FASHION

โว้กคืออะไรในสายตากุลวิทย์ เลาสุขศรี! เมื่อ บ.ก. โว้กขอพูดถึงความเป็นที่สุดแห่งโว้ก

ทั้งรักทั้งชัง แต่ในที่สุดแล้วเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตและทำให้เราตาสว่าง

กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารโว้กประเทศไทย / ภาพ: วสันต์ ผึ่งประเสริฐ

 

ครบ 5 ปีช่วงชีวิตในแฟชั่นของโว้กประเทศไทย เราจึงขอฉลองวันเกิดครั้งสำคัญด้วยการเสาะหาแง่มุมแห่งความเป็น "โว้ก" จากมุมมองของคนทำโว้กว่าสำหรับพวกเขาแล้วโว้กคืออะไรกันแน่ เริ่มที่คนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก "ฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี" บรรณาธิการบริหารโว้กประเทศไทย ผู้นั่งแท่นคุมเกมอุตสาหกรรมแห่งสไตล์จนติดโผ 500 บุคคลแห่งโลกแฟชั่นใน Business of Fashion ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน

 

Vogue: เริ่มรู้จักโว้กได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไร

กุลวิทย์: โชคดีตรงที่ได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุ 11 ได้อ่านนิตยสารต่างประเทศเยอะมาก ที่สุดเราก็รู้ว่าอะไรดีที่สุดเมื่อได้อ่านโว้ก เราชื่นชมและเสพมันมาตลอดแต่ไม่รู้หรอกว่าสักวันสิ่งที่เราเสพอยู่ทุกวันๆ จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

 

V: มองใครเป็นต้นแบบการเป็นบรรณาธิการบริหารโว้ก

กุลวิทย์: Anna Wintour แห่งโว้กอเมริกา เธอทำหน้าที่มากมาย ไม่ใช่แค่ทำนิตยสารอย่างเดียว เรามองวิธีการทำงานของเธอและนำมาปรับใช้ ลำพังตัวเราคนเดียวคงทำให้อะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นได้ยาก แต่เมื่อมีโว้กเป็นใบเบิกทางหลายอย่างก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเราใช้ตำแหน่งหน้าที่ของเราให้ถูกวิธี ทั้งการทำให้วงการแฟชั่นไทยเป็นที่รู้จักในสากล และแม้กระทั่งเป็นเสาหลักของวงการแฟชั่นไทยด้วยการค้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่เข้ามาทุกๆ ปีในโครงการ Vogue Who’s on Next ทั้งหมดเป็นหน้าที่ซึ่งไม่ได้อยู่ใน Job description จนทุกวันนี้โว้กเกือบจะเป็น 100% ในชีวิต เป็นการบ้างานที่มีความสุขทุกวัน เพราะเราสนุกกับมันและไม่นิ่งเฉย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีดิจิทัลซึ่งมันเร็วมาก แต่ก็ทำให้เรากระหายที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา

 

Editor-in-Chief’s Favourites

 

นิตยสารโว้กประเทศไทย Issue 2 Mar 2013 Malgosia Bela by David Bellemere

“ปกลูกรักซึ่งมีความพิเศษตรงที่เป็นปกที่นางแบบใส่เสื้อที่มีภาษาไทยปักคำว่า ‘ชีวิตรัก’ อยู่ด้วย ทันทีที่เห็นเสื้อตัวนี้ตอนนั่งดูโชว์ของ Pucci ที่มิลาน คิดในใจว่าจะต้องเอาชุดนี้มาขึ้นปกนิตยสาร โว้กประเทศไทยให้ได้ แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง”

 

V: ความเป็นโว้กมีเสน่ห์ตรงไหน

กุลวิทย์: โว้กคือที่สุด ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เปิดกว้างให้เรานำเสนอสิ่งที่เราคิดว่าดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับคนอ่าน นั่นคือเสน่ห์ของนิตยสารโว้กของแต่ละประเทศ ความตั้งใจตั้งแต่แรกของเราคืออยากทำให้คนหยิบนิตยสารโว้กมาอ่านแล้วเขารู้จักเมืองไทย เพราะนิตยสารเล่มหนึ่งสามารถบ่งบอกรสนิยมของคนในประเทศได้ว่าเขาใส่อะไร ฟังเพลงอะไร เสพอะไร เราอยากเป็นตัวแทนชีวิตผู้หญิงรุ่นใหม่ของประเทศนี้

 

V: เวลาทีมเสนองาน คำพูดติดปากที่มักจะพูดออกไปคืออะไร

กุลวิทย์: ถ้าไม่ชอบจะบอกว่า “Not approved. Send it back.” หรือถามกลับไปว่า “Is this VOGUE?” ซึ่งอะไรคือโว้ก เอาเข้าจริงก็อธิบายไม่ได้ ในการทำนิตยสารมีหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ เหมือนจะไม่มีสูตรแต่ก็มี ซึ่งถ้าเราไม่อัพเดตสูตรใหม่ๆ เราก็จะตกรุ่น แต่เราดันเป็นคนที่เห็นความท้าทายเป็นความหวานมันที่อยากจะเข้าไปสัมผัสตลอดเวลา

 

 

นิตยสารโว้กประเทศไทย Issue 9 Oct 2013 Liu Wen by Marcin Tyszka

“เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับ Liu Wen ซึ่งโว้กนำชุดโอตกูตูร์จาก 8 เมซงมาให้เธอใส่ถ่ายแฟชั่นเซตปก เป็นการทำงานที่ประทับใจมากกว่าการได้งานที่ดี เพราะเราได้เพื่อนใหม่ที่น่ารักและมีน้ำใจให้ทุกครั้งไม่ว่าโว้กจะจัดงานใดๆ ซึ่งเราก็คบกันมายาวนานจนถึงทุกวันนี้”

 

V: ถ้ามองว่าโว้กเป็นลูก เป็นลูกรักหรือเปล่า

กุลวิทย์: ทั้งรักทั้งชัง แต่ในที่สุดแล้วเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตและทำให้เราตาสว่าง มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ยังจำวันที่โว้กเล่มแรกออกมา ถึงกับร้องไห้ ไม่ใช่เพราะอ่อนแอหรือตื้นตัน แต่ร้องไห้ด้วยความปีติ เหมือนฉันคลอดมันออกมาได้แล้ว หลังจากเตรียมงานมาเกือบปี ต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อสิ่งที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จากเล่มแรกมาถึงวันนี้ โว้กอีก 5 ปีต่อมามีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะมากเพราะเราไม่เคยพอใจกับผลงานที่ตัวเองทำเลย ไม่ใช่โทษหรือด่าตัวเองแต่อยากทำให้ดีขึ้นๆ

 

V: ทั้งรักทั้งชังทั้งเหนื่อยด้วย แล้วอะไรที่ทำให้ไปต่อได้

กุลวิทย์: สิ่งที่ทำให้เราหายเหนื่อยทุกครั้งเมื่อพูดกับตัวเองและบอกทีมด้วยว่า เรากำลังทำสิ่งที่เขาไปหาจากคนอื่นไม่ได้และคนอื่นก็ทำให้คุณไม่ได้ด้วย ไม่ว่าจะการบินไปนิวยอร์ก 20 ชั่วโมงเพื่อจะทำงาน 48 ชั่วโมง ถ่ายรูปเสร็จบินกลับมาเลย การที่เราติดต่อกับเอเจนซี่ระดับโลก ซึ่ง September Issue ที่ผ่านมาเรานำซูเปอร์โมเดล 5 คนมาขึ้นปกได้ หรือการพาญาญ่าไปดูแฟชั่นโชว์และถ่ายแบบที่ต่างประเทศ จนเขาได้เป็นเฟรนด์ของ Louis Vuitton แน่นอนที่สุดว่านั่นเป็นเพราะตัวเขาเองด้วย แต่การเดินทางครั้งนั้นมีโว้กเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้อย่างแรกเราทำให้ผู้อ่าน และสอง ถ้าเราไม่ทำ จะไม่มีใครยกระดับนิตยสารประเทศไทยเลย ซึ่งเมื่อทำสำเร็จแล้ว สิ่งที่คิดอยู่ในหัวตลอดเวลาก็คือ What’s next?

 

คีย์เวิร์ด: Vogue Editors Vogue Fab 5 5th Anniversary