LIFESTYLE

เดือนสิงหาคม ครบรอบการจากไปของราชินีเพลงโซล Aretha Franklin

เธอคือผู้บุกเบิกให้แนวเพลงโซลได้เป็นโซลในทุกวันนี้

พูดชื่อของนักร้องเสียงทรงพลังผิวสีอย่าง Aretha Franklin เมื่อไหร่ไม่ว่าจะเด็กยุคไหนก็ต้องเคยได้ยินผ่านหูกันทั้งสิ้น เพราะชื่อนี้มีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการดนตรีที่ส่งผลตั้งแต่ยุค 60s จนมาถึงปัจจุบัน อารีธาเป็นอีกหนึ่งคนที่ปั้นวงการดนตรีเพลงโซลให้เข้ารูปเข้ารอย และไม่ใช่แค่ศิลปินเพลงโซลเท่านั้นที่ยกย่องเธอผู้นี้ เพราะเธอยังกลายมาเป็นไอดอลของเหล่านักร้องศิลปินคนอื่นๆ ที่แม้จะมาจากคนละแนวเพลงก็ตาม

เครดิตภาพ: The Daily Beast

16 สิงหาคม เมื่อ 2 ปีก่อนเกิดข่าวเศร้าแพร่สะพัดไปทั่วโลกเมื่อแฟนเพลงและวงการดนตรีต้องสูญเสียอารีธา บุคคลที่เป็นมากกว่าคำว่า “มากความสามารถ” ไปด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน หากสิ่งที่หลงเหลืออยู่ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและยังคงหลงรักคือบทเพลงทรงพลังที่เต็มไปด้วยความหมาย เมื่อเราหมุนเวลาย้อนกลับไปในช่วงที่อารีธายังเป็นเด็กสาวน้อยคนนี้เติบโตมากับเสียงเพลงและการร้องเพลงภายในโบสถ์ ด้วยการขับร้องเพลงสไตล์ Gospel ฝึกฝนให้น้ำเสียงของเธอมีความก้องกังวานและมีเร้นจ์เสียงที่กว้างจนเป็นที่น่าจับตามอง ในวัยเพียง 14 ปีเธอเริ่มต้นเดินสายเป็นนักร้องอาชีพพร้อมปล่อยเพลง “Song of Faith” ที่ยังคงสไตล์ Gospel เอาไว้อยู่ หากต่อมาในวัย 18 ปีกับการหันมาเอาดีทางด้านเพลงป็อปแทนหลังจากได้รู้จักกับ Sam Cooke และแม้จะเริ่มสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ด้วยยุคสมัยที่ยังคงมีการแบ่งแยกชนชั้นทางด้านสีผิวอยู่ เพลงของอารีธาแม้จะเพราะแค่ไหนแต่ก็ถูกจำกัดให้อยู่ภายในวงแคบเท่านั้น

เครดิตภาพ: Billboard

จุดพลิกผันของชีวิตอารีธาเกิดขึ้นเมื่อเธอย้ายเข้าสู่อ้อมอกของค่าย Atlantic Records ในปี 1966 หลังจากหมดสัญญากับค่ายเก่าอย่าง Columbia Records พร้อมปล่อยเพลงแนวโซลกินใจ I Never Loved a Man (The Way I Love You) ที่พุ่งทะยานขึ้นที่ 1 ของ R&B Chart และเป็นที่ 9 ของ Billboard Hot 100 ในขณะที่เพลงในหน้าบีอย่าง Do Right Woman, Do Right Man เองก็ขึ้นที่ 40 ของ R&B Chart ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่กี่เดือนถัดมาหลังจากนั้นเธอขีดประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งด้วยการนำเพลง Respect จากต้นฉบับอย่าง Otis Redding มาร้องใหม่ในสไตล์ของเธอเอง โดยมีท่อนยอดฮิตที่ร้องด้วยการสะกดตัวอักษร R-E-S-P-E-C-T  เพิ่มเข้ามา โดยเป็นไอเดียที่น้องสาวเธออย่าง Carolyn Franklin คิดให้นั่นเอง

เครดิตภาพ: Pinterest

เพลง Respect เวอร์ชั่นนี้ฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะเป็นเพลงที่นำเสนอจากก้นบึ้งของหัวใจสาวๆ ที่ให้เพลงนี้เป็นตัวแทนดั่งลิ่มตอกหน้าเหล่าชายๆ ให้หัดรู้จักเคารพกันซะบ้าง ด้วยภาพลักษณ์ของเหล่าภรรยาสมัยนั้นคือว่านอนสอนง่ายและต้องรับใช้ปรนิบัติสามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แน่นอนไม่เพียงแค่การเรียกร้องสิทธิความเป็นภรรยาจากสามี หากเพลงนี้ยังเป็นการปลดแอกให้กับผู้หญิงในยุคนั้นให้ลุกฮือขึ้นเหมือนไฟป่า ยังรวมไปถึงการตื่นขึ้นเพื่อแสดงเรื่องราวของชนชั้นและผิวสีที่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันอีกด้วย พูดง่ายๆ คือ แค่คำว่า “เคารพ” ที่นักร้องผิวสีคนนี้กล่าวยังต้องให้บอกอีกหรือว่าต้องเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องใดบ้าง ก็คือทุกเรื่องนั่นแหละ! ซึ่งเพลงนี้ยังถูกนำมาใช้เป็นเพลงประจำตัวของเหล่า Social Movement อีกด้วย

เครดิตภาพ: Youtube

ภาพจำของเธอยังไม่หยุดแค่เพลง Respect เท่านั้น เพราะเพลงอื่นๆ ที่ทยอยออกตามมานั้นก็เรียกว่าท็อปฟอร์มสุดๆ ทำเอาเพลงของเธอไต่สู่ชาร์ตอันดับต้นๆ ได้ทุกวี่วันไม่ว่าจะเป็นเพลงดังอย่าง (You Make Me Feel Like) A Natural Woman, I Say a Little Prayer, Chain of Fool หากขยับกันเข้ามาที่ปีปัจจุบันอย่างปี 2014 เข้าหน่อย แม้อายุที่มากขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้น้ำเสียงทรงพลังขาดหายไปแต่อย่างใด คราวนี้อารีธาขอหยิบเอาเพลงดังของนักร้องจากเกาะอังกฤษ Adele มาคัฟเวอร์ใหม่ในฉบับของตัวเองกับเพลง Rolling in the Deep ในรายการ Late Show with David Letterman ที่เรียกเอาเสียงปรบมือดังลั่นกระหน่ำฮอล์ เดินทางมาถึงเวทีสุดท้ายในการโชว์สกิลการร้องของเธอคือที่โบสถ์ Cathedral of St. John the Divine ในรัฐนิวยอร์ก ระหว่างงานครบรอบ 25 ปี Elton John AIDS Foundation ของนักร้อง Elton John ในปี 2017 ก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไปในเดือนสิงหาคม ปี 2018

เครดิตภาพ: Variety

ไม่ได้เป็นแค่ผู้มีอิทธิพลด้านผลงานเพลงเท่านั้น เมื่ออารีธายังเป็นบุคคลที่ช่วยขับเคลื่อนและปฏิรูปวงสังคมที่ยังคงถูกกดขี่ และความไม่เท่าเทียมกันของชาวผิวสีใน Civil Rights Movement ประเทศสหรัฐฯ ช่วงยุค 50s - 60s ยังรวมถึงการเป็นกระบอกเสียงเรื่องของเพศหญิงผ่านบทเพลงที่เธอขับร้องอีกด้วย หากเรื่องนี้จะสอนอะไรเราสักอย่างคงพูดได้ว่าคุณเป็นใครไม่สำคัญ สีผิวอะไรก็ไม่เกี่ยว ความสามารถและพรสวรรค์คือสิ่งที่จะแสดงให้เห็นว่าเรามีคุณค่าในตัวมากน้อยแค่ไหนต่างหาก

 

และว่าแม้ตอนนี้เธอจะจากโลกและวงการไปแล้ว แต่บทเพลงของเธอยังคงมีอิทธิพลและยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นหลังได้พัฒนาและเอาเป็นต้นแบบอยู่จนถึงทุกวันนี้ โว้กประเทศไทยขอถือโอกาสครบรอบการจากไปของนักร้องในตำนานด้วยการนำเพลงฮิตของเธอมาให้แฟนๆ ได้ชมกันที่นี่ และแน่นอนว่าภายในเดือนธันวาคม 2020 นี้เราก็จะได้ชมชีวประวัติของเธอผ่านภาพยนตร์เรื่อง Respect ที่นำแสดงโดย Jennifer Hudson กันอีกด้วย (ตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)









คีย์เวิร์ด: Aretha Franklin Song Music Soul