FASHION

'ฝนตก' ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แสดงความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ชัดเจนที่สุดในช่วงโควิด-19

ฝนทำให้ชีวิตคนกลุ่มหนึ่งสุขสบายชื่นมื่นกว่าเดิมมาก ส่วนคนอีกกลุ่มกลับต้องทนทุกข์ทรมานแบบหาที่เปรียบไม่ได้

     เมื่อก่อนอาจจะฟังดูตลกที่จะพูดถึงฝนในรูปแบบการวิเคราะห์เชิงสังคมศาสตร์ แต่ในปัจจุบันกลับแตกต่างออกไป โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นขณะนี้ เราอาจเคยมองกันว่าคนที่เคยมองทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลคือคนที่คิดมากจนเกินไป ในความเป็นจริงเราอาจจะมีมุมนั้นซ่อนอยู่แค่ไม่เคยหยิบมันออกมาวิเคราะห์เท่านั้นเอง วันนี้กับเรื่อง “ฝนตก” ปราฏการณ์ทางธรรมชาติที่มอบความสุขและความอ่อนโยนให้กับคนกลุ่มหนึ่ง แต่คือโชคชะตากลั่นแกล้งของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ฝนเทลงอย่างราวกับฟ้ารั่ว คนชนชั้นกลาง 2 ประเภทกำลังใช้ชีวิตอยู่ในบ้านช่วงเวลาบ่าย ครอบครัวหนึ่งอาจจะกำลังทานข้าวพร้อมกับเฮโลดีใจไปกับฝนตกครั้งนี้เพราะมันเปลี่ยนอากาศให้เย็นขึ้น ไร้แดด ใช้ชีวิตในบ้านอย่างเย็นสบาย แค่ตกก็ปลื้มปริ่ม เก็บแค่ผ้า และเช็คบ้านให้เรียบร้อย ในขณะที่อีกบ้านก็แฮปปี้ดีใจกับเหตุการณ์นี้แต่บ้านของเขาก็ต้องได้รับการดูแล ฝนตกคอยดูรอยรั่วหรือแม้แต่เช็คสภาพบ้านต่างๆ แต่ก็ยังมีความสุขชื่นชอบกับเม็ดฝนแห่งความเย็นชุ่มฉ่ำ

บรรยากาศจิบกาแฟอ่านหนังสือริมหน้าต่างดูฝนพรำเป็นความสุขของคนบางชนชั้นเท่านั้น / ภาพ: pluviobrew

     ตัดภาพไปที่บ้านของชนชั้นนำทางสังคม ฝนกลายเป็นบรรยากาศพิเศษยามไม่ได้ออกไปไหน สามารถนอนดูซีรี่ส์กับบรรยากาศโรแมนติก จิบไวน์ขวดหรู ทานอาหารและของทานเล่นชั้นเลิศ หรือจะเพิ่มความพิเศษให้ดูพิเศษขึ้นกับฝนยามเช้าที่มาพร้อมกาแฟแก้วร้อนกับหนังสือสักเล่ม และยามบ่ายกับชากลิ่มหอมละมุนพร้อมขนมอบครบเซ็ต  พวกเขาไม่ได้ผิดอะไร มันคือวิถีชีวิตของเขาตราบใดที่การกระทำเหล่านี้ใช้ทรัพยากรที่หามาได้โดยบริสุทธิ์ การบริจาคเองก็ไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว ประกอบกับเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้ครอบครองทรัพยากรส่วนตัว ในทางกลับกันการล่าแม่มดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ไม่ใช่คำตอบเช่นกัน

ตัวอย่างความลำบากในการใช้ชีวิตท่ามกลางสายฝนโดยเฉพาะช่วงโควิด-19 / ภาพ: Tdaily

     พอตัดมาอีกภาพเราเห็นคนชนชั้นรองที่อยู่เพิงพักสังกะสีเอย หลังคามุงผ้าใบ หรือแม้แต่คนไร้บ้าน ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวครัสโควิด-19 ยิ่งมีคนตกอยู่ในสภาพแบบนี้มากขึ้น (สมมติเดิมมี 100 ตอนนี้อาจจะเป็นหลัก 1,000) พวกเขาจะยินดีกับความชุ่มฉ่ำนี้เหรอ เปล่าเลย...ที่ซุกหัวนอนยังจะไม่มีอย่าคิดว่าพวกเขาจะมีความสุขกับฝน สถานะคนไร้บ้านจะอยู่อย่างไร ต้องเปียกปอนเพียงใด ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ คุณภาพชีวิตอย่าเรียกว่าต่ำ บางครั้งเรียกว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ ยิ่งปัญหาโรคระบาดเกิดขึ้นจากคนเคยมีงาน จากคนทำงาน กลายเป็นคนเร่ร่อน ข่าวจากสื่อหลายสำนักรายงานว่าหลายคนผ่อนบ้านไม่ได้ โดนไล่ออกจากคอนโด พวกเขาไม่ได้มีความสุขกับช่วงเวลาฝนเทแบบนี้เท่าไรนักหรอก

ภาพบาดใจเมื่อชาวระยองนับร้อยยืนตากฝนรอรับของบริจาคช่วงโควิด-19 / ภาพ Sanook.com

     ในภาพยนตร์เรื่อง PARASITE เห็นได้ว่าคนรวยนั่งพูดถึงฝนด้วยท่าทางแสดงออกว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไป ไม่ได้สร้างความลำบากอะไรนอกจากความเฉอะแฉะ หนำซ้ำในหลายโอกาสฝนยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาความสุขของพวกเขาด้วยซ้ำไป แต่สำหรับคนจนฝนทำลายแม้กระทั่งปัจจัย 4 ของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝนจึงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาความทุกข์ให้กับคนชนชั้นรอง(โดยเฉพาะในเมืองใหญ่)อย่างปฏิเสธไม่ได้จริงๆ โดยฝนอยู่ในสถานะปานกลางทั่วๆ ไปสำหรับชนชั้นกลาง มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้างแล้วแต่โอกาส...ตอนนี้โควิดทำลายคนไม่ใช่แค่ฐานะโรคระบาดแต่ทำลายคนในเชิงสังคมเช่นกัน ตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าโควิดผลักให้คนร่วงจากชั้นสูงกว่าสู่ชนชั้นต่ำกว่าได้อย่างเห็นได้ชัด (เพิ่มจำนวนผู้ตกระกำลำบากอยู่บนท้องถนน อันนำมาซึ่งการยื้อแย่งทรัพยากรอันจำกัดกว่าเดิม เป็นต้น) และทำร้ายผู้ด้อยโอกาสทางสังคมเหล่านี้ซ้ำจนแทบกระอักเลือด นี่ล่ะผลจากพิษร้ายอันเป็นรูปธรรมที่รุนแรงไม่ต่างจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่ต้องคิดผ่านกระบวนการ Romanticize ใดๆ เพราะเห็นเป็นประจักษ์ทั่วทุกหัวระแหงในสังคม และทั้งหมดเห็นได้อย่างชัดเจนจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า “ฝนตก” เพียง 1-2 ชั่วโมง...

 

 

voguefreemay2020