LIFESTYLE

การประท้วงเรื่องโลกร้อนแนวใหม่ที่เข้าใจง่าย แต่ทรงพลังมากๆ ในปี 2021

เมื่อการประท้วงต้องไม่ใช้ความซับซ้อนในการสื่อสารอีกต่อไป

     ปัญหาโลกร้อนและประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เมื่อพูดถึงปัญหาระดับโลกแบบนี้แน่นอนว่าต้องมีการประท้วงหรือเรียกร้องต่อสังคม รัฐ และองค์กรระหว่างประเทศเกิดขึ้น ปมบางอย่างไม่สามารถถูกคลายได้จากมนุษย์เพียงคนเดียว การแสดงสัญลักษณ์จึงเป็นทางเลือกในการสื่อสารเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ และยิ่งในสังคมปัจจุบันโลกเราเชื่อมถึงกันผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นการจะเรียกร้องในสเกลระดับนี้ต้องใช้สารที่เป็นสากล เพื่อทำให้คนทั่วเข้าถึงสิ่งที่กำลังเป็นประเด็นอย่างไม่ซับซ้อน

นักศึกษาในเมืองโคโลญจน์กำลังสร้างความตระหนักรู้ถึงประเด็นโลกร้อนด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ / ภาพ: Reddit

     ตัวอย่างการแสดงสัญลักษณ์ที่สุดแสนจะทรงพลังต้องก็ต้องยกให้ภาพเมื่อปี 2019 ที่เหล่านักศึกษาในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมันได้ทำการแสดงเชิงสัญลักษณ์เพื่อรณรงค์ให้คนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย พวกเขาสร้างเครื่องประหารชีวิตแบบแขวนคอขึ้นมา อาจจะฟังดูโหดร้ายและรุนแรง ทว่าส่วนสำคัญที่สุดคือฐานยืนของพวกเขา เพราะมันไม่ใช่เก้าอี้หรือแท่นยืนรอประหารธรรมดา แต่กลับเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ตั้งสูงโดยไม่มีอะไรมารักษาความเย็นไว้แต่อย่างใด ท่ามกลางแดดร้อนๆ ของฤดูร้อนในประเทศเยอรมันก็คงจะจินตนาการกันออกแล้วว่าพวกเขากำลังพยายามบอกอะไร...

ภาพอีกหนึ่งมุมที่แสดงให้เห็นถึงการละลายของน้ำแข็งที่เตรียมปลิดชีพมนุษย์อย่างต่อเนื่อง / ภาพ: Reddit

     ภาพนี้เกิดขึ้นนานกว่า 2 ปีแล้วแต่ในปี 2021 ที่ปัญหาโลกร้อนเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพนี้จึงถูกนำมาแชร์บนโลกออนไลน์อีกครั้งพร้อมกับเสียงสนับสนุนที่เห็นด้วยกับการแสดงสัญลักษณ์ที่คนทั่วโลกเข้าใจอย่างดิบดี ลองนึกภาพตามว่าเมื่อโลกร้อนขึ้นๆ น้ำแข็งก็จะละลายไวขึ้น แท่นยืนของพวกเขาก็จะเตี้ยลง บ่วงเชือกจะค่อยๆ แนบคอของนักศึกษาไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่น้ำแข็งละลายจนสูงไม่พอให้ยืน จุดนั้นนักศึกษาที่เปรียบเหมือนมนุษย์ทั้งโลกก็จะต้องจบชีวิตลงเพราะภาวะโลกร้อน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาอย่างชัดเจนว่าโลกกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติที่ต้องอาศัยแรงกายแรงใจจากทุกคนทั่วโลกให้เล็งเห็นและเริ่มแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นชีวิตของพวกเราทุกคนก็ขึ้นอยู่กับอากาศ รวมถึงน้ำแข็งตามที่ต่างๆ ที่กำลังละลายไม่ต่างจากการประท้วงเชิงสัญลักษณ์นี้เลย

ผลงานอาคารลอยน้ำที่สะท้อนใจกลางรัฐออนตาริโอ / ภาพ: EllisDon

     อีกหนึ่งชิ้นงานที่สร้างความตระหนักผ่านมุมมองอันแปลกใหม่คือผลงานของ John Notten ศิลปินชาวแคนาดาที่ตั้งใจรังสรรค์ผลงานภูเขาน้ำแข็งกลางแม่น้ำ ฟังดูอาจจะไม่แปลกเท่าไรนัก แต่เมื่อลงลึกถึงรายละเอียดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาซ่อนข้อความที่คนทั่วโลกจะต้องร้องอ๋อไปพร้อมกัน เพราะเมื่อมองจากมุมหนึ่งภูเขาน้ำแข็งสีขาวก็ดูเหมือนประติมากรรมลอยน้ำทั่วไป แต่เมื่อเปลี่ยนมุมมองจะเห็นว่าภูเขาเหล่านี้คือสถานที่สำคัญในการดำรงชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่บ้าน ธนาคาร โรงเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย กำลังลอยปริ่มน้ำพร้อมจมทุกอยู่ทุกเมื่อ

John Notten เจ้าของงานศิลปะชวนตระหนักถึงสภาวะโลกร้อนชิ้นนี้ / ภาพ: EllisDon

     ข้อความนี้ส่งต่อไปถึงคนทั่วแคนาดาและทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าผลงานศิลปินของจอห์นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามนุษย์ที่กำลังทำลายสิ่งแวดล้อม เหมือนกำลังทำลายตัวเอง เพราะถ้ามองเป็นภูเขาน้ำแข็งผู้คนก็มักมองข้ามและคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเสียเหลือเกิน ขั้วโลกเหนือจะเกี่ยวอะไรกับเรา...งานชิ้นนี้จะเปลี่ยนมุมมองของมนุษย์ไปตลอดกาล เนื่องจากการสอดแทรกประสบการณ์ร่วม สถานที่อันคุ้นชิน และวงจรชีวิตมนุษย์เข้าไว้ด้วยกัน หลายคนจะเริ่มตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ยิ่งเราทำลายภูเขาน้ำแข็งมากเท่าใดก็คล้ายกับการทำลายตัวเราเองมากเท่านั้น หากถึงจุดที่ไม่สามารถรักษาโลกเอาไว้ได้ น้ำก็พร้อมจะพัดพาสิ่งสำคัญต่างๆ ของชีวิตมนุษย์ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภูเขาน้ำแข็งจากวัสดุเหลือใช้จากการสร้างอาคาร / ภาพ: Toronto Grand Prix Tourist

                ความพิเศษของจอห์นยังไม่หมดเท่านี้ นอกจากนี้เขาจะสร้างสรรค์ไอเดียเพื่อสร้างความตระหนักให้กับคนทั่วโลกแล้ว สิ่งที่เขาใช้เป็นวัสดุคือขยะจากการก่อสร้าง ซึ่งนับว่าเป็นมุมมองการสะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์กำลังทำลายธรรมชาติเป็นต่อที่ 3 เนื่องจากขยะเหล่านี้สร้างอาคารต่างๆ ที่ถูกจำลองให้ลอยน้ำอยู่ ณ ตอนนี้ ประกอบกับกระบวนการสร้างนั้นทำลายโลกอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเราอาจจะมองมุมกลับบ้างว่าความคุ้นชินบางอย่างอาจกำลังบ่อนทำลายบ้านหลังใหญ่ของทุกคนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ทุกสังคมล้วนมีความเหมือนกันในหลายจุด ลองคิดเล่นๆ ว่ามีประเทศไหนไม่มีการก่อสร้างรายวันบ้าง ก็คงยากที่จะหาคำตอบ ต่อไปเราอาจจะต้องชั่งน้ำหนักให้ถูกต้องว่า ทุกอย่างเหมาะสมและควรค่าต่อการลงมือทำจริงหรือไม่ มากไปกว่านั้นถ้าจำเป็นต่อองค์รวมในสังคมจริงๆ ก็ต้องหาคำตอบว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดผลเสียน้อยที่สุด

คงจะน่าหดหู่ไม่น้อยถ้ามนุษย์ยังคงสร้างความเสียหายกับธรรมชาติจนย้อนมาทำลายสิ่งมีชิีวิตทั่วโลก / ภาพ: Washington Times

     ทั้ง 2 ผลงานนี้เหมือนเป็นสารที่ส่งต่อให้คนทั่วโลกได้อย่างไม่ต้องลังเล ไม่ต้องตีความให้ซับซ้อน และทุกคนสามารถเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คำว่า “ไกลตัว” จะไม่เกิดขึ้นกับปัญหาโลกร้อนอีกแล้ว ทรัพยากรธรรมชาติจะไม่ถูกทำให้สูญเปล่าอีกแล้ว ใครคนใดคนหนึ่งอาจเปล่งเสียงให้คำตอบได้แล้ว แต่ที่สำคัญคือทุกคนในสังคมต้องพร้อมพินิจพิเคราะห์และเริ่มรักษาคุณภาพของโลกใบนี้ไปพร้อมกัน ถึงความต้องการนี้จะเป็นความต้องการในอุดมคติ ทว่าอุดมคติก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสมอไป หวังว่าข้อความตรงไปตรงมาแบบนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้มากยิ่งขึ้น