FASHION

#VogueFlash Die Another Day เต๋อ นวพล ตอบ 10 คำถามเรื่องความตายกับหนังใหม่ Die/Tomorrow

ภาพยนตร์เรื่องใหม่ Die/Tomorrow ของผู้กำกับดัง เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ แห่ง Mary is Happy, Mary is Happy, 36 และ Freelance กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์แบบจำกัด #VogueFlash โดย ไก่ มานิตย์ มณีพันธกุล นั่งคุยกับเขาในบ่ายวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง ก่อนที่ทุกคนจะได้ชมผลงานของเขาในวันพรุ่งนี้ และนี่คือ คำถามเรื่องความตายในหลากหลายแบบที่เราได้รับกลับมา

ภาพยนตร์เรื่องใหม่ Die/Tomorrow ของผู้กำกับดัง เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ แห่ง Mary is Happy, Mary is Happy, 36 และ Freelance กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์แบบจำกัด #VogueFlash โดย ไก่ มานิตย์ มณีพันธกุล นั่งคุยกับเขาในบ่ายวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง ก่อนที่ทุกคนจะได้ชมผลงานของเขาได้แล้วในวันนี้ และนี่คือ คำถามเรื่องความตายในหลากหลายแบบที่เราได้รับกลับมา

1. สถานที่ไหนที่คุณอยากไปก่อนตาย 

ผมอยากไปพวกเขตโซเวียตเก่า รัสเซียเก่า เพราะว่าชอบงานสถาปัตยกรรมเก่าๆ ในแถบนั้น แต่มันไปยากมากๆ มีความสู้รบวุ่นวาย เดินทางยากเพราะไม่ได้เปิดสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ชอบพวกตึกของโซเวียต เรารู้สึกว่ามันมีตึกแปลกตามจอร์เจีย ยูเครน จริงๆ ตัวเองก็มีแผนจะไปมอสโควอยู่แล้วด้วย เป็นจุดเริ่มก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าจะไปต่อได้มากน้อยแค่ไหน เราเคยเที่ยวแต่เมืองที่ไปง่ายมีรถใต้ดินต่างๆ แต่เมืองพวกนี้มันมีความเข้ายากออกยากนิดนึง เราเองไม่ได้เป็นสายธรรมชาติแบบตามล่าแสงเหนือ คือก็อยากเห็นนะ แต่อยากเห็นอะไรแบบนี้มากกว่า มันต้องไปยืนดูตึกอยู่ตรงนั้นเอง มันต้องเห็นต่อหน้าเราจริงๆ 

2. เรื่องแบบไหนที่ต่อให้ตายยังไง ก็จะไม่มีวันเขียน 

อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องไป attack ใคร หรือเรื่องใดเป็นพิเศษ คือแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมมองว่าทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน เราอยากเขียนอะไรที่มันทำให้คนอ่านเข้าใจว่าโลกนี้มันมีความแตกต่าง มันมีคนที่เลือกไม่ได้ที่จะทำอะไรสักอย่าง ช่วยไม่ได้ที่จะต้องทำแบบนี้ เราอยากให้คนเข้าใจแบบนี้ในงานที่เราทำ เรามองว่าที่โลกนี้มันมีปัญหาเพราะว่าคนต้องการความหมายของคนดีหรือไม่ดี ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะคนเรามันมีความหลากหลายและก่ำกึ่งกว่านั้นมาก ตอนแรกผมพยายามคิดว่ามันต้องมีหัวข้อไหนเป็นพิเศษรึเปล่าว่าอยากหรือไม่อยากเขียนอะไร แต่ผมคิดว่าผมเองเขียนเล่าได้ทุกหัวข้อนะ เพียงแต่ว่าทุกเรื่องผมอยากจะทำให้มันเกิดความเข้าใจในมนุษย์มากกว่า เพราะโดยส่วนตัวก็ชอบหนังแบบนั้น ชอบที่จะเข้าใจในตัวละครที่ทั้งดีและเลว ชอบมองว่าบางทีคนเรามันทำไปไม่ใช่เพราะว่าตัวเองทำตัวเอง แต่มันอาจเกิดจากสถานการณ์ ชะตาชีวิต หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้เขาต้องทำแบบนั้นอย่างช่วยไม่ได้ 

3. ถ้ามีอำนาจที่จะชุบชีวิตคนได้ อยากชุบชีวิตของใคร

อยากชุบชีวิตคนที่อยู่ก่อนยุคที่เราจะสามารถบันทึกประวัติศาสตร์ได้ เพราะนั่นคือความมืดดำที่ไม่มีใครเดาออก เราไม่รู้ว่ามันคืออะไรเลย มั่วๆ เดาๆ กันมา เล่ากันมาเอง ช่วงหลังผมสนใจประวัติศาสตร์ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นคำตอบของยุคสมัยใหม่ บางเรื่องเราไม่เข้าใจ แต่พอได้ไปอ่านประวัติศาสตร์เราก็ อ๋อ รู้ละว่าเพราะเจออะไรมาก่อน ถึงมาเป็นแบบนี้ได้ ผมชอบมองว่า อย่างน้อยถ้าเราไม่เห็นด้วย ก็ควรที่จะเข้าใจ อย่างน้อยสุดท้ายมันอาจจะนำมาซึ่งทางออกต่อปัญหาที่เรากำลังจะพยายามแก้หรือคิดอยู่ก็ได้ 

4. ถ้านี่คือ The Last Supper อาหารมื้อสุดท้ายของคุณ คุณอยากเชิญใครมาอยู่ร่วมโต๊ะด้วย

น่าจะเป็นพ่อ แม่ เพื่อนและคนใกล้ตัว เอาแค่นี้เลย เรารู้สึกว่า พอชีวิตเดินทางมาได้สักพักนึง เราจะรู้ว่า สุดท้ายมันจะมีไม่กี่คนที่อยู่กับเราตอนที่เรามีปัญหา เราควรจะ cherish คนพวกนั้นที่อยู่กับเราตอนช่วงเวลาแบบนั้น

5. ถ้าโกงความตายมาได้ วันพรุ่งนี้ของคุณจะเป็นยังไง

ผมคงไปขอโทษคนที่เราเองเคยมีปัญหากับเขา คนที่เราไม่เคยเคลียร์กัน เพราะเรารู้สึกว่ามันจะติดในใจเราไปตลอด กับคนที่เราไม่เคยมีปัญหา เรารู้สึกว่ามันจะลากันไปได้ง่ายกว่า มันเป็นความรู้สึกที่โพสซิทีฟถึงจะต้องจากลากัน ไม่ได้มีอะไรค้างคา เป็นความรู้สึกดีๆ ที่คิดถึงกัน แต่เรืองที่เราทำผิดกับคนอื่น เราว่ามันเคลียร์ได้ยาก มันต้องใช้ความกล้า และอะไรอื่นๆ อีกมาก

6. อะไรคือความน่าเสียดายที่สุด ถ้าคุณต้อง Die/Tomorrow 

ผมไม่มีอะไรเสียดายเท่าไร ถ้าเป็นเรื่องงานคือไม่มีอะไรเสียดายเลย เพราะทุกอันที่ทำมารู้สึกว่ามันทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้นในทุกๆ งาน มันมีบรรยากาศที่ดีในการทำงานทุกงาน เลยค่อนข้างรื่นรมย์ประมาณนึง หนังที่ทำก็เป็นหนังที่ได้ทำจากตัวเองซะส่วนใหญ่ เรื่องความสัมพันธ์ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่เรารู้สึกเสียดายหรือติดค้างอะไร

7. ก่อนตายอยากให้คนจดจำเราในฐานะอะไร 

ถ้าเป็นเรื่องการทำงาน ผมอยากให้คนมองว่า เออ ไอ้นี่มันก็พยายามทำเหมือนกันนะ เป็นเรื่องที่ผมพยายามบอกน้องๆ ทุกคนที่รู้จักเหมือนกันว่า เวลาเราได้อ่านสัมภาษณ์คน ไม่ใช่ว่าแต่ละคนเขาเพิ่งเริ่มทำงานกันปีสองปี คนเราเริ่มทำงานที่ชอบกันเป็นสิบปี ไม่ได้ทำแค่แปบเดียวแล้วจะได้มาเลย มันใช้เวลา มันใช้ใจเยอะเหมือนกันกับการที่คุณต้องแฮงค์อยู่กับสิ่งที่คุณชอบ ผมเองก็เช่นกัน ผมไม่ได้อยากให้คนจดจำแค่เรื่องหนัง ผมว่าคนนึงถ้าจะทำอะไร ต้องเริ่มจากการที่รักมัน ต้องใช้เวลากับมัน อยากให้จำเราในแง่วิธีการทำงาน ไม่ต้องจำว่าเราทำหนังแบบไหน เพราะถ้าเขาจำเราในแง่วิธีการทำงาน มันจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนมากกว่า แม้ว่าบางทีการที่เราเริ่มทำอะไรแล้วไม่ได้รับการยอมรับในช่วงแรกๆ แต่คุณต้องอยู่กับมันไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะพิสูจน์ว่ามันเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดก็ตาม ถ้าคุณเลิกไปตั้งแต่แรกทั้งทียังไม่สำเร็จ คุณก็จะจบตั้งแต่วันนี้เลย ซึ่งจริงๆ แล้วมันอาจจะสำเร็จในปีที่ 12 แต่คุณต้องใช้ใจอยู่ไปถึงปีนั้นให้ได้ มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ 

8. งานศิลป์ชิ้นไหนที่ถ้าได้มีโอกาสดูก็รู้สึกว่าตายตาหลับ

ชอบงานของ Christo and Jeanne Claude งานเขาเป็นการเอาผ้าไปห่อตึก หรือ ไปห่อแลนด์สเคปต่างๆ เป็นงานศิลปะยุคแรกที่ได้ดูแล้วรู้สึกอิมแพคมาก แต่ไม่เคยได้ดูของจริง เพราะมันจัดแสดงเฉพาะสถานที่นั้นๆและมีระยะเวลากำหนดเอาออก แต่รู้สึกว่ามันเล่นกับพื้นที่จริง เปลี่ยนบริบทของพื้นที่นั้น และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว มีอยู่แล้วก็หายไป ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันมีพลัง แม้ว่ามันจะไม่มีแล้วก็ตาม เราชอบงานที่ีมีเซนส์ interaction กับคนดู อันนี้มัน interact แบบเหนือชั้น เล่นกับพื้นที่ กาลเวลา และผู้ชม

9. สังเกตว่าตัวละครในหนังของคุณมักตกอยู่ในสถานการณ์แบบตายทั้งเป็น คุณเองเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นบ้างไหม

ผมว่ามันเป็นสิ่งที่น่าสนใจกับการนำคนไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เพราะมันจะทำให้เขาได้ทบทวนว่าที่ผ่านมาเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ความรู้สึกที่มีต่อโลกโดยแท้จริง อย่างเรื่อง เมธาวี (มั่นใจว่าคนไทยเกินหนึ่งล้านคนเกลียดเมธาวี (2011))อาจจะเป็นความรู้สึกที่ผมมีต่อโลกในตอนนั้นก็ได้นะ ผมเองอาจจะไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น แต่พอได้ทำงานมาจนถึงช่วงนึง ผมพบว่าตัวเองไม่สามารถหยุดความคิดเห็นต่างของคนอื่นได้ เราอาจจะไม่เคยอยู่ตรงนั้น แต่เราพอจะเข้าใจมันได้ เข้าใจเมธาวีได้ อย่างใน Freelance มันจะมีความรู้สึกว่าพอเราทำงานหนักมาถึงจุดนึงจนกลับมาคิดว่าเรากำลังทำอะไรอยู่วะ เรารู้สึกว่าคนมันจะคิดอะไรได้ ก็ต่อเมื่อถูกผลักไปจนหลังชิดกำแพง ทุกครั้งที่คนต้องไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น มันจะพบจุดเปลี่ยนในชีวิต ด้วยความที่หนังทุกเรื่องที่เราทำ มันก็มาจากส่วนหนึ่งในชีวิตของผม มันอาจจะเป็นคำถามในช่วงนั้นของเราเอง ที่ต้องการเข้าใจโลกมากขึ้น ตัวละครในหนังที่เราทำมันเลยถูกผลักไปอยู่ตรงนั้น เพื่อให้มันเรียนรู้อะไรบางอย่าง

10. คุณเชื่อในเรื่องความตาย สวรรค์ นรก ลางร้าย การแก้เคล็ด สะเดาะเคราะห์ ปีชงบ้างมั้ย

ไม่เคยเชื่อเพราะไม่เคยรู้ คืออาจมีจริงก็ได้นะ แต่ผมไม่เคยเจอ เลยไม่รู้จะสนใจอะไร เราสนใจในเรื่องชีิวิตตอนนี้มากกว่า สนใจในเรื่องชีวิตที่มันกำลังดำเนินอยู่ไปรอบๆ ตัวเรา ไม่ได้สนใจเรื่องชาติหน้า ผมว่าคนเราถ้ามันจะซวย ยังไงมันก็ต้องฝ่าฟันไปรึเปล่า มันก็ต้องผ่านไปให้ได้ คนเรามันก็ต้องซวยทุกปีรึเปล่า ถ้าปีไหนไม่ซวยนี่มันคือลางร้ายละนะผมว่า ทุกครั้งที่ซวยหรือมีเรื่องร้ายๆ ผมว่าเราจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง คิดในแง่ดีสุด คือ เราอาจจะต้องเจอเรื่องร้ายๆ ไปก่อน เพื่อที่จะอยู่รอดไปสู่อีกสถานการณ์นึงในอนาคต มันถูกส่งมาฝึกสกิลของคุณเองไว้ก่อน เพื่อให้เอาตัวรอดได้ต่อไป ผมรู้สึกว่าถ้าตัวเองควบคุมได้ จะไม่กลัวการใช้ชีวิต เพราะถ้าเราเอาชีวิตเราไปแฮงค์อยู่กับเรื่องเหนือธรรมชาติ ผมรู้สึกว่าเราจะไม่สามารถควบคุมมันได้เอง ถ้าเราจะทำอะไรให้สำเร็จ เป็นเพราะเราฝึกมันจะทำได้ ถ้ามันยังไม่ได้นั่นเป็นเพราะว่าเราเองยังฝึกมันไม่พอรึเปล่า มันไม่ใช่เรื่องดวงหรืออะไร แต่มันเป็นเรื่องตัวเราเอง ชีวิตเราเองผมว่ามันต้องคอนโทรลได้ แต่ถ้ามันควบคุมไม่ได้เราเองก็ต้องฝ่าฟันมันไป ชีวิตคนเรามันก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่แล้ว ถ้าเราพยายามทำจากตัวเอง ก็ไม่มีอะไรที่ต้องไปกลัวมันมาก อย่างผมเอง ขนาดชื่อออฟฟิศยังตั้งว่า Very Sad เลย ตั้งมันไปเลย ไม่ได้กลัวอะไร ถ้าเราไม่กลัวมัน แล้วเรากล้าเผชิญกับมัน ผมว่าเราจะดีลกับมันได้ดีกว่า อย่างการทำหนังเรื่องนี้ ผมบอกว่าผมไม่กลัวที่จะทำมัน ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายก่อนตายของผมก็ตาย แต่อย่างน้อยผมก็ได้ทำหนังเรื่องสุดท้ายของผมด้วยตัวผมเอง นักแสดง ทีมงานเป็นคนที่ผมอยากทำงานด้วยหมดเลย ถ้ามันจะเป็นไฟนอลฟิล์ม มันก็เป็นเรื่องที่คอมพลีทที่ตัวเองทำมันขึ้นมาด้วยตัวเราเอง