuel

 

     วัฒนธรรมการดื่มชา ที่มาพร้อมกับความเป็นผู้ดีแผ่ขยายชัดเจนขึ้นไปทั่วยุโรป หลากหลายประเทศจึงน้อมนำวัฒนธรรมการดื่มชาแบบอังกฤษมาไว้ในกิจวัตรโดยละม่อม งานศิลปะของเหล่าจิตรกรชื่อดังในช่วงยุควิกตอเรียนทั่วยุโรป นับเป็นสิ่งที่จะสามารถการันตีได้อย่างดีว่า วัฒนธรรมการดื่มชาของชาวอังกฤษนั้นเข็มแข็ง และน่าสนใจมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น Tea โดย George Dunlop Leslie, Five O’Clock Tea โดย Julius LeBlanc Stewart, Tea in the Park โดย Edward Cucuel และอีกมากมาย แต่ด้วยวัฒนธรรมการดื่มชาอันรุ่งเรืองเดียวกันนี้เอง ก็เกือบทำให้อังกฤษล้มละลายมาแล้ว

ผลงานภาพวาดในชื่อ Five O’Clock Tea โดยฝีมือของ Julius LeBlanc Stewart

 

     ในศตวรรษที่ 18 ที่คนอังกฤษต่างดื่มชากันเป็นกิจวัตรประจำวัน วัฒนธรรมนี้รุ่งเรืองถึงขีดสุด และแน่นอนว่าเม็ดเงินของอังกฤษก็ไหลสู่ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศต้นตำหรับของชาแบบไม่ขาดสาย กระทั่งเศรษฐกิจในเวลานั้นเกิดวิกฤต ทว่าอังกฤษก็รุดแก้เกมครั้งนี้ได้อย่างทันท่วงที พร้อมสร้างสมดุลในกับสิ่งเสพติดระดับชาติ และรักษาวัฒนธรรมการดื่มชานี้เอาไว้ ด้วยการสนับสนุนในจีนปลูกฝิ่นตั้งแต่ช่วงปี 1750 เป็นต้นมา และไม่นานเม็ดเงินระหว่างการซื้อขายชา และฝิ่น ก็เดินทางข้ามไปมาระหว่างตะวันตก ตะวันออกอีกครั้งด้วยดี... (ก่อนที่จะบานปลายเป็นสงครามค้าฝิ่นในเวลาต่อมา)

     กระนั้นในปัจจุบัน การดื่มชาก็ดูเหมือนจะเป็นวัฒนธรรมของทุกครัวเรือนในอังกฤษไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย มิใช่วัฒนธรรมที่ผูกขาดกับชนชั้นสูงอีกต่อไป เพราะแม้แต่แรงงานโรงงานยังมีช่วงเวลาพักดื่มชาเป็นกิจวัตรด้วยเช่นกัน...

คีย์เวิร์ด: #VogueCukture #TeaBreakCulture