LIFESTYLE

ขุดค้นตัวตนที่แท้จริงของ 'เจษฎ์พิพัฒ' ผู้ชายที่ออกปากว่าเคยมีอีโก้ในวันที่เริ่มเป็นนักแสดง เป็นผู้ชายที่ดูแลแฟนไม่ค่อยดี และไม่โรแมนติก

คอละครจดจำเขาได้จากซีรีส์เรื่องดัง แต่เราอยากให้คุณรู้จักอีก (หลาย) มุมของนักแสดงหนุ่มคนนี้

ช่างภาพ: สุดเขต จิ้วพานิช

สไตลิสต์: ตะวัน ก้อนแก้ว

แต่งหน้า: คชาภรณ์ แพรงาม

 

เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ เป็นนักแสดงที่ตอบคำถามได้ตรงไปตรงมาที่สุดคนหนึ่ง เขาเล่าว่าเคยมีอีโก้ในวันที่เริ่มเป็นนักแสดง เป็นผู้ชายที่ดูแลแฟนไม่ค่อยดี และไม่โรแมนติก นอกจากนี้ยังไม่อยากให้คนตัดสินตัวเองจากพาดหัวข่าว แต่อยากให้วัดจากผลงานมากกว่า ถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่เจษฎ์พิพัฒเดินอยู่บนถนนสายบันเทิง โลกกว้างที่ช่วยขัดเกลาให้เขาเติบโต ละลายอีโก้ และเรียนรู้อีกหลายเรื่องราวของชีวิต

 

Vogue: เล่าถึงวันที่มีอีโก้หน่อย

Jespipat Tilapornputt: ผมเป็นเด็กหัวดี เล่นดนตรีได้ กีฬาก็เก่ง ทำให้รู้สึกว่าเราทำได้ทุกอย่าง ช่วงแรกๆ ที่ทำงานแสดงแล้วมีคนบอกว่าทำได้ไม่ดีเลยรู้สึกค้านในใจว่าไม่ใช่ คนอื่นเข้าใจผิด ซึ่งคืออีโก้นี่แหละ แต่พอทำงานไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลาเข้าฉากกับพี่ๆ เพื่อนๆ หลายคนก็ต้องยอมรับว่าเราไม่ได้เก่งเลย มีคนที่เก่งกว่ามากมาย วงการบันเทิงมีเรื่องให้เรียนรู้อีกเยอะ ทุกวันนี้จึงสนุกกับการไปกองถ่าย ได้ถ่ายทอดตัวละครในบทบาทต่างๆ และมั่นใจแล้วว่ารักการแสดงจริงๆ

V: ใช้เวลานานไหมถึงจะบอกตัวเองได้ว่านี่คืออาชีพที่รักจริงๆ

JT: นานครับ ผมอาจใช้เวลานานกว่าหลายคน ช่วงแรกคิดอยู่บ่อยๆ ว่ายังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เวลาเข้าฉากก็ต้องเล่น 5-7 เทก เกรงใจนักแสดงคนอื่นที่ต้องรอด้วย บวกกับนิสัยผมที่รักสันโดษ ไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบถ่ายรูป ซึ่งขัดแย้งกับอาชีพในวงการบันเทิง จนถึงจุดหนึ่งที่ผมเหนื่อยกับการทรีตคน ต้องเป็นในสิ่งที่บางทีเราไม่ได้เป็น แถมตอนนั้นผมมีข่าวไม่ค่อยดีด้วย วันหนึ่งกลับถึงบ้านร้องไห้กับแม่หนักมาก บอกว่าเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว แม่พูดออกมาคำเดียวว่าเลิกไหม กลับมาทำงานที่บ้าน พ่อแม่เลี้ยงได้...ได้ยินคำนั้นเลยได้สติ ผมต้องค่อยๆ เล่านะครับ พูดเรื่องนี้แล้วจะร้องไห้ เพราะสิ่งที่ผมไม่ต้องการที่สุดคือให้พ่อแม่ดูแลโดยเราไม่ต้องทำอะไรเลย ผมจึงทำงานมาตั้งแต่สมัยเรียน เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและทำให้พ่อแม่ภูมิใจ คำพูดของแม่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผมสู้ ยอมแพ้แค่นั้นไม่ได้ หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เรียนรู้ ปรับตัว และพยายามให้มากขึ้น พอรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกสนุกและรักอาชีพนี้ไปแล้ว

 

V: หลายครั้งเวลาเจษให้สัมภาษณ์ มักจะพูดถึงพลังที่ได้รับจากครอบครัว

JT: ผมภูมิใจมากที่ได้เกิดในครอบครัวนี้ พ่อแม่ไม่เคยชี้นิ้วว่าลูกแต่ละคนควรทำอะไรในชีวิต แต่จะสนับสนุนในสิ่งที่เราเลือก ที่บ้านผมสอนว่าเมื่อเลือกทำอะไรแล้วต้องทำให้เต็มที่และไปให้สุดทาง

 

V: เรื่องหนึ่งที่คนพูดถึงเจษมาตลอดหลายปีคือการเป็นคนรวยและทายาทตลาดรังสิต เบื่อไหม

JT: ไม่เบื่อครับ แต่ไม่อยากให้คนคิดว่าเราเป็นลูกคุณหนู คงโตมาแบบสบาย อยากได้อะไรก็ได้ มีเงินใช้ตลอดเวลา เวลาโดนพาดหัวข่าวแบบนั้นทำให้บางคนตัดสินไปแล้วว่าผมเป็นอย่างไร ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น อย่างที่ตลาดรังสิตแบ่งเป็นตลาดหน้า ตลาดกลาง ตลาดท้ายครอบครัวผมอยู่ในส่วนตลาดกลาง ซึ่งเป็นธุรกิจกงสีที่รุ่นพี่น้องของพ่อช่วยกันดูแล และพ่อผมก็ไม่เคยใช้ชีวิตหรูหราหรือสปอยล์ลูกๆ จริงอยู่ว่าในอนาคตผมอาจกลับไปช่วยธุรกิจของครอบครัว แต่วันนี้ผมทำงานเลี้ยงดูตัวเอง และอยากให้คนตัดสินในฐานะนักแสดงมากกว่า

 

V: แล้วชีวิตในมุมธรรมดาของผู้ชายคนนี้ที่ชื่อว่าเจษฎ์พิพัฒเป็นอย่างไร

JT: ผมชอบอยู่คนเดียว เล่นเกม เล่นดนตรี ไม่ใช่คนปิดตัวเองนะครับ แต่ไม่ได้เปิดให้ทุกคนรู้ว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้ามีคนถามหรือสัมภาษณ์แบบนี้ ผมตอบได้ทุกเรื่องนะ ไม่ได้มีความลับ หรือต้องพูดให้ตัวเองดูดี นอกจากนี้ ผมติดเพื่อนมาก เป็นแก๊งเด็กผู้ชายที่รู้จักกันตั้งแต่เรียน ป.1 คือเป็นคนให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเพื่อนกับความรักนี่พอๆ กัน

V: แล้วคนรัก...วิว-วรรณรท สนธิไชย โอเคไหมที่ถูกให้ความสำคัญเท่ากับเพื่อน

JT: ก็ไม่โอเคหรอกครับ (หัวเราะเขินๆ) คงเป็นคำพูดที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่อยากฟัง แต่ผมให้เหตุผลว่าเราโตมาอย่างนี้ และคงไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ถ้าไม่มีเพื่อนกลุ่มนี้

 

V: แต่ผู้ชายหลายคนที่พูดแบบนี้ ถึงเวลาก็ดูแลแฟนดีสุดๆ ใช่ไหม

JT: คงเป็นอย่างนั้นครับ ถ้าได้อยู่ด้วยกันจะพยายามใช้ช่วงเวลานั้นให้ดีที่สุด แต่ผมไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติกนะ รู้สึกเป็นจุดด้อย (หัวเราะ) เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่อาจต้องการความโรแมนติก แต่เราให้เขาไม่ได้มากเท่าที่ควร คือผมจะให้เป็นบางโอกาส เช่น วันสำคัญต่างๆ ไม่ใช่ไม่อยากทำนะ แต่เรื่องนี้หัวผมตัน คิดไม่ออกจริงๆ (หัวเราะ)

 

V: ถ้ามีคนเพิ่งรู้จักคุณเป็นครั้งแรกจากบทสัมภาษณ์นี้ อยากบอกว่าเจษฎ์พิพัฒคือ...

JT: ผมชื่อเจษฎ์พิพัฒครับ ชื่อเล่นจริงๆ คือปอ ซึ่งแทบไม่มีใครรู้เลย เพื่อนๆ ในวงการบันเทิงรวมถึงพี่บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็ไม่รู้ ทุกคนเรียกว่าเจษกันหมด (ยิ้ม) ผมเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่อยากทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ตัวเองมีความสุข ให้คนดูยอมรับในบทบาทที่แตกต่างกันไป ผมไม่มีเป้าหมายไกลๆ แค่อยากทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอะไรวิ่งเข้ามา ผมอยากทำตัวให้พร้อม แล้วพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ทุกวัน