FASHION

เปิดชีวิต 'มิ้นท์ I Roam Alone' กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของเพจท่องเที่ยวชื่อดังช่วงโควิด

จากนักท่องเที่ยวสาวเบอร์ต้นๆ ของไทยกลายเป็นนักผลิตคอนเทนต์ที่บ้านชีวิตต้องเปลี่ยนไปในแบบฉับพลัน

     โควิดปิดการเดินทาง...จากสถานการณ์อันคับขันทั่วโลก การเดินทางท่องเที่ยวหยุดชะงักอย่างไม่มีข้อแม้ นักท่องเที่ยวและนักสร้างสรรค์พลาดโอกาสการเผชิญโลกกว้างตามความชอบของตัวเอง วันนี้โว้กจึงได้นัดสัมภาษณ์พิเศษกับ “มิ้นท์-มณฑล กสานติกุล” เจ้าของเพจท่องเที่ยว “I Roam Alone” ที่จะมาเผยว่าช่วงเวลาแบบนี้ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง เมื่อท่องเที่ยวไม่ได้ชีวิตของสาวนักเดินทางรอบโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร และมีมาตรฐานแบบไหนที่ต้องรักษาไว้ให้ได้ ร่วมหาคำตอบกันด้านล่างนี้เลย

     “มิ้นท์เดินทางไม่ได้ค่ะ” ปัญหาแรกที่โถมเข้ามาสาวนักท่องโลกคนนี้คือเรื่องการเดินทาง แน่นอนว่าทุกคนรู้จัก “I Roam Alone” กันผ่านวิดีโอท่องเที่ยวอันมีเอกลักษณ์เป็นส่วนใหญ่นั่นเพราะวิถีชีวิตของคุณมิ้นท์คือการเดินทางไม่ใช่แค่ทำงานเท่านั้น “ถึงแม้ไม่ใช่เพจ มิ้นท์ก็เป็นคนเดินทางเพราะฉะนั้นมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่หายไป” คุณมิ้นท์ย้ำกับเราถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่พรากส่วนสำคัญของชีวิตออกไปแบบไม่มีทางเลือก ลองคิดภาพตามสาวนักเดินทางคนนี้ว่าวันหนึ่งคนเคยเล่นกีตาร์ทุกวันแต่วันหนึ่งไม่ได้เล่นก็จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ใช่แค่วันเดียวแต่ถูกจำกัดไปเรื่อยๆ แบบไม่มีกำหนดจะต้องรู้สึกเช่นไร

     ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเดินทางได้บ้าง...คุณมิ้นท์มองถึงการเดินทางในประเทศไว้ก่อนเป็นอันดับแรกถ้าสถานการณ์คลี่คลายลง แต่ด้วยความตึงเครียดทำให้เหมือนพายุถาโถมเหมือนกัน ยังโชคดีที่คอนเทนต์ของ I Roam Alone มีสำรองคลังไว้พอสมควรประกอบกับเริ่มมีการกระจายรูปแบบของชิ้นงานให้หลากหลายมากขึ้นไว้ก่อนจะเกิดสถานการณ์นี้ นับเป็นโชคดีที่นักเดินทางคนนี้มีแง่มุมอื่นมานำเสนอติดตาผู้ชมไว้ก่อน จึงมีคอนเทนต์ที่ผลิตออกมาแล้วไม่ฉีกจากตัวตนของตัวเองมากนัก

     “ทำอย่างอื่นได้แต่ห้ามเสียตัวตน” คุณมิ้นท์ตอบคำถามเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์แบบใหม่ๆ นอกจากการท่องเที่ยว โดยเผยว่า “มีหลายครั้งถ่ายทำกันไปแล้วไม่ได้ลงเพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้ ยังไม่ใช่เรา เราเป็นเพจเดินทางนะ ต้องรักษาตัวตนเอาไว้” นอกจากนี้รูปแบบของการนำเสนอคอนเทนต์ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีคุณค่าด้วย เช่นการใช้ฟุตเทจเก่าแบบ unseen (ก่อนมาทำวิดีโอจริงจัง) มาตัดและรีรันใหม่ เช่นประเทศพม่า มาดากัสการ์ คองโก ทั้งหมดจะถูกยืดระยะเวลาตามการประเมินการสถานการณ์โควิด เท่ากับว่าคุณมิ้นท์ใช้วิธีรักษาอายุคอนเทนต์ตามสถานการณ์ ถือเป็นการปรับตัวของนักสร้างสรรค์ออนไลน์ที่น่าสนใจโดยไม่ต้องลงทุนอะไรใหม่มากนัก แต่ด้วยทักษะการนำเสนอที่เก่งกาจขึ้น ของเก่าที่ไม่มีใครเคยเห็นจะไม่ใช่สินค้าค้างสต็อคแต่จะเป็นของใหม่ในสายตาผู้บริโภคเสมอ เช่นเดียวกับการบริหารจัดการธุรกิจหลังบ้าน (อ่านสรุปการจัดการสต็อคช่วงโควิด-19 ที่นี่)

     ใครคิดถึง I Roam Alone แบบท่องเที่ยวนอกจากจะเห็นการเที่ยวในอดีตแล้วยังมีการท่องเที่ยวเชิงการศึกษาตอบข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ โดยเน้นที่สิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเป็นหลัก เป็นเหมือนสารคดีย่อมๆ อีกด้วย “ไม่ได้ต้องการชวนให้ไปเที่ยว แต่ชวนให้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันโดยรักษาตัวตนความบ้าบอของมิ้นท์ไว้แน่นอน” โจทย์ปัญหาใหญ่ช่วงโควิดที่คนอาจจะมองข้ามเช่น “สวนสัตว์ปิดแล้วสัตว์จะอยู่อย่างไร” คอนเทนต์คุณมิ้นท์ตอบคำถามได้ด้วยความสนุกตามสไตล์ที่ทุกคนคุ้นเคยเช่นเดิม

     “ความยืดหยุ่นเป็นเรื่องสำคัญ” คอนเทนต์ของคุณมิ้นท์ถึงแม้จะมีอัตลักษณ์ชัดเจนมาก แต่เจ้าตัวบอกกับเราว่า “เรามีการเปลี่ยนแปลงแง่มุมในการนำเสนออยู่ตลอดทุก 3-6 เดือน ตอนนี้เราก็ต้องปรับอีกครั้งแต่อาจจะเร็วกว่ากำหนดสักหน่อย แต่ตัวเองเคยชินกับการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว เพราะตัวเองชอบเปลี่ยน (หัวเราะ)” เราจะเห็นได้ชัดว่าภาพของ I Roam Alone จึงไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม แต่ลงไปถึงปัญหาของเรื่องต่างๆ แบบเจาะลึกและอัดแน่นด้วยข้อมูลที่คนไม่เคยรู้ ก็ถือว่าเป็นจุดแข็งที่ทุกคนสามารถวางแนวคิดแบบนี้เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ยามโควิดได้เหมือนกัน

     เด็กอักษรฯ การเล่าเรื่อง ข้อมูลมหาศาลทั้งหมดรวมกันเป็นตัวตนอันแข็งแกร่งที่โควิดก็ทำลายไม่ได้ ต้องเรียกว่านี่คือจุดแข็งของ I Roam Alone คอนเทนต์ยืดหยุ่นแต่ความเป็นตัวเองที่เพียบพร้อมไปด้วยข้อมูลอัดแน่นพร้อมให้ผู้ชมเสพตามสไตล์เด็กอักษรยิ่งทำให้คนในช่วงเวลาที่หาอะไรดูอะไรทำได้มีเวลาซึมซับเนื้อหาจากคุณมิ้นท์ได้เต็มที่ ความน่าสนใจของเพจท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความรู้จึงเป็นสิ่งที่ทวีความแข็งแกร่งขึ้นบนโลกออนไลน์ ถือเป็นอีกหนึ่งแบบแผนการทำคอนเทนต์ที่ควรศึกษาไว้ทั้งระหว่างและหลังสถานการณ์โควิดนี้

     “ไม่ว่าสถานการณ์ไหนเราต้องถามคนดูว่าเขาได้อะไร ไม่ใช่แค่เข้ามาดูแล้วขายของ” ประโยคเด็ดจากคุณมิ้นท์ที่กล่าวถึงการทำคอนเทนต์ที่สะท้อนว่าแท้จริงแล้วการนำเสนอไม่ว่าจะงานลูกค้าหรือไม่ย่อมต้องคำนึงถึงผู้ชมให้มากที่สุด “ของนั้นมิ้นท์ต้องใช้เองและคิดว่าดีถึงส่งต่อถึงผู้ชม” งานที่เข้ามาเร่งทำเพื่อเงินอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์โควิดที่ทุกคนไม่ได้จ้องจะจับจ่ายใช้สอยขนาดนั้น “ช่วงแรกรายได้หายไปพอสมควรและตัวเองก็ไม่อยากให้ลูกค้าลงด้วยเพราะคิดว่ายังไม่เหมาะ แต่ตอนนี้เริ่มกลับมาปกติขึ้นเรื่อยๆ” ถึงแม้สถานการณ์จะยังคงไม่ได้ดีขึ้นมากนักแต่สำหรับ I Roam Alone และทุกคนก็ต้องเริ่มค่อยๆ ปรับตัวใช้ชีวิตให้กลับมาเป็นปกติมากขึ้น อาจจะเป็นความปกติแบบ “New Normal” ก็ได้

     การใช้ตัวตนไลฟ์สไตล์ของตัวเองมานำเสนอคือความยั่งยืนเพราะไม่ได้ต้องประดิษฐ์...สิ่งนี้สร้างความหลากหลายให้กับคอนเทนต์ของคุณมิ้นท์อย่างปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เพราะเรื่องลองทำอาหารแม้ตัวเองจะบอกว่า “ไม่อร่อยและงงไปพร้อมคุณแม่” ก็ยังสามารถผลิตออกมาเป็นคอนเทนต์ ความไม่มีกรอบการคิดในช่วงนี้คือปัจจัยสำคัญ I Roam Alone จึงมีอาหารทางเลือกกับ “ครัวอิหยังวะ” ทางเลือกที่ออกจากปากคุณมิ้นท์ด้วยอารมณ์ขันคือ “เลือกที่จะกินหรือไม่กิน” ตอนนี้สาวนักเดินทางกำลังจะรับแมวมาเลี้ยงและทำบ้าน ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นรายการของน้องเหมียวหรืองานทำบ้านเร็วๆ นี้

     “การถ่ายง่ายขึ้นเยอะมาก” จากนักเดินทางรอบโลกสู่การเดินทางใกล้บ้าน คุณมิ้นท์มองเชิงบวกว่าการทำงานถึงแม้จะเปลี่ยนไปแต่รูปแบบการทำงานกลับง่ายขึ้นในหลายครั้งก็อาจจะเป็นมุมมองเชิงบวกที่ทุกคนจะต้องเริ่มมองเพื่อลดความตึงเครียดบ้าง และช่วงผ่อนการทำงานสำหรับนักสร้างสรรค์แบบนี้ทำให้คุณมิ้นท์มีโอกาสใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น แต่นั่นกลับกลายเป็นงานไปอย่างหน้าตาเฉย... “มิ้นท์ดูคอนเทนต์เยอะมากโดยเฉพาะสารคดี ชอบดูวิธีการเล่าเรื่อง วิธีการตัดแบบใหม่ๆ ที่จะเอามาใช้กับงาน จริงๆ น้องทีมงานไม่ชอบให้อยู่บ้าน เพราะมิ้นท์จะมีเวลาดูสารคดีและคำว่า ‘ลองตัดแบบนี้ดู ลองเล่าแบบนี้สิน่าสนใจ’ เกิดขึ้นตลอด” เจ้าตัวบอกเล่าพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์พร้อมย้ำว่า “หลายคนบอกว่ามิ้นท์บ้างาน ตอนแรกก็ไม่รู้สึกนะแต่ตอนนี้ก็เอ้อ! บ้านงานแหละ”



     ปิดท้ายกันด้วยเรื่องความปกติรูปแบบใหม่ คุณมิ้นท์คิดว่า “ไม่มีใครรู้แน่ชัดหรอก ทั้งหมดคือการคาดการณ์แต่ที่รู้แน่ๆ คือมนุษย์จะปรับตัวได้ตามสถานการณ์ มันเป็นช่วงหาโอกาสและคว้าโอกาสนั้น” ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าการท่องเที่ยวอยู่ในสภาวะวิกฤติแต่ไม่ใช่เสียทั้งหมด “มิ้นท์อ่านข่าวเจอยอดจองของเรือสำราญบางลำพุ่งสูงขึ้นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ หลังประกาศว่าจะกลับมาเดินเรือในเดือนสิงหาคม” แสงสว่างปลายอุโมงค์ยังมีอยู่และคุณมิ้นท์แอบกระซิบบอกข้อมูลว่า “ฝ่ายการท่องเที่ยวทุกภาคส่วนกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาและพัฒนาต่อไปในอนาคตอย่างหนักแน่น” ความในใจสุดท้ายก่อนจบการสัมภาษณ์คือ “เที่ยวบินแรกออกจากสุวรรณภูมิเมื่อไหร่ก็จะมีมิ้นท์อยู่บนนั้นแน่นอน” การันตีได้เลยว่าช่องนี้จะเป็นเจ้าแรกๆ ที่ผลิตคอนเทนต์ออกมาเสิร์ฟร้อนให้แฟนๆ อย่างแน่นอน และคุณมิ้นท์ฝากว่า “ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของ I Roam Alone ฝากผลงานด้วยนะคะ และขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพ จะทำอะไรก็คิดถึงสถานการณ์อย่างรอบคอบ ไม่ประมาท” และนี่คือความพิเศษของนักเดินทางสาวเจ้าของเพจ “I Roam Alone” 

 

ภาพ: Courtesy of I Roam Alone

 

voguefreemay2020

คีย์เวิร์ด: #IRoamAlone