FASHION

ทำความรู้จักแบรนด์สัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวที่ Jennie Blackpink เลือกหยิบมาเป็นไอเท็มคู่ใจ!

ทำความรู้จักกับแบรนด์และสัญลักษณ์รูปแบบพระจันทร์เสี้ยวของแบรนด์ Marine Serre ที่ตอนนี้กำลังเริ่มโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จากอิทธิพลของ Jennie Kim แห่งวง Blackpink

     ศิลปินบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ปในปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์กันหลายต่อหลายคนอย่างเช่นกลุ่ม BTS, EXO, BLACKPINK และอีกหลาย ๆ วง นั่นทำให้เสื้อผ้าจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่เหล่าสมาชิกสวมใส่ถูกจับตามองและตามซื้อกันให้วุ่น แบรนด์ดังทั้งหลายก็เชิญศิลปินเหล่านี้เป็นแขกระดับวีไอพีนั่งฟรอนต์โรว์ชมโชว์ สร้างสีสันให้กับบรรยากาศงานนมากขึ้น แต่ทว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่เซเลบริตี้จากแดนกิมจิจะสวมใส่ซูเปอร์แบรนด์หรือแบรนด์ดังคุ้นหูระดับโลกเท่านั้นเพราะ 1 ในสมาชิกวงแบลกพิงก์อย่างเจนนี่ ได้สวมเสื้อภายลายพิมพ์ซิกเนเจอร์ประหลาดตาอยู่บ่อย ๆ จนทำให้เราอยากพาแฟน ๆ โว้กรู้จักว่าแบรนด์ที่สาวเจนนี่ใส่นั้นคือแบรนด์อะไรและมีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง

Rihanna ขณะมอบรางวัล LVMH ให้กับ Marine Serre ในปี 2017 / ภาพ: WWD

     Marine Serre คือแบรนด์และดีไซเนอร์ในชื่อเดียว แบรนด์นี้คือแบรนด์ที่ดึงเอาคอนเซปต์แปลก ๆ มาใช้กับเสื้อผ้าแต่ละซีซั่นอยู่เสมอ รูปแบบของชุดรวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ถูกเสริมเติมแต่งให้ออกมาแหวกแนวชนิดไม่มีใครเหมือน ทำให้มารีนชนะรางวัลดีไซเนอร์เยาวชนยอดเยี่ยมจาก LVMH ในปี 2017 เป็นรางวัลการันตีฝีมือ คัตติ้งหรือรายละเอียดตามไลน์ผ้า รวมถึงรูปแบบการดีไซน์จัดสัดส่วนของลายไม่เคยมีใครข้องใจเกี่ยวกับฝีมือของดีไซเนอร์คนนี้ ถึงแม้ฝีมือจะจัดอยู่ในระดับท็อปแต่ไอเท็มเหล่านี้กลับไม่ได้พาให้แบรนด์โด่งดังแบบพลุแตกได้เท่ากับสัญลักษณ์ซิกเนเจอร์ประจำง่าย ๆ แต่ยังคงเป็นที่พูดถึง จนวันนี้ทั้ง 4 คอลเล็กชั่นที่มารีนอวดโฉมลุคต่าง ๆ ในแต่ละฤดูกาลต้องมีสัญลักษณ์นี้ปรากฏอยู่กลายเป็นลวดลายประจำแบรนด์มาตั้งแต่ครั้งแรกเลยทีเดียว

Jennie Kim ในลุคบอดี้สูทด้านในจาก Marine Serre / ภาพ: @jennierubyjane

     รูปง่าย ๆ ที่เราว่าก็คือพระจันทร์เสี้ยวสีตัดกับเนื้อผ้า เริ่มในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2018 ที่หลัก ๆ จะเป็นเนื้อผ้าสีเนื้อและรูปพระจันทร์เสี้ยวสีดำ แต่ช่วงหลังมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งจั๊มพ์สูทในคอลเล็กชั่นล่าสุดมีพื้นหลังสีดำและตัวสัญลักษณ์นี้สะท้อนกับแสงแบลกไลต์กลายเป็นลุคสุดสนุกตามคอนเซปต์โลกแตกอย่างที่มารีนตั้งใจ (คลิกอ่านคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2019 ในคอนเซปต์โลกแตกของ Marine Serre ได้ ที่นี่)  ไม่ว่าจะปรับคอนเซปต์ของแต่ละคอลเล็กชั่นเป็นอย่างไร เจ้าลวดลายพระจันทร์เสี้ยวหลาย ๆ ดวงกลับเข้าไปผสมผสานได้อย่างลงตัว และที่สำคัญค่อย ๆ พัฒนาไปสู่รูปแบบเสื้อผ้าที่หลากหลายมากขึ้น จากแค่บอดี้สูทแนบเนื้อสู่กางเกง เสื้อครอป เสื้อแขนยาวและอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ชื่อแบรนด์มารีน เซอเรเป็นที่รู้จักมากขึ้นถึงขนาดที่เจนนี่แห่งวงแบลกพิงก์นำไปสวมใส่ในหลายโอกาส กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่หลายคนตามหากันให้วุ่น ณ ตอนนี้

โททัลลุคพระจันทร์เสี้ยว ผลงานการประกวด LVMH ของ Marine Serre ในปี 2017 / ภาพ: LVMH

     ความพิเศษของแบรนด์น้องใหม่จากฝรั่งเศสยังไม่หมดเท่านี้ เพราะลายพระจันทร์เสี้ยวมันก็มีความหมายโดยนัยซ่อนอยู่ การที่ลวดลายซิกเนเจอร์ออกมาเป็นพระจันทร์เสี้ยวมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือความต้องการความสวยงามเท่านั้น มารีนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรงยังซ่อนความหมายเชิงสัญญะว่าที่มีกลิ่นอายของธงชาติตุรกีและโซเวียตซึ่งสะท้อนถึงเรื่องราวของผู้อพยพลี้ภัยต่าง ๆ นานา (ตามบริบทสังคมฝรั่งเศส) มันแสดงให้เห็นว่าคนฝรั่งเศสเองยังคงใส่ใจและให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้ถ่ายทอดผ่านการยอมรับทางศิลปะแฟชั่น “มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะเริ่มแสดงออกเรื่องนี้ (ปี 2017 ปีที่มีเหตุก่อการร้ายที่ฝรั่งเศส) แต่ฉันคุยกับเพื่อนของฉันพวกเขาก็รักในความหมายเบื้องหลังโลโก้อันนี้นะ มันเป็นการเมืองในแง่หนึ่ง แต่อีกแง่ก็ไม่ใช่ แต่แน่นอนว่ามันเป็นมากกว่าแค่พระจันทร์เสี้ยวธรรมดา มันสะท้อนถึงความรู้สึกภายในจิตใจของพวกเราและวิถีที่เราสร้างสรรค์งานแฟชั่น เราต้องการจะมีส่วนร่วมกับเรื่องราวเหล่านี้” มารีนกล่าวเกี่ยวกับความสำคัญของโลโก้ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ปรากฏบนเสื้อผ้าแทบทุกรูปแบบของแบรนด์ที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลก

ภาพจากมิวสิกวิดีโอเพลง DDU-DU DDU-DU ของวง Blackpink ที่ Jennie สวมใส่เสื้อจาก Marine Serre / ภาพ: Momentic.me

     ชื่อเสียงที่กำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแฟชั่นกลิ่นอายความคัลต์ไม่ได้มาจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงคนเอาไปสวมใส่ด้วย เราขอโฟกัสที่เจนนี่ที่หยิบเอาไอเท็มจากแบรนด์นี้มาใส่เกิดลุคสาวเท่ในหลาย ๆ ลุค แต่ที่เปรี้ยงปร้างที่สุดเห็นจะเป็นภาพจากมิวสิกวิดีโอเพลง DDU-DU DDU-DU และการขึ้นคอนเสิร์ตอีกหลายครั้งที่ทำให้พระจันทร์เสี้ยวบนตัว “น้องเกี๊ยว” กลายเป็นที่จดจำไม่ใช่แค่เหล่าบลิงก์แต่หมายถึงสาวกแฟชั่นที่ต้องการความแปลกใหม่จากทั่วโลก และเป็นการพิสูจน์ว่าบางทีลวดลายแปลกประหลาดอันเป็นเอกลักษณ์ของมารีน เซอเรสามารถเข้ากับสไตล์หลายแบบ แม้แต่สาวเอเชียนเกิร์ลแบบเจนนี่ แบลกพิงก์ก็แครี่ได้แบบคูลสุด ๆ



1 / 4

ตัวอย่างลุคจาก Marine Serre คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2018 / ภาพ: Vogue Runway




2 / 4

ตัวอย่างลุคจาก Marine Serre คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2018 / ภาพ: Vogue Runway




3 / 4

ตัวอย่างลุคจาก Marine Serre คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2019 / ภาพ: Vogue Runway




4 / 4

ตัวอย่างลุคจาก Marine Serre คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2019 / ภาพ: Vogue Runway


     ผลงานอื่น ๆ นอกเหนือจากลายพิมพ์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเพราะชิ้นงานแต่ละซีซั่นนั้นมีเอกลักษณ์สร้างความน่าสนใจจนชื่อของมารีนถูกพูดถึงในแวดวงแฟชั่นเสมอ คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2018 เปิดตัวด้วยชุดเดรส จั๊มพ์สูทและแจ๊กเก็ตแต่นำเสนอในรูปแบบลุคบุ๊ก ส่วน Fall/Winter 2018 คอลเล็กชั่นต่อมาเป็นครั้งแรกที่แบรนด์จัดโชว์บนรันเวย์ครั้งนี้เปิดตัวชิ้นงานเทเลอริ่ง กางเกงสีสดเข้าคู่กับแจ๊กเก็ตในแบบโมโนโครมก็ถือว่าสร้างภาพจำให้กับรันเวย์สายแฟได้ไม่น้อย ต่อมาคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2019 เหมือนมารีนหยิบเอาฝีมือการขึ้นแพตเทิร์นของชุดต่าง ๆ มาสอดแทรกความขบถพร้อมกลิ่นอายความสตรีตตามสมัยนิยม และวัสดุที่ใช้มีการเลือกใช้ลูกเล่นมากขึ้นทั้งพลาสติกและผ้าไหม รวมถึงการเลือกนำเอากลิ่นอายเวิร์กแวร์อย่างส่วนกระเป๋าจากกางเกงคาร์โก้มาตีความและหยิบจับให้อยู่ในรูปแบบที่สดใหม่ขึ้น จนถึงคอลเล็กชั่นล่าสุด Fall/Winter 2019 ก็ได้นำเอาซิกเนเจอร์เป็นพื้นฐานและสร้างลุคให้สอดคล้องล้อไปกับคอนเซปต์หลังวันสิ้นโลกจนออกมาเป็นโชว์สีฉูดฉาด เสื้อผ้าน่าตื่นเต้นแต่แฝงไปด้วยความขุ่นมัว ทั้งหมดตอกย้ำให้ชื่อของมารีน เซอเรคือแบรนด์และดีไซเนอร์ไฟแรงที่น่าจับตามอง เจนนี่แบลกพิงก์ใส่แล้ว...คุณล่ะใส่หรือยัง?

คีย์เวิร์ด: #BLACKPINK #Jennie #Marine Serre