FASHION

เจาะลึก 5 ศิลปินจาก 5 แขนงที่มาสร้างโปรเจกต์พิเศษช่วงโควิดของ VINN PATARARIN ให้สมบูรณ์แบบ

การรวมตัวกันของศิลปินหลากหลายแขนงจึงกลายเป็นโลกใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นได้อย่างน่าสนใจ 5 รูปแบบความคิดหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันจะเป็นอย่างไร VINN PATARARIN กำลังแสดงให้เราเห็น

การรวมตัวของ Vinn Patararin x Studio Aboukir x Vetiver ในโปรเจต์ Re-experience เพื่อบอกเล่าเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจจากมาตรการล็อคดาวน์ผ่านภาพถ่ายอันงดงาม

 

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ในปี 2020 นี้โควิดส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของใครหลายๆคน การกำเนิดของวิถีชีวิตที่เรียกว่า Social distancing ที่ทำให้ทุกๆ คนเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เกิดการห่างกันมากขึ้น หลายๆ บริษัท และ หลายๆ คน ต้องรีเซตชีวิตประจำวันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการ Work from home การเข้าออฟฟิศแค่เพียงอาทิตย์ละ 3-4 วัน หรือที่ต้องใช้ชีวิตด้วยการรักษาระยะห่างทางสังคม

 

โปรเจกต์ Re-experience นี้จึงได้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากช่วงโควิด จุดประกายมาจากการรักษาระยะห่างจากที่อยู่บ้าน เป็นการรวมตัวของ 3 นักสร้างสรรค์ Vinn Patararin x Studio Aboukir x Vetiver จับเอา แฟชั่น ช่างภาพ และ นักจัดดอกไม้ มาผสมผสานในคอนเซปต์ Re-experience ที่เล่าเรื่องผ่านรูปภาพ ด้วย 5 คาแรกเตอร์ของศิลปินทั้ง 5 คน คุณ ม.ล.รจนาธร ณ สงขลา Jewelry designer ,คุณตั้ม-ศิวารยา ณ นคร interior designer, คุณพีท-ทสร บุณยเนตร Executive Creative Director ของ Wunderman Thompson, คุณยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล Illustrator และ คุณ-นักรบ มูลมานัส Collagist

 

ด้วยตัวของ Vinn Patararin เองจึงได้ทำเสื้อผ้าขึ้นมาตามคาแรกเตอร์ของทั้ง 5 คนเนื่องจากทางแบรนด์เองก็อยากเห็นความเป็น Vinn Patararin ในรูปแบบอื่นๆบ้าง เล่าผ่านทางศิลปินท่านอื่นว่าออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร เช่นของ คุณพีท ก็จะมีความสนุกสนานด้วยเสื้อฮาวายสีฟ้าสดใส คุณแคนดี้เป็นเชิ้ตเดรสที่ส่วมใส่สบายเวลาอยู่บ้านแต่เต็มไปด้วยดีเทลเลเซอร์คัทที่ไม่เหมือนใคร คุณตั้มจะเป็น เสื้อเชิ้ต กางกางสองสีใส่ได้สองด้าน ใส่อยู่บ้านแบบมีสไตล์เฉพาะตัว คุณนักรบเป็นเสื้อเชิ้ต เลเซอร์คัตทั้งตัว มิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าของศิลปินเองอย่างสนุกสนาน คุณยูนจะเป็นเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนผ้าซาตินเลเซอร์คัททั้งผืน สะท้อนความเป็นตัวตนในแบบของศิลปิน

 

ส่วนของทาง Studio Aboukir ช่างภาพจึงถ่ายทอดผ่านทาง มุมมองของตัวเองในเทคนิคการถ่ายภาพแบบมุมมองจากระยะไกลที่แสดงถึง Social Distancing ใช้การสะท้อนของแสงกระทบกับมุมในการสะท้อนตัวตนของศิลปินทั้ง 5 คน และ มุมกล้องการใช้พื้นที่ของศิลปินแสดงถึงความเป็นตัวตนของแต่ละคน ว่าวิถีชีวิตใหม่มุมมองใหม่ๆ ถ้ากิจกรรมนั้นยังคงต้องทำเหมือนเดิม แต่สถานที่เปลี่ยนไปจะแสดงมุมมองออกมาอย่างไร

 

ทาง Florist อย่าง Vetiver จึงถ่ายทอดผลงานจัดดอกไม้อันประนีตด้วยคาแรกเตอร์ของศิลปิน ผ่านหัวข้อ Bring back the nature นำเสนอดอกไม้ที่ดูแฟชั่น ชวนฝัน เพราะสังเกตได้ว่าตอนนี้ทุกคนพยายามเอาธรรมชาติกลับมาสู่ในบ้าน ซื้อต้นไม้ต่างๆ มาปลูกไว้ในบ้านนักสร้างสรรค์ทั้งสามนำเสนอมุมมองของแต่ละคนที่วิธีการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปต้องมาทำงานอยู่ในบ้านของตัวเอง ใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น ศิลปินในอดีตที่ต้องออกจากหาแรงบันดาลใจนอกบ้าน พบปะสังสรรค์ และออกไปหาลูกค้า ในวันนี้ที่ต้องรักษาระยะห่าง นั่งทำงานอยู่ในพื่นที่ของตัวเอง จึงออกมาเป็นผลงาน Re-experience ในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงอยากพาแฟนโว้กทุกคนมาย้อนอ่านความรู้สึกและมุมมองต่างๆ ขณะอยู่บ้านของเหล่าศิลปินคุณภาพทั้ง 5 คนว่าพวกเขามีมุมมองอย่างไร

 

ม.ล.รจนาธร ณ สงขลา Jewelry designer

1.ช่วงโควิดที่ล็อคดาวน์ไปเป็นอย่างไรและได้ทำอะไรบ้าง

จริงๆ ปกติแล้ว พี่ดี้ก็เป็นคนอยู่แต่กับบ้านอยู่แล้ว ชอบทำอาหารให้คนที่บ้านทาน ให้คนใกล้ตัวทาน ให้ลูกน้องทาน ไม่ค่อยออกไปไหนอยู่แล้วค่ะ เพราะงานเขียนแบบของพี่มันใช้เวลาเยอะ แต่ละวันพี่จะเขียนประมาณ 4 แบบ เขียนจนถึงสี่ทุ่มทุกวัน แต่ว่าจะเริ่มสาย ทุกคนจะมาทำงานที่นี่ค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาวันๆ หนึ่งของพี่นิดเดียวเองค่ะ หมดวันแล้ว ไม่ค่อยได้ออกไปช้อปปิ้งหรือไปข้างนอกเท่าไหร่อยู่แล้วด้วยค่ะ ทุกอย่างส่วนมากถ้าซื้อออนไลน์ได้พี่ซื้อทางออนไลน์หมด เพราะพี่ติดนิสัยมาตั้งแต่อยู่ลอนดอน ที่ลอนดอนซื้อของออนไลน์มันง่ายมากสะดวกมากเลยค่ะ ยิ่งช่วงโควิดนี่ยิ่งซื้อใหญ่เลยค่ะ

 

2. ในฐานะดีไซเนอร์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลต่อการทำงานของตัวเองอย่างไรและมีผลต่อลูกค้าไหม

จริงๆ ก็ไม่ได้มากขนาดนั้น แต่ว่าก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนการทำงานนิดหน่อย เราก็ได้อยู่กับที่เยอะขึ้น เจอคนน้อยลง มีเวลาได้ทำงานเยอะขึ้น ส่วนลูกค้าในช่วงโควิดก็จะไม่มีการมารับของ เราให้คนของเราไปส่งของ เพราะอย่างนั้นตัวเราเองก็ได้ทำงานเยอะขึ้นแถมลูกค้าก็ไม่ลดลงด้วยค่ะ มิหนำซ้ำยังเยอะกว่าเดิม ทักหากันทั้งวัน พี่ชอบนะคะ เพราะมันทำให้ทุกอย่างดูนิ่งดูสงบขึ้น

 

3. ระยะห่างที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตบ้าง

ถ้ามองว่าดี มันก็ดีนะคะ ไม่ค่อยกระทบพี่ดี้เท่าไหร่ เพราะอย่างที่บอกพี่ดีก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ไม่เหมือนสมัยที่พี่ดี้ยังทำร้านเล็กๆในเมืองไทยอยู่ สมัยนั้นพี่ดี้ออกงานเยอะมากแล้วก็ทำงานเยอะมาก ไม่ว่าจะทั้งงานจิวเวลรี งานแฟชั่นวีกปีละสองหน มีคนสปอนเซอร์ทำโชว์ส่วนตัวอีกปีละหน ปีๆ หนึ่งงตอนนั้นพี่ทำจิวเวลรีหลายร้อยชิ้นมาก จนบางครั้งๆ ก็มีเพื่อนๆ มาแซวว่าใข้ยาขยันหรือเปล่า เพราะพี่ชอบทำงานมาก มันมาจากแพชชั่นแถมในหัวของพี่ความแฟนตาซีค่อนข้างเยอะ ชอบจินตนาการ ชอบคิด แต่ครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่กระทบกับพี่เท่าไหร่ แต่พี่ก็อยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ เพราะคนที่โดนผลกระทบเยอะมากจริงๆ มันก็มี ไม่ว่าจะโรงแรม ร้านอาหาร สงสารเขา แต่พี่ก็คิดว่าอีกไม่นานหรอก แต่ก็ไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน มันก็คงจะต้องมีการปรับตัวกันบ้าง ถ้าเราขยัน อดทน พัฒนาตัวเองทำผลงานออกมาเต็มที่พี่เชื่อว่า ตอนนี้บนโลกออนไลน์ทุกคนสามารถเห็นได้แน่นอนค่ะ

 

 คุณนักรบ มูลมานัส (Collagist)

1.ช่วงโควิดที่ล็อคดาวน์ไปเป็นอย่างไรและได้ทำอะไรบ้าง

ตั้งแต่ช่วงโควิดมาก็ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ค่อยได้อยู่บ้านเลย เราชอบออกจากบ้าน ไม่อยู่ติดบ้าน แต่ช่วงโควิดอะทำให้เราต้องอยู่ที่บ้าน บังคับให้เราอยู่กับที่ อยู่ในพื้นที่ของเรา ตอนแรกก็คิดว่าเราจะเกลียดช่วงเวลาแบบนี้หรือเปล่า แต่ก็เอะเราก็รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาในชีวิตที่หายไปเยอะเหมือนกันนะ เราไปแสวงหาอะไรอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสิ่งที่เรามี แต่จริงๆ สิ่งที่อยู่ในตัวเรามันมีเยอะแยะอยู่แล้ว เยอะแบบไม่จำเป็นต้องวิ่งออกไปหามัน เลยทำให้เรากลับไปสำรวจสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ข้างในตัวเรา ในพื้นที่ของเรา ที่ปกติเรามองข้ามไปแต่จริงๆ แล้วมันก็อยู่ในตัวเรานี่แหละ

 

2.ช่วงสำรวจตัวเองเกิดผลงานชิ้นใหม่อะไรไหม

จริงๆ มันก็มีหลายชิ้นเกิดจากการที่เราสะสมอะไรไว้ในบ้านเยอะก็ค้นมาตัดมาทำ ในช่วงโควิดทำให้เรามีเวลามากขึ้น ก็จะมีชิ้นงานที่ทำจากมือเลยทำให้เรากลับไปสู่เทคนิคดั้งเดิมที่เราเก็บสิ่งพิมพ์มาตัดด้วยมือ ทำให้เรากลับไปสู่รางเหง้า สู่พื้นฐานดั้งเดิมของเรา แต่ก็ยังไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันพิเศษนะครับ

 

3.ระยะห่างที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตบ้าง

จริงๆ มันก็มีมากๆ เลยนะ โดยเฉพาะในแง่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม บางทีเราปล่อยให้อะไรต่างๆ มันโอบล้อมโอบรับเรามากไป ทำให้เราไม่มีระยะห่างกับคนอื่นแต่เรามีระยะห่างกับตัวเอง กับคนข้างใน เช่นคนที่บ้านเราหรือบางทีเป็นตัวตนเราเองที่เราไม่มีเวลาให้ตัวเองขนาดนั้นเพราะเรื่องระยะห่าง บางทีก่อนหน้านั้นเราไม่ได้เห็นมากขนาดนั้นเลยทำให้เราเห็นความสำคัญความน่าสนใจของระยะห่างหรือความไม่ห่างมากขึ้น

 

คุณ ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล Illustrator 

1.ช่วงโควิดที่ล็อคดาวน์ไปเป็นอย่างไรและได้ทำอะไรบ้าง

ช่วงล็อคดาวน์อยู่บ้านตลอดค่ะ แล้วก็ปรับมาทำงานที่บ้านแทนการเข้าที่สตูดิโอ วันแรกก็จัดโต็ะทำงานที่บ้านใหม่ ช่วงนั้นน่าจะประมาณกลางเดือนมีนาคม ทุกเช้าก็จะตื่นมาวาดรูปเป็นตัวอักษรก่อนทานข้าว เพราะไม่ต้องออกเดินทางตอนเช้าทำให้มีเวลามากขึ้น และวาดภาพก็ลดความฟุ้งซ่านได้เยอะ เพราะตอนนั้นเราก็มีความกังวลในเรื่องโควิดพอสมควร

 

2. ในฐานะดีไซเนอร์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลต่อการทำงานของตัวเองอย่างไรและมีผลต่อลูกค้าไหม

การทำงานของตัวเองไม่ได้ส่งผล ต่อเวลา และรูปแบบมากค่ะ แต่ในทีมเราก็ต้องมีการวางแผน รวมถึงการสื่อสารที่มากขึ้น เพื่อให้งานที่อยู่ในความรับผิดชอบบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในส่วนของลูกค้าอาจจะมีบางอย่างที่ถูกเลื่อนไปมาหรือปรับเปลี่ยนระหว่างทางบ้าง ก็เป็นสิ่งที่เราได้ประเมิณวางแผนรองรับเอาไว้ส่วนหนึ่งก่อนล็อคดาวน์ทำให้ไม่เกิดปัญหาค่ะ

 

3. ระยะห่างที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตบ้าง

เราใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ตอนนี้กลับมาชอบทำงานที่บ้านอีกครั้ง ทำให้กลับมาวางแผนตั้งใจต่อเติมบ้าน เพื่อที่จะตั้งสตูดิโอในส่วนหลังบ้านแทนที่ตอนนี้เช่าอยู่ ระยะห่างที่กระทบชีวิตคือการวางแผนเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทางด้านความสัมพันธ์แน่นอนว่า ออนไลน์ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง แต่ก็ยังสามารถรักษาสมดุลย์รอวันที่สถานการณ์กลับมาปกติค่ะ

 

คุณ-พีท ทสร บุณยเนตร Executive Creative Director ของ WUNDERMAN THOMPSON

1.ช่วงโควิดที่ล็อคดาวน์ไปเป็นอย่างไรและได้ทำอะไรบ้าง

ช่วงโควิดก็ทำงานที่บ้าน ทำเยอะกว่าที่ออฟฟิศด้วยซ้ำ โลกเพิ่งจะเปลี่ยนวิธีการทำงานที่ทำกันมาเป็นร้อยๆ ปี มันก็จะไม่ชินนิดหนึ่งแต่พอผ่านไปสองเดือน ผมชอบการทำงานที่บ้านมาก อีกอย่างที่ทำเยอะคือ วิ่งเยอะมากครับ กางเกงหลวมเลย น้ำหนักลดไปถึง 4 กิโลกรัม

 

2.ในฐานะดีไซเนอร์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลต่อการทำงานของตัวเองอย่างไรและมีผลต่อลูกค้าไหม

โควิดนี่จะว่าแย่ก็แย่จริงๆนะ เรามามองฝั่งผู้เสียเปรียบก่อน หลายแบรนด์ก็ไม่อยากใช้เงินสร้างแบรนดิ้งเพราะไม่มีเงินเข้ามา หลายแคมเปญถูกเลื่อน งานโดนยกเลิก เอเจนซี่เมืองนอกหลายๆที่ ปิดตัวลง แต่ถ้าลองคิดดู มันก็คงเหมือนว่าช่วงนี้อากาศร้อน คนก็ไม่อยากไปภาคเหนือ หรือช่วงนี้ฝนตก พายุเข้า คนก็คงไม่อยากไปทะเล ในช่วงเวลาแห่งโหดร้ายสำหรับหลายคน มันก็มีโอกาสสำหรับคนอื่นอยู่เช่นกัน ยกตัวอย่างธุรกิจที่พุ่งปรี๊ดเลยในช่วงโควิดคือธุรกิจส่งอาหาร คนออกจากบ้านไม่ได้ก็เลยต้องสั่งอาหาร หรือสตรีมมิ่งรูปแบบต่างๆ คนดูหนังฟังเพลงมากขึ้นหรือบริการด้านอินเทอร์เน็ตช่วงโควิดนี่เป็นช่วงโอกาสของเขาเลยครับ ลำดับต่อมาคือเรื่องวิธีการทำงาน ผมว่าหลายคนต้องเจอปัญหานี้ คือขายงานใน Zoom หรือ Microsoft ทีมกำลังออกอาวุธโชว์ของ แต่ลูกค้าปิดกล้อง ปิดเสียง ก็ไม่มีประโยชน์ ไม่เหมือนเวลาขายงานแบบ F2F ( Face to Face) มันก็จะเหมือนจะสร้างระยะห่างทางการทำงานให้เราโดนไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นแล้วล่ะ

 

3.ระยะห่างที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตบ้าง

ผมว่ามันมีทั้งข้อดี ข้อเสียแหละ แต่ผมมองมันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่มันต้องเป็นไปตามธรรมชาตินะ ส่วนหน้าที่ของมนุษย์ก็คือต้องตามให้ทัน ต้องเข้าใจมัน ไม่ใช่ไปเครียดกับมัน เราต้องกลายพันธุ์ ใครปรับตัวได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีครับ

 

คุณ ตั้ม-ศิวารยา ณ นคร (interior designer)

1.ช่วงโควิดที่ล็อคดาวน์ไปเป็นอย่างไรและได้ทำอะไรบ้าง

อยู่บ้านตลอดค่ะ นอกจากออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตกับซื้อชานมร้านประจำก็ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ เพราะปกติเป็นคนติดบ้านอยู่แล้ว ความสุขที่เกิดขึ้นจริงๆ ของเรามันเกิดจากการอยู่กับตัวเอง ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสืออยู่ที่บ้านมากกว่า เรารู้สึกว่ามันสงบ ไม่วุ่นวาย สบายใจค่ะ

 

2.ในฐานะดีไซเนอร์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลต่อการทำงานของตัวเองอย่างไรและมีผลต่อลูกค้าไหม

ปกติเมื่อก่อนถ้าไม่ได้มีประชุมหรือต้องเจอลูกค้า ส่วนใหญ่เราก็จะทำงานที่บ้านอยู่แล้ว มีออกไปข้างนอกบ้างตามร้านที่มี Wi-Fi แต่จริงๆ แล้วชอบทำงานที่บ้านเวลาดึกๆ ที่สุดค่ะ เงียบดี ชอบมาก คิดว่าสิ่งที่โควิดส่งผลต่อเราแล้วก็แทบทุกคนในช่วงที่ผ่านมาคือ จำนวนงานที่ลดลงและการมีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น ก็เลยได้กลับมาโฟกัสกับการทำบ้านของตัวเองให้เสร็จแทนค่ะ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันก็ทำให้เรามีวิธีคิดในการดีไซน์บ้านที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ function บางอย่างหรือวัสดุและฟินิชชิ่งที่เราเลือกก็ต้องมานั่งปรับหลายจุดเพราะเราอยากให้มันเน้นความยั่งยืนและอยู่ได้นานๆ ไม่ตามกระแสค่ะ

 

3.ระยะห่างที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตบ้าง

เราได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างระวังและมีสติมากขึ้น ระยะห่างที่ต้องรักษาช่วงล็อคดาวน์นั้นมันทำให้เรามองเห็นอะไรชัดเจนขึ้นว่าใคร สิ่งไหน อะไรที่มีค่า มีความสำคัญ และจำเป็นในชีวิตเราจริงๆ ทำให้เราใกล้ชิดกับครอบครัว ญาติ และเพื่อนที่อยู่ไกลถึงเมืองนอกมากกว่าเดิมซึ่งเรามองว่าเป็นผลกระทบในทางบวก ส่วนผลกระทบในทางลบคือการที่ช่วงล็อคดาวน์เราไม่สามารถออกไปทานข้าวข้างนอกได้แล้วต้องสั่งเดลิเวอรี่มาที่บ้านตลอดเวลามันทำให้เกิดขยะเยอะขึ้นมากๆ ช่วงนั้นถ้าสั่งอาหารมาแล้วเจอร้านไหนใช้ภาชนะที่เอาไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลไม่ได้ ต่อให้อยากทานมากแค่ไหนก็จะไม่สั่งเลยเพราะเวลาเห็นกองขยะที่เกิดจากตัวเองแล้วรู้สึกเครียด เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้กระทบเราคนเดียวแต่มีผลกับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวค่ะ

คีย์เวิร์ด: #ThaiDesigners #VINNPATARARIN