FASHION

เปิดประวัติแบรนด์ Valentino...กับสีแดงในตำนาน และการล้มละลาย

     เชื่อเหลือเกินว่าเมื่อเราเริ่มพูดถึง สีแดง ขึ้นมาในแวดวงอุตสาหกรรมแฟชั่นแล้วล่ะก็... หนึ่งในนั้นที่จะต้องเอ่ยถึงอยู่เสมอก็คงจะหนีไม่พ้น อีกหนึ่งแบรนด์แฟชั่นระดับตำนานอย่าง Valentino ที่มีเฉดสีแดงเป็นดั่งสัญลักษณ์ของแบรนด์ก็ว่าได้ และหากจะกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ดังแบรนด์นี้ ก็คงจะต้องตั้งต้นที่ดีไซเนอร์ผู้ให้กำเนิดแบรนด์วาเลนติโน และทำให้แบรนด์มีชื่อเสียงไปไกลอย่าง Valentino Garavani ดีไซเนอร์ชื่อดังที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ประเทศอิตาลี กับจุดเริ่มที่น่าสนใจของเด็กชายวัย 9 ปีคนนี้ ที่ตัดสินใจจะโตขึ้นไปเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง หลังจากที่หลงใหลได้ปลื้มกับภาพยนตร์เรื่อง Siegfeld Girl มาสักพักใหญ่ ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นาน โชคชะตาสายแฟชั่นยังตอกย้ำ ให้เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องพบเจอกับหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดกระโปรงผ้าสีแดงกำมะหยี่ ในโรงละครเมืองบาร์เซโลนา ซึ่งนั่นนับเป็นจุดประกายสำคัญที่ทำให้ สีแดง กลายเป็นสีที่อยู่ในห้วงคำนึงของวาเลนติโนตลอดมา...

ภาพถ่ายของ Valentino Garavani ผู้ก่อตังแบรนด์ Valentino / ภาพ : WWD

 

     วาเลนติโน การาวานี ยังได้เดินตามสายทางความฝัน ด้วยการย้ายไปอยู่ ณ กรุงปารีส และเข้าเรียนต่อที่ École des Beaux Arts และ Chambre syndicale de la couture parisienne ตามลำดับ ก่อนที่จะได้สร้างผลงานชิ้นโบว์แดงในชีวิตการดีไซน์ครั้งแรก ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศจากเวที International Woolmark มาได้ในวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ก่อนที่เขาจะตกลงปลงใจเริ่มสายทางอาชีพกับห้องเสื้อระดับโอต์ กูตูร์ ในประเทศฝรั่งเศสอย่าง Jean Dessès หรือกระทั่งที่เขายังเคยร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่น Guy Laroche มาแล้ว หลังจากนั้นวาเลนติโนจึงได้ทำตามความฝันที่สูงขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น ด้วยการตัดสินใจกลับมาที่กรุงโรม เพื่อที่จะเปิดกูตูร์เฮาส์เล็กๆ เป็นของตัวเองเสียทีในปี 1959 ในนามว่า Valentino ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกจุดเริ่มต้นสำคัญ...

ภาพตราสัญลักษณ์ตัวอักษร V ของแบรนด์วาเลนติโน / ภาพ : modesens

 

     แม้จะเป็นเพียงห้องเสื้อกูตูร์ขนาดเล็ก หากในช่วงเวลาเพียงแค่ 1 ปี วาเลนติโนยังสร้างภาพจำ ให้โลกแฟชั่นได้ติดตา และกล่าวขานมานานแสนนานด้วยการปฐมฤกษ์ชุด The Valentino Red Dress ที่ได้กลายเป็นดั่งอัตลักษณ์สำคัญของแบรนด์วาเลนติโนในเวลาต่อมา กระนั้นหนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบก็ยังต้องขรุขระอยู่ไม่น้อย เมื่อ 2 ปีให้หลังจากที่แบรนด์วาเลนติโนเกิดขึ้น วาเลนติโน การาวานียังต้องสู้รบปรบมือกับสถานการณ์แสนคับขัน กับสภาวะล้มละลายของแบรนด์ เนื่องจากตัวของเขาเองนั้นใช้จ่ายกับแบรนด์มากเกินจำเป็น หากนั่นก็เสมือนเป็นบทเรียนที่เรียกสติให้กับวาเลนติโนได้อย่างดีทีเดียว เพราะหลังจากที่กลับมายืนขึ้นได้อีกครั้ง ในปี 1962 แบรนด์วาเลนติโนยังเลื่องชื่อไปไกลทั่วโลก ด้วยโชว์คอลเล็กชั่นโอต์ กูตูร์ ครั้งแรก ที่ถูกจัดขึ้นที่ Pitti Palace ณ เมืองฟลอเรนซ์ ที่ช่วยดันให้แบรนด์วาเลนติโน กลายเป็นแบรนด์ที่ทุกคนต้องรู้จักในช่วงข้ามคืน ก่อนที่จะได้รับการตอกย้ำความฮอตของแบรนด์ ด้วยการสั่งซื้อชุดสีขาวจากคอลเล็กชั่น ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ประจำปี 1961 ของแบรนด์ โดย Elizabeth Taylor ทึ่ตัวเธอนั้นได้ใช้สวมใส่ไปงานเปิดปฐมฤกษ์ภาพยนตร์ Spartacus ก่อนที่จะตามมาด้วยการสั่งซื้อของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งในยุคนั้นอย่าง Jackie Kennedy ที่ได้สั่งซื้อชุดของแบรนด์วาเลนติโน เพื่อไปใส่เป็นดั่งชุดไว้ทุกข์ให้กับการจากไปของสามีของเธอ John F. Kennedy และรวมไปถึงชุดแต่งงานครั้งที่สองของเธออีกด้วยเช่นกัน

กองทัพชุด Red Dress ในตำนานของแบรนด์ Valentino / ภาพ : AFP 

 

     หลังจากที่วาเลนติโน การาวานี วางมือไปไม่นาน ในเดือนตุลาคม ปี 2008 มาเรีย กราเซีย คิอู และปิแอร์เปาโล ปิคชิโอลี่ ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของวาเลนติโน ซึ่งนับเป็นการเลือก ที่แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เมื่อทั้งคู่ได้สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับแบรนด์วาเลนติโนอีกครั้ง ผ่านคอลเล็กชั่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และยังคงรักษาไว้ซึ่งความเป็นวาเลนติโนดั้งเดิมได้อย่างไร้ที่ติ ที่ทั้งคู่ได้เปิดตัวด้วยคอลเล็กชั่น Haute Couture ณ กรุงปารีส ในช่วงเดือนมกราคม 2009 ที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในอาณาจักรของวาเลนติโนอย่างแท้จริง กระทั่งได้รับการยกย่องอย่างหนาหู จึงถือได้ว่าทั้งคู่ประสบความสำเร็จจากคอลเล็กชั่นโอต์ กูตูร์ ประจำปี 2009 นี้ เป็นอย่างยิ่ง

ภาพถ่ายของปิแอร์เปาโล ปิคชิโอลี่ และมาเรีย กราเซีย คิอูริ / ภาพ : thewardrobe.it

 

     และถึงแม้ว่าแบรนด์วาเลนติโนในปัจจุบัน จะเหลือผู้กุมบังเหียนเพียงคนเดียวนั่นคือ ปิแอร์เปาโล ปิคชิโอลี่ ก็ตาม เนื่องจากมาเรีย กราเซีย คิอูริ ได้ย้ายตัวเองไปนั่งแท่นกุมบังเหียนให้กับแบรนด์ดิออร์แล้วนั้น ก็ยังคงเป็นที่จับตามองต่อไปว่าทิศทาง และความน่าสนใจในแบบฉบับของวาเลนติโนนั้นจะเป็นเช่นไรต่อไป แต่ที่แน่นอน และไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือความสง่างามในแบบฉบับของวาเลนติโน ดังที่วาเลนติโน การาวานี เคยบอกเอาไว้ว่า “Elegance is the balance between propotion, emotion and surprise.” นั่นเองที่ไม่มีใครจะสามารถลอกเลียนแบบได้อย่างแน่นอน

คีย์เวิร์ด: #Valentino