LIFESTYLE

คุยทิปส์ดูแลผิวกับ “เกรซ มหาดำรงค์กุล” เมื่อสกินแคร์ที่ใช้ต้องเข้มข้นและเห็นผลได้จริง

พูดคุยกับนักแสดงมากความสามารถ เมื่อเธอเล่าว่าผิวสวยต้องครบทุกองค์ประกอบ รวมถึงสกินแคร์ต้องเข้มข้นจริงเหมือน Skin Caviar Nighttime Oil ที่เธอชื่นชอบจาก La Prairie

ปกติแล้วผิวของคนเรามักจะมีกลไกในการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองโดยธรรมชาติ หากเมื่ออายุยังน้อยกลไกเหล่านั้นยังแสดงประสิทธิภาพได้อย่างแข็งขันและเต็มที่เต็มทาง แม้จะพักผ่อนไม่เพียงพอ ทานอาหารไม่มีประโยชน์ แต่ด้วยความที่ร่างกายยังอ่อนเยาว์พอจึงชดเชยได้ด้วยตัวเอง เมื่ออายุขึ้นเลข 4 หรือเลข 5 แบบนักแสดงมากความสามารถที่ควบตำแหน่งคุณแม่ลูกสองอย่าง “เกรซ มหาดำรงค์กุล” แล้ว เธอบอกกับเราว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม ไม่สามารถซ่อมแซมได้ดีเหมือนแต่ก่อน แต่ด้วยใบหน้าอ่อนใสกว่าวัยทำให้เราต้องชวนเธอคนนี้มาพูดคุยถึงบิวตี้รูทีนและเคล็ดลับการดูแลผิว รวมไปถึงแชร์สกินแคร์ชิ้นโปรดจาก La Prairie ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผิวในวัย 51 ของเธอกัน

ผิวที่เปลี่ยนตามอายุที่มากขึ้น

แม้การดูแลผิวอย่างครบองค์ประกอบตั้งแต่การกินอาหารที่แทบจะเป็นวีแกน หลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ และเน้นไปที่ผักผลไม้ซูเปอร์ฟรุ๊ต หรือแม้แต่เลือกผลิตภัณฑ์อย่างนมอัลมอนด์ และการออกกำลังกายซึ่งทำมาตลอดแล้ว ปัญหาอีกด่านของผิวที่คุณเกรซพบคือเรื่องของอายุที่ทำให้กลไกการซ่อมแซมผิวนั้นลดน้อยถอยลง “เกรซไม่เคยมีถุงใต้ตาหรือตาคล้ำเป็นรอย เพราะเราให้ความสำคัญในการบำรุงผิวตั้งแต่เด็ก ถ้าเมื่อก่อนเรารู้สึกว่าใต้ตาดำทาครีมนิดเดียวมันก็ช่วย ยิ่งตอนเด็กร่างกายเราฟื้นฟูได้เองด้วย จริงๆ ตัวเกรซเองเริ่มใช้มอยส์เจอไรเซอร์ตั้งแต่อายุ 14 และเราเป็นคนเดียวในกลุ่มที่เริ่มทาครีมใต้ตาตั้งแต่เด็ก แต่พออายุมากขึ้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มันสำคัญมาก เพราะมันต้องเข้มข้นขึ้นตามอายุ ในส่วนผสมมันต้องมีสารที่ช่วยได้จริงๆ ต้องใช้ของที่ดี” คุณเกรซเอ่ยปากกับเราเมื่อถามถึงปัญหาผิวที่พบในวัยนี้ เมื่อประสบการณ์การใช้สกินแคร์ในช่วงวัยรุ่นแตกต่างจากปัจจุบันที่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องเข้มข้นและเห็นผลได้จริง ด้วยผิวมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวเช่นกัน

เพราะความเป็นธรรมชาติและปลอดภัยคือหัวใจหลัก

ซึ่งครีมใต้ตาตัวแรกที่เธอใช้ในวัย 20 ต้นๆ คือครีมใต้ตาตัวดังของ ลา แพรรี ที่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้กระจ่างใส นั่นจึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแบรนด์สัญชาติสวิสนี้ เธอออกปากกับตัวเองว่าถ้าถึงวัยที่ใช้ลา แพรรี ได้เมื่อไหร่เธอจะต้องใช้ให้ได้ หากไม่เพียงแค่ผลลัพธ์เท่านั้นที่ทำให้เธอเชื่อใจในตัวแบรนด์ แต่เป็นเพราะเหตุผลในด้านของส่วนผสมที่มีความเป็นธรรมชาติและปลอดภัย เพราะเธอชื่นชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติที่สุด “เม็ดคาร์เวียร์พวกนี้คือมาจากสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดจากประเทศสวิส ทั้งน้ำแร่ อากาศ ปลามาจากธรรมชาติ ทุกอย่างปลอดเคมี สะอาด และแบรนด์เขาเองก็มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นของเขาเชื่อถือได้ เพราะกว่าจะคิดค้นเขาผ่านการพิสูจน์และวิจัยจนถี่ถ้วนแล้ว เราเลยชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของ ลา แพรรี เพราะสารสกัดเขาเข้มข้นจริง ยิ่งเราเองอายุมากขึ้นผลิตภัณฑ์ยิ่งต้องเข้มข้นและเต็มที่ตามไปด้วย” เธอเล่าว่าตอนนี้การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อออยล์ตอบโจทย์ได้มากกว่าเนื้อครีม อย่างผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ Skin Caviar Nighttime Oil ที่เธอมาร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

Skin Caviar Nighttime Oil

“จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเป็นปฏิหาริย์หรือเห็นผลเลยในวันสองวันหรอก ทุกอย่างต้องใช้เวลา เพียงแต่มันเห็นผลเร็ว เกรซสังเกตเห็นได้ชัดเลยคือตอนแต่งหน้า ช่วงที่ถ่ายละครเรามีความรู้สึกว่าแต่งหน้าแล้วลอย เวลาลงแป้งเสร็จถ้าเรายิ้มมันเป็นรอยแตก ทำให้หน้าเราดูแก่มาก แต่ด้วยความที่ตอนนี้ผิวได้พักเพราะเราหยุดกองจากโควิด-19 ด้วย เกรซเลยได้ใช้ออยล์ตัวนี้ ซึ่งใช้มาสักพักหนึ่งแล้วและพอกลับไปแต่งหน้ามันติดทน ผิวมันแน่นขึ้น ซึ่งถือว่ามันค่อยเป็นค่อยไปอย่างเห็นผล จริงๆ ถือเป็นการรักษาสุขภาพผิวที่ง่ายมากนะ เราทาออยล์ตัวนี้เป็นตัวสุดท้ายช่วงไนท์รูทีน ยิ่งตอนกลางคืนคือการพักผ่อนทุกส่วนของร่างกายมันจะยิ่งฟื้นฟูได้เต็มที่ เรารู้สึกว่าเนื้อออยล์จะตอบโจทย์ผิว ณ ตอนนี้มากกว่าเนื้อครีม เพราะสำหรับเรารู้สึกว่าเนื้อครีมมันบางเบาเกินไป และออยล์ตัวนี้เองก็จะช่วยเสริมการทำงานของผลิตภัณฑ์ตัวอื่นของ ลา แพรรี ได้ดีขึ้นด้วย”

 

ในแวดงวงความงามแทบทุกคนจะเข้าใจกันดีว่าบิวตี้รูทีนนั้นแบ่งแยกออกเป็นสองส่วนสำคัญ ส่วนแรกในตอนเช้าคือเน้นไปที่การปกป้องผิวเพราะต้องเผชิญหน้ากับมลภาวะด้านนอก ขณะที่ตอนกลางคืนคือเน้นในเรื่องการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว ในช่วงนี้เองผิวก็อาจสูญเสียน้ำได้ง่าย ทั้งความแน่นของเซลล์และเนื้อผิวเองก็ลดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นในเวลาที่เราหลับกลไกผิวจะตื่นขึ้นเพื่อทำงานซ่อมส่วนที่สึกหรอไป ตรงนี้เองที่ทำให้สกินแคร์ที่ใช้ในตอนกลางคืนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และนี่เองก็เป็นหัวใจสำคัญที่ ลา แพรรี หยิบมาพัฒนาออยล์ตัวนี้ด้วยเช่นกัน

พลังแห่งการฟื้นฟูด้วยส่วนผสมอย่าง Caviar Retinol

สำหรับ Skin Caviar Nighttime Oil มีส่วนผสมตัวเอกอยู่ที่ Caviar Retinol เอกสิทธิ์เฉพาะของ ลา แพรรี ด้วยส่วนประกอบของ Caviar Lipids และเรตินอลที่ได้จากคาเวียร์ ผ่านกระบวนการสกัดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษที่ช่วยกักเก็บส่วนประกอบเหล่านี้เอาไว้ Caviar Retinol จึงสามารถดึงเอาศักยภาพในการลดเลือนริ้วรอยออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในเวลากลางคืน รวมถึงจะคงประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดีเมื่อรักษาบรรจุภัณฑ์ไว้ในที่มืดสนิทอย่างสีน้ำเงินโคบอล์ต เพื่อให้ส่วนผสมสามารถทำงานเคียงคู่ไปกับกลไกชีวภาพร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสีน้ำเงินโคบอล์ตเองเป็นเฉดสีแห่งตัวตนของ ลา แพรรี ที่ซ่อนความหมายถึงผู้หญิงแกร่งที่ทรงปัญญา ความกล้า และเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต  

 

ซึ่งนอกจากส่วนผสมตัวเอกอย่าง Caviar Retinol แล้ว ยังมีองค์ประกอบที่เป็นน้ำมันก็จะช่วยสร้างเกราะป้องกันภายนอกชั่วคราวเพื่อลดการสูญเสียน้ำจากผิวในช่วงกลางคืน จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นได้เป็นอย่างดี พร้อมฟื้นคืนความกระชับ ให้เนื้อผิวอิ่มแน่นขึ้น โดยออยล์ตัวนี้ยังมีส่วนผสม Exclusive Cellular Complex อีกหนึ่งส่วนผสมที่ขึ้นชื่อเรื่องการมอบพลังงานกลับคืนสู่ผิว เติมเต็มผิวให้ดูกระปรี้กระเปร่าและสดชื่นขึ้นอีกครั้ง

Night Time Routine

นี่คือหนึ่งในพลังแห่งการฟื้นฟูของไนท์ไทม์ออยล์ ซึ่งคุณเกรซยังแชร์เพิ่มเติมถึงไนท์รูทีนของเธอที่เป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยว่า “เกรซเริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาดที่สุด แล้วจะเริ่มบำรุงด้วย Skin Caviar Liquid Lift ตัวนี้ก่อน ตามด้วย Skin Caviar Eye Lift ตัวนี้พิเศษตรงที่เนื้อผลิตภัณฑ์มีการเก็บแยกส่วนเพื่อคงความสดไว้ให้มากที่สุด เมื่อกดออกมาแล้วเนื้อจะผสมกัน โดยเวลาทาเกรซจะใช้นิ้วนางในการทา แล้วต่อด้วย Skin Caviar Luxe Eye Cream โดยใช้ช้อนตักในปริมาณที่น้อยแต่พอดี ต่อด้วย Skin Caviar Luxe Cream เพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับผิว แล้วจึงปิดท้ายด้วยการล็อคผลิตภัณฑ์พร้อมเสริมการทำงานให้กับตัวอื่นๆ ด้วย Skin Caviar Nighttime Oil

เธอยังเสริมต่อถึงทิปส์การดูแลผิวเพิ่มเติมด้วยว่าเธอชื่นชอบผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เป็นฟองมากกว่า และเวลาเช็ดหน้าให้ซับเบาๆ ให้ทั่วแทนการถูแรงๆ รวมไปถึงเวลาลงผลิตภัณฑ์ที่เป็นเซรั่มว่าเธอจะใช้คู่กับ Facial Roller เพื่อช่วยผ่อนคลายผิวหน้า เธอยังฝากฝังให้สาวๆ ทุกคนเข้าใจถึงการฟื้นฟูผิวที่แท้จริงด้วยว่า การดูแลผิวต้องครอบคลุมทุกเรื่อง ตั้งแต่การกินดี นอนดี ออกกำลังกาย และใช้สกินแคร์ที่ดี ทุกอย่างต้องครอบคลุมและควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ ถึงจะเห็นผลได้จริงและรวดเร็ว

 

คุยเรื่องบิวตี้ครั้งนี้ทำให้เราเห็นถึง Self-care ที่จริงจังผสมด้วยความเสมอต้นเสมอปลาย แน่นอนว่าการรู้ถึงกลไกการทำงานและเวลาของร่างกายแล้วเลือกปรับเปลี่ยนที่วิถีการกิน นอน ออกกำลังกาย รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นั้นสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยคุณเกรซยังทิ้งท้ายถึงสาวๆ ไว้ด้วยว่า “ถ้าเชื่อในของที่มีคุณภาพแล้วแบรนด์ ลา แพรรี คือแบรนด์ที่คุณสามารถไว้ใจได้อย่างแน่นอน” สำหรับสาวๆ คนไหนอยากเริ่มต้นเข้าเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกับ ลา แพรรี รวมถึงลองใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ Night Time Oil ก็สามารถตามติดความเคลื่อนไหว และรายละเอียดกันต่อได้ที่ https://www.laprairie.com/