FASHION

ส่องเทรนด์งานแต่งงานปี 2022 เมื่อบ่าวสาวยุคใหม่มีแนวโน้มฉีกกฎแต่งงานแบบเดิมๆ

เพราะโควิด-19 ส่งผลให้วิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปไม่เว้นแม้กระทั่งพิธีแต่งงาน มาดูกันว่าเทรนด์งานแต่งในปี 2022 จะเปลี่ยนไปในรูปแบบใดอีกบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมางานแต่งงานถูกเลื่อนแบบไม่มีกำหนดเนื่องจากโรคระบาดที่ไม่คาดคิด ทำให้คู่รักหลายคู่ต้องปรับเปลี่ยนแผนหลายอย่างเพื่อให้งานแต่งงานสมบูรณ์แบบมากที่สุด ทั้งสถานที่จัดงาน จำนวนแขกในงาน หรือแม้กระทั่งชุดของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอง สำหรับใครที่จำเป็นจะต้องแต่งงานตามฤกษ์ในช่วงนี้ ก็จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่ถูกกำหนดไว้ของแต่ละสถานที่ ซึ่งคู่รักบางคู่ก็ตัดสินใจที่จะเลื่อนงานแต่งไปในปีหน้า หรือปี 2022 แทน เพื่อความมั่นใจทั้งเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกหลายๆ อย่าง ในบทความนี้โว้กจะพาไปส่องเทรนด์ของงานแต่งในปี 2022 เพื่อเป็นไอเดียสำหรับใครที่มีแพลนจะแต่งงานในปีหน้า

ภาพ: บรรยากาศภายในงานแต่งงานที่อยู่ท่ามกลางสวนที่ร่มรื่น / theknot

  1. Micro Wedding หรือบรรยากาศของงานแต่งงานขนาดเล็กในสวนที่รายล้อมไปด้วยคนสนิท

ด้วยข้อจำกัดเรื่องของจำนวนแขกในงานในช่วงนี้ ส่งผลต่อสเกลของงานแต่งงานที่ต้องเล็กลงตามไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คู่รักหลายคู่ต้องการ เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้แล้ว ยังให้ความรู้สึกถึงงานแต่งงานที่อบอุ่น รายล้อมไปด้วยครอบครัวและคนสนิทที่อยากให้มาร่วมงานจริงๆ ด้วยสถานการณ์ของโรคระบาดที่ไม่แนะนำให้คนจำนวนมากรวมกันอยู่ในพื้นที่ปิด สถานที่จัดงานอย่างห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมขนาดใหญ่จึงไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่กลับเป็นพื้นที่กลางแจ้งอย่างบรรยากาศในสวนแทน Sarah Wintersteen นักวางแผนงานแต่งงานกล่าวว่า “ในช่วงนี้ คู่รักหลายคู่กำลังเลือกหาสถานที่จัดงานที่คล้ายคลึงกับบรรยากาศที่บ้านของพวกเขา และแน่นอนว่าพวกเขากำลังนึกถึงสวนสีเขียวชะอุ่มที่มีดอกไม้อยู่ด้วย” เชื่อว่าการจัดงานแต่งงานที่พื้นที่กลางแจ้งจะยังคงเป็นเทรนด์ต่อๆ ไปอีก เพราะนอกจากจะให้แสงธรรมชาติและบรรยากาศที่ดีแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องทุ่มงบจำนวนมากเพื่อตกแต่งเหมือนงานในห้องจัดเลี้ยงที่ต้องเนรมิตทุกอย่างใหม่ทั้งหมด ซึ่ง Pinterest เองก็รายงานว่า ในประเทศอังกฤษ อเมริกา และบราซิล เริ่มมีการค้นหาคำว่า ‘Small back garden wedding’ ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปี 2020 กว่า 190% เดาว่าในปีหน้าคงได้เห็นคู่รักหลายคู่แต่งงานบรรยากาศในสวนกันเยอะทีเดียว

ภาพ: คู่รักบางคู่ตัดสินใจที่จะจัดงานแต่งงานผ่านโปรแกรม Zoom / paperlesspost

  1. ZWedding หรือการจัดงานแต่งงานผ่านโปรแกรม Zoom

สำหรับคู่รักที่ยังไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของโรคระบาด COVID-19 ในปีหน้า โว้กแนะนำให้จัดงานแต่งงานแบบ Live-streamed หรือการถ่ายทอดสดงานแต่งงานผ่านโปรแกรม Zoom โปรแกรมที่เป็นเหมือนเพื่อนซี้ในช่วง Work From Home ของใครหลายคน ซึ่งในโปรแกรมซูมสามารถรองรับอุปกรณ์ได้มากกว่า 1,000 เครื่องใน 1 ห้อง ซึ่งแปลว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวสามารถเชิญแขกได้แบบไม่ต้องคัดรายชื่อออกเลย แต่ต้องแน่ใจว่าได้ทำการอัพเกรดบัญชีเป็น Pro account เพื่อที่จะสามารถใช้ห้องสนทนาได้นานเกิน 40 นาที Jennifer Machiaverna เจ้าสาวที่ใช้โปรแกรมซูมในการจัดงานแต่งงานของเธอได้ให้สัมภาษณ์กับ Vogue ว่า “การที่จัดงานแต่งงานผ่าน Zoom ทำให้คนที่ไม่สามารถเดินทางได้อย่างคุณยายของฉัน ได้เห็นพวกเราและเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองครั้งนี้” อีกทั้ง ZWedding ยังเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคู่รักที่เลือกหนีไปแต่งงานกัน 2 คน แต่ยังอยากให้ครอบครัวหรือคนสนิทได้รับรู้ถึงช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามการจัดงานแต่งงานแบบดิจิตอลนี้ก็จำเป็นต้องมีการเช็คเรื่องเสียง มุมกล้อง หรือแม้กระทั่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตอย่างรอบคอบก่อนเริ่มงาน เพื่อให้การจัดงานแต่งงานแบบออนไลน์นี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น

ภาพ: เมื่อสี Rust คือสีสนิมกลายเป็นเทรนด์ของโทนสีในงานแต่งงานปี 2022 / idoyall

  1. การเลือกใช้โทนสีธรรมชาติ อย่างพาเลตต์สีเอิร์ธโทนเป็นสีหลักในงานแต่งงาน

“ฉันรู้สึกว่าพาเลตต์สีในงานแต่งงานกำลังเปลี่ยนไปเป็นสีเอิร์ธโทนหรือโทนสีธรรมชาติ สีขาวหรือสีพาสเทลแบบเดิมๆ จะไม่ค่อยถูกเลือกใช้ และสี Rust หรือสีสนิทคือสีที่จะมาในปี 2022” Tania Burton ผู้ก่อตั้งบริษัท Ginger Snap ที่รับจัดอาหารสำหรับงานแต่งงานในประเทศอังกฤษ ได้กล่าวบนเว็บไซต์ Hitched อาจเป็นเพราะว่าโรคระบาดทำให้หลายคนอยากใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากขึ้น และในช่วงเวลานั้นเอง อาจได้พบกับความสวยงามและสัมผัสได้ถึงคุณค่าของธรรมชาติ รวมถึงสีที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งหากลองพิมพ์คำว่า “Wedding color trend in 2022” โทนสีน้ำตาลหรือสีสนิมจะขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงเต็มหน้าฟีดอย่างแน่นอน ซึ่งไม่ใช่แค่สีของชุดเพื่อนเจ้าสาวเท่านั้น แต่เป็นทั้งสีของผ้าปูโต๊ะอาหาร เซ็ตจานสำหรับแขก จนไปถึงป้ายต้อนรับที่หน้างาน

ภาพ: เทรนด์ดอกไม้แห้งมาผสมผสานกับดอกไม้สด จะกลายเป็นเทรนด์สำหรับงานแต่งในปี 2020 / theknot

  1. เนรมิตงานแต่งงานด้วยดอกไม้แห้ง

ก่อนหน้านี้ดอกไม้สดถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับงานแต่งงาน มันเป็นเหมือนองค์ประกอบหลักที่ช่วยสร้างความสดชื่นและสีสันให้กับบรรยากาศของงานแต่ง แต่ในปีหน้า คาดว่าเทรนด์การใช้ดอกไม้แห้งผสมผสานกับดอกไม้สดจะกลายเป็นตัวเลือกของคู่รักมากขึ้น เนื่องจากในช่วงนี้ นักจัดดอกไม้หลายๆ คนมักนำเอาดอกไม้แห้งมาผสมผสานกับดอกไม้สด เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ทั้งรูปแบบและการจัดวาง จนกลายเป็นที่นิยมสำหรับนักจัดดอกไม้ อีกทั้งยังให้บรรยากาศที่โรแมนติกไม่เหมือนใคร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานแต่งที่ต้องการความเรียบง่ายและไม่จำเจ

 

ส่วนใหญ่แล้ว นิยมนำส่วนของดอกไม้ ฝักเมล็ด และใบไม้มาใช้ทำเป็นดอกไม้แห้งมากที่สุด ซึ่งข้อดีของมันคือสามารถย้อมสีเป็นโทนสีที่ต้องการได้เพื่อให้เข้ากับธีมของงาน และสิ่งสำคัญของการเลือกใช้ดอกไม้แห้งเป็นองค์ประกอบคือมันสามารถเก็บไปใส่แจกันหรือนำไปประดับต่อที่บ้านได้นานถึง 1 ปี เรียกได้ว่านอกจากจะให้ความสวยงามแล้วยังเหมาะสำหรับคู่รักที่ไม่ต้องการใช้ทรัพยากรทิ้งอย่างเสียเปล่าอีกด้วย

ภาพ: ชุดแต่งงานแบบจั๊มพ์สูท เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ยุคใหม่ / weddingetc

  1. เมื่อชุดแต่งงานของเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องเป็นทรงเดิมๆ อีกต่อไป

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้เจ้าสาวบางคนใส่ใจเรื่องความมั่นใจและความเป็นตัวเองมากกว่าขนบธรรมเนียมแบบเดิมๆ ชุดแต่งงานเองถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าสาวในวันพิเศษ เทรนด์ของชุดเจ้าสาวอาจเปลี่ยนไปในปีหน้า เพราะบนเว็บไซต์ Hitched รายงานว่า ชุดแต่งงานแบบ 2 ชิ้นถูกขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 176% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อีกทั้งกางเกงขายาวก็กลายมาเป็นตัวเลือกของเจ้าสาวยุคใหม่เช่นเดียวกัน บนเว็บไซต์ที่ขายชุดแต่งงานและเขียนบทความเกี่ยวกับงานแต่งงานของต่างประเทศอย่าง Brides, The Knot รวมไปถึง Wedding ideas mag ยังพร้อมใจกันคาดการณ์เทรนด์ชุดแต่งงานของเหล่าเจ้าสาวในปี 2022 ว่ามันอาจจะเป็นอะไรที่ดูเรียบง่าย เน้นการนำไปใช้ต่อได้ รวมถึงใส่แล้วทำให้เจ้าสาวมั่นใจ เดาว่าในปีหน้าคงได้เห็นเจ้าสาวหลายคนในลุคเรียบหรู มั่นใจ และฉีกกฎเจ้าสาวแสนหวานแบบเดิมๆ ไปได้เลย