LIFESTYLE

ออสการ์ตาไม่ถึงหรือเธอยังเก่งไม่พอ Saoirse Ronan กับการชวดรางวัลออสการ์ถึง 4 หน

ต้องเก่งขนาดไหนถึงจะคว้ารางวัลออสการ์ ขุดเหตุผลทำไม Saoirse Ronan ถึงยังชวดที่สุดของรางวัลด้านการแสดงไปถึง 4 ครั้งด้วยกัน

     เด็กวัย 13 ปีที่โกหกเพราะความอิจฉาใน Atonement 

     ผู้หญิงธรรมดาจากประเทศไอร์แลนด์ใน Brooklyn

     วัยรุ่นมัธยมปลายผู้ต่อต้านโลกที่เป็นอยู่ใน Lady Bird 

     และหญิงสาวผู้ทลายทุกขอบกั้นความเป็นผู้หญิงใน Little Women

     4 บทบาทนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ Saoirse Ronan นักแสดงชาวไอริชได้รับเล่น แต่เป็น 4 บทบาทสำคัญที่เธอได้รับเลือกให้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และเป็น 4 ครั้งที่เธอเองก็ชวดรางวัลนั้นไปอย่างน่าเสียดาย

เซอร์ชาในบท Briony จากภาพยนตร์ Atonement / The People

     Atonement เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เซอร์ชาได้เข้าชิงในฐานะนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมด้วยวัยเพียง 12 ขวบ เธอรับบทเป็น Briony เด็กเลี้ยงแกะโป้ปดที่โกหกหน้าตาย และโบ้ยความผิดให้กับคนที่ไม่ได้ทำ เธอสร้างเรื่องมากมายจนสุดท้ายต้องมาไถ่บาปคืน 

     เซอร์ชาในวัยเพียง 12 ปีมีอายุไล่เลี่ยกับบทไบรโอนีนั้นแสดงได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งความซับซ้อนทางอารมณ์ที่เป็นแก่นเรื่องทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้พลิกสถานการณ์ไปมาแบบยากจะคาดเดา อาการตีหน้าเศร้าของตัวละครชักชวนคนดูให้เกิดอาการหมั่นไส้ และในทางกลับกันก็รู้สึกสงสารตงิดๆ ความไม่รู้ประสาในวัยเด็กผสมกับความริษยาในใจผู้หญิง ทำให้บทบาทนี้มีชั้นเชิงและลูกเล่นพอสมควร ออสการ์จึงตกลงปลงใจส่งเธอขึ้นชิงรางวัลตุ๊กตาทองคำในปีนั้น แม้ว่าเธอจะไม่ได้มันกลับบ้านก็ตาม

เซอร์ชาในบท Eillis จากภาพยนตร์ Brooklyn / Reddit

     ก้าวต่อมาอีกหลายปีบนเวทีรางวัลกับภาพยนตร์เรื่อง Brooklyn เซอร์ชารับบทหญิงสาวบ้านๆ จากไอร์แลนด์ที่ไม่ได้มีชีวิตหวือหวาอะไรนัก คนธรรมดาทั่วไปที่ได้โอกาสไปชุบตัวหาโอกาสทองในย่านบรู๊คลิน หากพัฒนาการของตัวละครกลับมีให้เห็นได้อย่างชัดเจน

     เซอร์ชาในบท Eilis เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวละครทั้งสีหน้า แววตา บุคลิกภาพ และท่าทางการแสดงออก ช่วยส่งบทให้ภาพยนตร์ที่เล่าถึงอาการ Homesick และรักสามเศร้าจางๆ ที่ค่อนข้างเนือยๆ ดูมีสีสันและรสชาติมากขึ้น เนื้อเรื่องเรียบเรื่อยไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่เพราะการแสดงของเซอร์ชาสำนักเซียนออสการ์จึงต้องยกป้ายให้เธอขึ้นชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งสุดท้ายก็เป็นการพลาดรางวัลไปเป็นครั้งที่สอง

เซอร์ชาในบท Kristine จากภาพยนตร์ Lady Bird / Pinterest

     สาวน้อยผู้ไม่ยอมรับในตัวตน เบื่อแสนเบื่อกับชีวิตจืดชืด และฝันที่จะมีชีวิตที่ดีในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ตัวละคร Kristine ในภาพยนตร์ Lady Bird ต่อต้านทุกสิ่ง แม้กระทั่งป้องปากเถียงแม่เรื่องเงินๆ ทองๆ ว่าโตขึ้นจะเอาเงินมาจ่ายคืนค่าที่ต้องเลี้ยงดูเธอ 

     สีสันที่เซอร์ชาระบายให้กับตัวละครนี้ช่างเต็มไปด้วยไดนามิก คริสทีนเป็นเด็กที่ไม่ค่อยน่ารักถ้ามองจากมุมผู้ใหญ่ เพราะเธอค้านหัวชนฝาทุกสิ่ง ต้องการเป็นคนโดดเด่น เป็นที่ยอมรับ แม้จะหลงลืมไปว่าตัวเธอเองยังไม่ยอมรับตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ฉลาดและเฉลียวไม่น้อย คาแร็กเตอร์จัดจ้านรวมทุกสีไว้ในคนเดียวเรียกว่าท้าทายผู้แสดงพอสมควร และแน่นอนว่าเมื่อมันมาถึงมือของเซอร์ชาแล้ว เธอก็จัดการปรุงด้วยเสน่ห์ของเธอเองจนออกมาเป็นเลดี้ เบิร์ด ที่นักวิจารณ์หลายคนชื่นชอบ

เซอร์ชาในบท Jo March จากภาพยนตร์ Little Women / Reddit

     บทบาท Jo March ในภาพยนตร์ Little Women มีการปรับปรุงคาแร็กเตอร์ให้เข้าใจโลกมากขึ้น ตัวละครเองก็หัวรั้นเท่าที่หญิงสาวในศตวรรษที่ 19 จะสามารถทำได้ แม้เธอจะไม่ได้ต่อต้านพ่อแม่ถึงขนาดเหวี่ยงตัวเองลงจากรถด้วยความประชดประชันแบบเลดี้ เบิร์ด แต่โจ มาร์ช ก็กล้าหั่นผมสั้นจนกุดเพื่อไปขายและนำเงินมาเป็นค่าเดินทางให้กับแม่ 

     การตั้งหน้าตั้งตาปฏิเสธการแต่งงาน เพราะคิดว่าผู้หญิงเองก็มีหัวใจและทำอะไรได้ในหลายสิ่ง เช่นการที่เธอมีแพสชั่นอย่างการเป็นนักเขียน ความมุ่งมั่นในหลายๆ อย่างของตัวละครเซอร์ชาถ่ายทอดออกมาได้อย่างละเอียดอ่อนทั้งน้ำเสียงและภาษากาย แม้บทบาทจะไม่ได้พลิกโผไปจากที่เคยเล่นขนาดหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก็มีความสดใหม่จนใครหลายคนประทับใจ แต่ก็ยังไม่วายชวดหลายรางวัลให้กับ Renée Zellweger ที่คืนจอด้วยบทบาท Judy Garland ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าแข็งแกร่งมากจริงๆ

ภาพ: Graham Norton Show

     คำถามที่ตามมาคือต้องเก่งขนาดไหนล่ะ ออสการ์ถึงจะยอมตกรางวัลให้

     การแสดงที่มีพัฒนาการ

     บทบาทที่แปลกไปจากเดิม

     ความหลากหลายของบทบาทที่ได้รับ

     ทุ่มสุดตัวอย่างลดหรือเพิ่มน้ำหนัก

     หรือเรียกน้ำตาคนดูได้เป็นลิตรๆ

     แม้เกณฑ์การคัดเลือกผู้ชนะจะไม่ได้มีมาตรวัดตายตัว เพราะบางครั้งออสการ์เข้มข้นหนักหน่วงคาดเดายาก แต่บางครั้งก็เรียบง่ายขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีอย่างแน่นอนคือความกลมกล่อมของบทภาพยนตร์และตัวละคร ทั้งสองสิ่งต้องเท่าเทียมและเสริมกันเพื่อสร้างไดนามิกที่เป็นแก่นของเรื่องให้ออกมาสวยงาม องค์ประกอบภาพรวมจึงสำคัญเพราะต่อให้นักแสดงเล่นได้ดีขนาดไหน แต่บทแย่เหลือคณานับก็ส่งกันไปไม่ถึงฝัน ทุกอย่างล้วนต้องลงตัวสมบูรณ์แบบที่สุด 

ภาพ: The People

     ไม่ใช่ว่าเซอร์ชาเก่งไม่พอหรือเนื้อเรื่องที่เธอได้เล่นนั้นไม่ดี เพียงแต่ความเข้มข้นอาจสู้ผู้เข้าชิงคนอื่นไม่ได้ นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอเลือกลงแทงไผ่ด้วยบทโจ มาร์ช เป็นเสตรทฟรัช แต่กลับต้องตายให้กับรอยัลฟรัชของจูดี้ การ์แลนด์

     ท้ายที่สุดแล้วตุ๊กตาทองตัวนี้มันไม่ได้เป็นเครื่องช่างความสามารถหรือขีดความสำเร็จหรอก เพราะขนาดนักแสดงผู้อาวุโสอย่าง Glenn Close ที่เข้าชิงออสการ์กว่า 8 ครั้งและยังคงพลาดจนทุกวันนี้ ก็ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นผู้แพ้เลยสักครั้งเดียว แถมเธอยังเป็นนักแสดงที่ถูกชื่นชมมากที่สุดคนหนึ่งด้วยซ้ำ ไม่ต่างอะไรกับเซอร์ชาที่เธอเองอายุยังน้อยนัก สามารถลับฝีมือและพัฒนาไปได้ไกลมากกว่านี้อีกแน่นอน เพราะแค่นี้เธอก็กลายมาเป็นนักแสดงที่มีแฟนๆ รอคอยติดตามผลงานอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว เพียงเท่านี้ก็คงวัดได้แล้วว่าเซอร์ชา โรแนน ยังเก่งไม่พอทางด้านการแสดงหรือเปล่า 

ข้อมูล : Buzzfeed, The People