LIFESTYLE

Bojack Horseman ซีรี่ส์การ์ตูนว่าด้วยความแตกสลายของชีวิต ที่เด็กดูไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่ควรดูอย่างยิ่ง

พวกเขาไม่มีคำปลอบใจให้คนดู มีแต่การตบไหล่เบาๆ แล้วบอกว่า "นี่แหละชีวิต'

ไม่ว่าตัวคุณเอง หรือหันไปมองคนอื่นๆ รอบตัว พวกเขาอาจจะกำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ฉีกยิ้มกว้างให้กับมุกตลก สนุกสนานท่ามกลางเสียงเพลงและแสงไฟในงานปาร์ตี้ แต่เชื่อเถอะภายใต้ความสุขที่ฉาบไว้เบื้องหน้าเหล่านั้น…ทุกคนมีความแตกสลายซ่อนอยู่ภายใน ราวกับแผลเป็นที่ฝังอยู่ในหัวใจอย่างไม่มีวันจางหาย เป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนอย่างไม่รู้จบ บางคนโชคดีอาจใช้เวลาไม่นานในการก้ามข้ามผ่านมันมาได้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่บาดแผลนั้นสาหัสเกินกว่าจะเอาชนะ โดนกัดกร่อนทั้งร่างกายและจิตใจจนแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ รู้ตัวอีกทีชีวิตก็หลงทางอยู่ในวังวนมืดมิดไร้ทางออก

 

“บางครั้งชีวิตมันก็เฮงซวย แต่เราก็ต้องอยู่ต่อไป” Bojack Horseman ตัวละครเอกจากซีรีส์เรื่อง Bojack Horseman รวมถึงเพื่อนๆ ของเขาสอนให้เรารับรู้ถึงเรื่องนี้ นี่คือหนึ่งในซีรีส์ที่เล่าเรื่องการแตกสลาย ความเจ็บปวดได้อย่างขื่นขมที่สุด ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ตัวละครต้องประสบกับชะตาชีวิตที่ราวกับพระเจ้ากำลังกลั่นแกล้ง พวกเขาไม่มีคำปลอบใจให้คนดู มีแต่การตบไหล่เบาๆ แล้วบอกว่า  “นี่แหละชีวิต”

Back in the 90s, I was in a very famous tv show

I’m BoJack the Horse, BoJack the Horse”

 

เนื้อท่อนหนึ่งจาก Back in the 90’s เพลงธีมของ Bojack Horseman ซีรีส์การ์ตูนจิกกัดสังคมรอบด้าน และดำดิ่งถึงการค้นหาคำตอบของชีวิต ผลงานคุณภาพล้นแก้วจากการสร้างสรรค์ของ  Raphael Bob-Waksberg  เข้าฉายทางแพลตฟอร์ม Netflix ในช่วงปี 2014-2020 บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี นั่นก็เพราะ Bojack Horseman ตัวละครเอกของซีรีส์เรื่องนี้ ในอดีตเขาคือสตาร์ดังจาก Horsin’ Around ซิทคอมที่เข้าฉายในช่วงทศวรรษที่ 80-90 (Horsin’ Around ไม่มีอยู่จริง แต่เป็นสิ่งที่ผู้เขียนบทสมมติขึ้นมา) เป็นเรื่องราวของเด็กกำพร้า 3 คนที่ไม่มีความผูกพันใดๆ ทางสายเลือด แต่ต้องอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันโดยมีตัวละคร The Horse เจ้าม้าวัยกลางคนที่รับบทโดย Bojack Horseman คอยเป็นผู้ดูแล ให้คำปรึกษาเด็กๆ ในด้านต่างๆ เพื่อการเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ถึงแม้เนื้อเรื่องจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปกว่าการเป็น “ซิทคอมตลกสำหรับเด็ก” ทั่วๆ ไป แต่ด้วยเคมีนักแสดงที่ลงตัวก็ทำให้ Horsin’ Around ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานนับ 10 ซีซั่น ก่อนที่สุดท้ายจะปิดฉากลงพร้อมการมาถึงของสหัสวรรษใหม่ และ Horsin’ Around ก็เป็นผลงานของ Bojack Horseman เพียงเรื่องเดียวที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าประสบความสำเร็จ….

Raphael Bob-Waksberg หัวเรือใหญ่ผู้สร้างสรรค์ซีรี่ส์ Bojack Horseman

 

ตัดภาพกลับมาในยุคปัจจุบัน Bojack กลายเป็นอดีตซูเปอร์สตาร์ตกอับในวัย 50 แต่จะพูดว่าตกอับก็คงไม่ถูกต้องเท่าไรนัก เพราะถึงแม้เขาจะใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาทุกวัน แทบไม่มีผลงานเรื่องใหม่ กินบุญเก่าจากอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งยังคงหลงตัวเองว่ายังเป็นคนดังที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่ทุกคนแทบจะหลงลืมเขาไปหมดแล้ว แต่ Bojack ก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ณ ฮอลลีวูด ขับรถซูปเปอร์คาร์คันหรู และยังคงมีเงินทองมากมายให้ใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย เหมือนกับที่เขาเคยบอกว่า “ฉันยอมทิ้งช่วงชีวิตวัยรุ่นให้กับซิทคอมเรื่องนี้ อย่างน้อยฉันก็ต้องได้อะไรตอบแทนมาบ้าง เช่นบ้านหลังนี้”

 

ท่ามกลางชีวิตโดดเดี่ยวไร้จุดหมายในวัย 50 Bojack ยังคงมีมิตรภาพจากผู้คนรอบข้างให้เขาได้ยึดเหนี่ยวอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ทอดด์ ชายหนุ่มวัยรุ่นผู้ไร้ซึ่งจุดหมายใดๆ ในชีวิต โดยเขาได้เข้ามาอาศัยนอนบนโซฟาในห้องรับแขกบ้าน Bojack หลังจากที่ออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 18

 

Princess Carolyn ผู้ที่เป็นทั้งอดีตคนรัก เอเย่นต์ส่วนตัว คอยดูแลจัดการทุกสิ่งอย่างให้กับ Bojack  ตั้งแต่เธอยังเป็นเพียงเด็กฝึกงานเมื่อ 20 กว่าปีก่อน, Diane Nguyen  นักเขียนสาวที่ Bojack จ้างมาให้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของเขาเพื่อหวังกอบกู้ชื่อเสียงให้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ซึ่งต่อมาเธอได้กลายเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่สุดในชีวิตของ Bojack, Mr. PeanutButter อดีตดาราซิทคอมชื่อดังเช่นเดียวกับ Bojack และเป็นสามีของ Diane

ในช่วงแรกของการดู Bojack Horseman เชื่อว่าผู้ชมหลายคนน่าจะมีความรู้สึกคล้ายกันคือ ไม่เข้าใจว่าซีรีส์เรื่องนี้ตองการที่จะสื่อสารอะไรกันแน่ เพราะในแต่ละตอนมีแต่การหยิบทุกอย่างรอบตัว โดยเฉพาะเรื่องราวในฮอลลีวูด มาจิกกัดเสียดสี สร้างอารมณ์ขันแบบตลกร้าย แล้วก็จบลงไป จนกระทั่งผ่านไปสักระยะจึงได้รู้ว่าการจิกกัดเสียดสีเหล่านั้นเป็นเพียงน้ำตาลไอซซิ่งที่โรยหน้าซีรีส์เรื่องนี้ให้มีสีสันสวยงาม รสชาติรับประทานง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้ว Bojack Horseman คือซีรีส์ที่ใช้ภาพการ์ตูนสดใส ตัวละครสัตว์นานาชนิด บอกเล่าเรื่องราว “ชีวิตมนุษย์” ที่ทั้งเข้มข้นและแสนขมขื่น

 

เหล่าตัวละครในเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นผู้แตกสลายที่ต้องการการเยียวยาแทบทั้งสิ้น เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร…นั่นแหละคือปัญหาสำคัญ ความยอดเยี่ยมของ Raphael Bob-Waksberg ผู้สร้างสรรค์ซีรีส์ Bojack Horseman คือการที่เขาพาผู้ชมจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งอันแตกสลายของตัวละคร ดังนั้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ต่างๆ ไม่เป็นใจ กัดกร่อนความรู้สึกและตัวตนภายในให้ค่อยๆ แตกสลาย Bojack Horseman คือซีรี่ส์ที่ควรค่าแก่การสละเวลาหยิบมาดูสักครั้ง ไม่แน่ว่าเมื่อดูจบคุณอาจจะค้นพบชิ้นส่วนของชีวิตที่ทำตกหล่นไว้ก็เป็นได้