LIFESTYLE

ศิลปินรุ่นใหม่ผู้หลงใหลความเหนือจริง โบว์-ปัณฑิตา กับสรรพสัตว์ตัวแทนความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ในทุกรูปจะมีตัวละครที่นำเสนอคอนเซปต์หลักๆ คือผู้หญิง ส่วนนักแสดงสมทบที่เหลือจะไม่ใช่มนุษย์เลย เหล่าสัตว์เป็นตัวแทนของคนในสังคม และความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น

ศิลปินรุ่นใหม่ในโปรเจกต์ #VoguePortfolio อีกคนที่โว้กภูมิใจนำเสนอให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักกัน เธอคือศิลปินสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแพชชั่นในการทำงาน สื่อสารอย่างชัดเจนผ่านงานเพนต์ของเธอที่มากล้นไปด้วยรายละเอียด และเทคนิคที่ไม่เหมือนใคร

“ปัณฑิตา มีบุญสบาย” หรือโบว์ ศิลปินอิสระที่หลงใหลในงานศิลปะแบบ Surrealism Painting โดยใช้เทคนิคที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยอย่างการเพนต์สีน้ำมันลงบนแผ่นอลูมิเนียม “เทคนิคการใช้สีน้ำมันเพนต์บนอลูมิเนียมเป็นเทคนิคที่เราชื่นชอบมากที่สุด เสน่ห์ของมันอยู่บนพื้นผิวที่เรียบเนียน มีอุณหภูมิที่เย็น และแห้งเร็ว เกลี่ยสีได้สนุกกว่าบนผ้าใบ”

“โบว์รู้ตัวว่าชอบศิลปะมาตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาลอีก (เรียกง่ายๆ ว่าตั้งแต่เกิด) ภาพแรกที่โบว์ขายไปจำได้ว่าขายในราคา 3 บาทให้กับคุณลุงของโบว์เอง เท่าที่จำความได้เราประกวดวาดรูปมาโดยตลอด ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม จนขึ้นมหาวิทยาลัยมาเข้าที่คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เรียกว่าเป็นเด็กศิลปะสายตรงมาตลอดเลย”

เมื่อถามถึงสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของโบว์ “เราชอบไปดูงานนิทรรศการศิลปะที่ประเทศญี่ปุ่นมาก ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าเราในแง่ของอุตสาหกรรมศิลปะ ทำให้เขามีความสามารถในการนำงานดังๆ จากลอนดอน นิวยอร์ก หรือที่ต่างๆ มาจัดแสดงได้มากกว่า เราเลยชอบไปดูงานที่ญี่ปุ่นบ่อยมาก เพราะเดินทางไม่ไกล” ส่วนศิลปินที่โบว์ยกให้เป็นแบบอย่าง เธอตอบฉะฉานว่าชื่นชอบงานของ Johan Vermeer “หนูชอบงานของเวอร์เมียร์มาก เคยไปดูงานเขา ประทับใจมาก ตอนนั้นจำได้ว่าเขาเอาชิ้นงานของเวอร์เมียร์ใส่ลงไปในกระเป๋า Louis Vuitton สวยมาก”

“เสน่ห์ของงานศิลปะแบบ Surrealism Painting สำหรับโบว์คือจินตนาการที่เราได้ปลดปล่อยผ่านภาพวาด เพราะสิ่งที่เราวาดขึ้นมามันเหนือจริง มันคือสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความจริง ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่ให้เราได้เล่นสนุกกับจินตนาการของตัวเองอย่างไร้ขอบเขต อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นไปไม่ได้ มันสามารถเกิดขึ้นได้ในภาพวาดของเรา”

“ผลงานของหนูส่วนใหญ่จะมีกลิ่นอายของความเป็นเฟมินิสต์ ในทุกรูปจะมีตัวละครที่นำเสนอคอนเซปต์หลักๆ คือผู้หญิงส่วนนักแสดงสมทบที่เหลือจะไม่ใช่มนุษย์เลย รายล้อมไปด้วยเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งเหล่าสัตว์เป็นตัวแทนของคนในสังคม ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น ซึ่งล้วนร่วมกันบอกเหล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตัวโบว์เป็นผู้กำกับขึ้นเอง โดยจะวาดเป็นฉากๆ ไล่ไปเรื่อยๆ คอนเซปต์เดียวกับการชมภาพยนตร์ มีคนบอกหลายคนเหมือนกันว่าดูงานของโบว์แล้วรู้สึกเหมือนกำลังดูหนัง” ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงลักษณะการเสพภาพยนตร์ของโบว์ที่เป็นการเสพเพื่อองค์ประกอบภาพเท่านั้น “เวลาที่ดูหนังโบว์จะชอบโฟกัสไปที่องค์ประกอบภาพอย่างเดียวเลยค่ะ ใครแนะนำว่าเรื่องไหนภาพสวย เราดูหมด แต่จะดูเนื้อหาไม่รู้เรื่องเลย เพราะตั้งใจดูแต่ฉาก”

“คนที่ได้เห็นงานของโบว์ส่วนใหญ่จะเซอร์ไพรส์ ตกใจว่าเป็นผู้หญิงวาด เพราะเขาจะชอบคิดว่าเป็นงานผู้ชาย เพราะแนวงานของเรามันดูค่อนข้างเข้มข้น อีกอย่างคือในภาพมันจะมีเมสเสจบางอย่างซ่อนอยู่ บางภาพเป็นเรื่องราวทางสังคม หรือแม้กระทั่งจิตวิทยา ซึ่งอาจจะขัดกับบุคลิกของเราที่ดูเด็ก ทำให้หลายคนค่อนข้างเซอร์ไพรส์ในงานของเรา”

“หน้าที่ของศิลปะที่มันทำได้ดีคือมันเป็นการสื่อสารที่ไม่ตรงจนเกินไปจนทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความรุนแรง ถึงแม้ใจความที่ซ่อนอยู่ในภาพอาจจะรุนแรงหรือเข้มข้นก็ตาม แต่ลักษณะการถ่ายทอดของศิลปะที่อ่อนน้อมสามารถทำให้เนื้อหาที่รุนแรงนั้นดูเบาบางลง เรียกว่าเป็นศาสตร์การเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยความสวยงาม สร้างสุนทรียะให้กับผู้คน และยังสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ด้วย”

หลังจากได้ชมผลงานของเธอเต็มๆ ในภาพวาดฉบับเต็มที่เธอสร้างสรรค์เพื่อโปรเจกต์ใหญ่ของโว้กในเดือนกันยายนนี้ เราได้เห็นฝีมือและความสามารถของโบว์จนเรียกว่าเป็นความทึ่ง ไม่แปลกใจหากชื่อของเธอจะถูกบอกต่อไปอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะต่อจากนี้ คุณเองก็มีโอกาสได้ชมผลงานจริงของเธอใกล้ๆ รอฟังเซอร์ไพรส์เร็วๆ นี้ที่โว้ก