FASHION

อะตอม ชนกันต์ บอกเล่าเรื่องราวความรักของหนุ่มขี้แพ้ผ่านอัลบั้มแรก!

ปล่อยอัลบั้มเต็มออกมาในที่สุด สำหรับนักร้อง/นักแต่งเพลงหนุ่ม อะตอม ชนกันต์ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของความรักตามสไตล์หนุ่มขี้แพ้

     ปล่อยอัลบั้มเต็มออกมาในที่สุดสำหรับนักร้อง/นักแต่งเพลงหนุ่ม อะตอม ชนกันต์ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของความรักตามสไตล์หนุ่มขี้แพ้

      “แน่นอนว่าไอ้ความเป็นคนขี้แพ้มันยังมีอยู่แหละครับ เพียงแต่มันจะมีความหลากหลายมากขึ้น อย่างซิงเกิลที่แล้ว “ช่วงนี้” ก็ดูเป็นคนซ่าๆ ขึ้นมาหน่อย แต่มู้ดโดยรวมพอมาเป็นอัลบั้มแล้วความเป็นเรามันชัดเจนมากขึ้น” อะตอมบอกกับโว้กทันทีที่เราทักว่าเพลงใหม่ที่เจ้าตัวเพิ่งปล่อยออกมานั้นกลับไปสู่ความเป็นหนุ่ม Loser ในเรื่องความรักเต็มๆ ยิ่งเมื่อเราได้กลับมาพิจารณาเนื้อหาตั้งแต่เพลงแรก please, แผลเป็น, ทางของฝุ่น, อ้าว มาจนถึง อย่าบอก ซิงเกิลล่าสุดจากนักร้อง/นักแต่งเพลงรุ่นใหม่เจ้าของสารพัดรางวัลแห่งค่ายไวท์มิวสิค เราก็พบว่าเขาเองเป็นหนุ่มแอบรักที่ช้ำรักมาพอตัว

     “ทุกเพลงเราเป็นคนคิด คนเขียนเองหมด แน่นอนว่ามันก็มีความเป็นเราใส่เข้าไปไว้ในทุกเพลงอยู่แล้ว บางเพลงอาจจะมาจากประสบการณ์ของเราเอง หรือในบางเพลงก็เป็นเรื่องราวของคนใกล้ตัวซึ่งผมนำมาเล่าใหม่ สำหรับอัลบั้มนี้ก็ไม่ต่างกันมากนัก” เขาเล่าให้ฟังถึงการทำงานในอัลบั้ม Cyantist ที่กำลังจะออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันซึ่งรวบรวมไว้ทั้งซิงเกิลที่เราเคยได้ฟังแล้ว และอีก 4 เพลงใหม่ที่พร้อมเปิดตัวต่อไปด้วย “สำหรับชื่ออัลบั้ม Cyantist เป็นการผสมคำว่า Scientist ที่แปลว่า นักวิทยาศาสตร์ และ Cyan หมายถึงสีฟ้า ซึ่งตั้งมาจากเรื่องราวของเพลงในอัลบั้ม ตั้งจากความสัมพันธ์จริงๆ ในชีวิตของเราเอง ที่ในแง่หนึ่งมันเหมือนเป็นการทดลองทางอารมณ์ของเราเข้าไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเวลาที่เราเขียนเพลงในอัลบั้มนี้ ตอนแรกๆ เหมือนจะเป็นการทดลองที่เราอยากทำอะไรที่แตกต่างออกไปดู แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาสำหรับคนเขียนเพลงอย่างผมเนี่ย มันก็ออกมาในทางที่เศร้า จะอยู่ในอารมณ์ที่พูดถึงการผิดหวังแบบที่เราทำมาโดยตลอด เราก็เลยชอบคำว่า Cyan สีฟ้า เป็นโทนแห่งความหมองหม่น ความเศร้า เลยลองเอาคำนี้มารวมกันจนกลายเป็นที่มาของชื่ออัลบั้ม” 

 

      ที่เห็นได้ชัดทั้งภาพและเสียงเลยก็คือในซิงเกิลเปิดตัวของอัลบั้มในเพลง อย่าบอก นั้นยังคงมาพร้อมกับเนื้อหาแอบน้อยใจ ประชดประชัน แต่ยังมองโลกแห่งความรักในแง่ที่ยังมีความหวัง ตรงกับที่อะตอมเล่าให้เราฟัง “พูดถึงคนเราเวลาแยกกัน ความสัมพันธ์ที่โดนแฟนบอกเลิก มันมักจะมีการแสดงความเสียใจของฝ่ายที่บอกเลิก แบบเขาพยายามแสดงความเสียใจ ไม่รู้ว่าพยายามหรือเปล่า แต่คนที่ถูกบอกเลิกสำหรับผม ผมว่ามันไม่มีประโยชน์เลย คำขอโทษ หรือเหตุผลที่เขาจะแสดงหรือต้องการให้อีกคนรู้ว่าเสียใจ มันไม่มีประโยชน์ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง คงโทษว่าเป็นความผิดของเขาไม่ได้ เพลงนี้พูดในมุมที่ว่าถ้าจะไปก็ไปเลย ไม่ต้องพูดมากดีกว่า ใจความคือจะมาเสียเวลาพูดทำไมว่าเสียใจขนาดไหน ก็เลือกจะไปแล้ว ผมว่าคนแพ้ควรมีเวลาทำใจอย่างสงบ ปราศจากการตอแยจากคนที่เลือกจะไปแล้ว” ในขณะที่ภาคของดนตรี หลังจากที่ทดลองเล่นสนุกกับเพลงที่มีจังหวะเร่งขึ้นมาอย่างในซิงเกิลที่แล้ว มาครั้งนี้ทุกอย่างถูกปรับให้กลับมาซอฟต์และฟังง่ายเช่นเดิม “คือ อย่าบอก กับอีก 4 เพลงใหม่ที่จะรวมอยู่ในอัลบั้มด้วย ผมเรียบเรียงและโปรดิวซ์ปรับแต่งเองหมดเลยอาจจะโตขึ้นทั้งด้านเนื้อหาและการเรียบเรียงดนตรี ซึ่งผมยังคงทำงานร่วมกับ 2 โปรดิวเซอร์เดิมคือพี่บอลกับพี่กวิน ด้วยความที่รู้ใจกัน มันเลยลงตัวทั้งทิศทางและคำแนะนำต่างๆ ผมเองก็มีความสุขมากๆ ในการทำอัลบั้มนี้ ได้อยู่กับพี่ๆ น้องๆ ได้ช่วยกันในแบบที่เราชอบจริงๆ ได้ทำอะไรที่เราต้องการให้คนฟังได้ฟัง ต้องขอบคุณทุกอย่างที่ให้อิสระผมครับ” ก่อนที่จะเล่าต่อไปถึงภาคดนตรี “ดนตรีในครั้งนี้จะมีกีตาร์โปร่งผสมความเป็นบลูส์และโฟล์ก มีกีตาร์ไฟฟ้าที่เล่นแบบคันทรี่ คือจะใช้ 2 นิ้วสไลด์ตั้งแต่ต้นเพลง ค่อนข้างเสียดแทงอารมณ์เหมาะกับเพลงมากๆ ชวนให้นึกถึงเพลง please หรือ แผลเป็น ที่ดนตรีเรียบง่ายที่สุดในบรรดาเพลงทุกเพลง ค่อนข้างตรงไปตรงมา ความยากอยู่ที่การสื่ออารมณ์ตอนร้อง ซึ่งเป็นเรื่องของเราเอง แค่พาอารมณ์ไปอยู่ในเรื่องที่มันทำให้เกิด ดนตรีทำมาเพื่อซัพพอร์ต ที่เหลือค่อนข้างสบาย เป็นความมากในความน้อยที่มาพร้อมกับเครื่องดนตรีน้อยชิ้น” เจ้าของยอดวิวยอดฟังหลักล้านในโซเชียลมีเดียต่างๆ เล่าถึงผลงานอย่างมีความสุข 

      ส่วนมิวสิกวิดีโอเพลงแรกของอัลบั้มนี้เขายังคงได้กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับ โอ-ณัฏฐา ทองปาน อีกครั้ง ผู้ที่ช่วยทำให้ทั้งเขาและเพลง (รวมถึงนักแสดงนำด้วย) แจ้งเกิดจากเพลง อ้าว นั่นเอง “ยินดีที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง เนื้อหาจะเป็นเรื่องในออฟฟิศ เป็นเรื่องของการแสร้งทำเป็นเสียใจเสียมากกว่า มันอาจจะบิดไปจากเรื่องจริงประมาณหนึ่ง แต่เราว่ามันก็น่าจะเจ็บปวดอยู่ เป็นเรื่องที่เล่าผ่านนางเอกที่อยากให้โลกรู้ว่าตัวเองเสียใจทั้งๆ ที่ตัวเองมีคนใหม่อยู่แล้ว ในขณะที่พระเอกคนที่เจ็บจริงไม่พูดอะไรเลย และเลือกที่จะเก็บความจริงไว้กับตัวเองคนเดียว” ด้วยเนื้อหาที่ยังโดนใจ คงไม่น่าแปลกใจถ้ามิวสิกวิดีโอเพลงนี้จะขึ้นอันดับเพลงฮิตทันทีที่ออกฉายในวันแรก “แต่ถ้าเป็นผมคงต้องคิดดูอีกทีครับว่าจะทำแบบนั้นด้วยหรือเปล่า” เอาเป็นว่าเรารอให้อะตอมมาเฉลยเองอีกทีแล้วกัน