FASHION

Vacheron Constantin ชวนสัมผัส 2 เรือนเวลาล่าสุดที่เปรียบดั่งตัวแทนความงามและเทรนด์แฟชั่นแห่งยุค

เมซง Vacheron Constantin เปิดตัวเรือนเวลา 2 รุ่นล่าสุดบนแนวคิด “The Anatomy of Beauty” สะท้อนความงามแห่งยุคในทุกรายละเอียด

    นับจากวินาทีที่นาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกได้ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อภรรยาท่านเคาต์ นาฬิกาก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องบอกเวลาอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นเครื่องประดับที่มีบทบาทในแวดวงสังคมของผู้หญิง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น และหากเราต้องการรับรู้ถึงวิวัฒนาการด้านความงามและเทรนด์แฟชั่นของแต่ละยุคสมัย ก็สามารถทำได้โดยย้อนดูผลงานของเมซง Vacheron Constantin เพราะการสะท้อนความงามในยุคนั้นๆ ควบคู่ไปกับและความใส่ใจในทุกรายละเอียดคือแนวคิดที่เมซงยึดถือ ทั้งยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่งดงามและไม่เหมือนใคร และดังเช่นที่เคยเป็นมา ความงามในยุคสมัยนี้ก็ได้ปรากฏอยู่บนชิ้นงานล่าสุดทั้ง 2 รุ่นด้วยเช่นกัน

นาฬิกา Traditionnelle Perpetual Calendar Ultra-Thin พร้อมกลไกการทำงานที่อยู่ภายใน

     เรือนเวลา Traditionnelle Perpetual Calendar Ultra-Thin จากคอลเล็กชั่น Traditionnelle คือชิ้นงานแรกที่สะท้อนถึงความงามอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์สไตล์เฟมินีน จากการประดับเพชรเม็ดบนตัวเรือนอันบางเฉียบสมชื่อ Ultra-Thin ซึ่งมาจากการใช้กลไก Calibre 1120 QP ประกอบกับฟังก์ชั่นปฏิทินและฟังก์ชั่นมูนเฟสที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา รวมถึงเทคนิคในการฉลุลายแบบโอเพ่นเวิร์กเพื่อโชว์กลไกภายใน ตอบรับค่านิยมของหญิงสาวเจเนอเรชั่นใหม่ที่ชื่นชอบกลไกซับซ้อนมากขึ้น

นาฬิกา Traditionnelle Perpetual Calendar Ultra-Thin มาใน 2 เฉดสีคือสีฟ้าอมเทาและสีชมพู

     โดยรุ่นนี้มี 2 เวอร์ชั่น คือเวอร์ชั่นตัวเรือนไวต์โกลด์หน้าปัดประดับมาเธอร์ออฟเพิร์ลเฉดสีฟ้าอมเทาพร้อมสายหนังจระเข้ในเฉดสีเดียวกัน และเวอร์ชั่นตัวเรือนพิงก์โกลด์หน้าปัดประดับมาเธอร์ออฟเพิร์ลเฉดสีขาวพร้อมสายหนังจระเข้เฉดสีชมพู

นาฬิกา Patrimony Self-Winding พร้อมกลไกการทำงานที่อยู่ภายใน

     ชิ้นงานต่อมาคือ Patrimony Self-Winding จากคอลเล็กชั่น Patrimony ที่มีพื้นฐานคือการเป็นตัวแทนของศิลปะแบบมินิมัล สะท้อนความงามซึ่งเกิดจากเส้นสายอันเรียบง่าย ขับเน้นความสง่างามเหนือกาลเวลาอันเป็นสัญลักษณ์ของคลาสสิกพีซ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ 2450 Q6/3 ที่มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูง พร้อมกำลังลานสำรองนานถึง 40 ชั่วโมง และหน้าต่างวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

นาฬิกา Patrimony Self-Winding มาใน 2 เฉดสี คือสีไนต์บลูและสีชมพูเบจ

     รุ่นนี้เองก็มี 2 เวอร์ชั่นด้วยเช่นกัน คือเวอร์ชั่นประดับเพชรบนหมุดนาทีให้ลุคเรียบหรู และเวอร์ชั่นประดับเพชรรอบขอบตัวเรือนเพื่อเพิ่มความหรูหรา ซึ่งทั้ง 2 เวอร์ชั่นนั้นยังแบ่งออกเป็น 2 เฉดสี คือเฉดสีไนต์บลูพร้อมสายหนังจระเข้บนตัวเรือนไวต์โกลด์ และเฉดสีชมพูเบจพร้อมสายหนังจระเข้บนตัวเรือนพิงก์โกลด์

ถอดสายนาฬิการุ่น Traditionnelle Perpetual Calendar Ultra-Thin และ Patrimony Self-Winding ได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่ม

     สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเปลี่ยนสายนาฬิกา เมซงวาเชอรอง คองสตองแตงยังเพิ่มฟังก์ชั่นการถอดสายนาฬิกาที่ง่ายดายเพียงแค่กดปุ่มโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ให้กับเรือนเวลาตัวใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ เพื่อให้สามารถถอดได้เองในทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์หญิงสาวที่มีสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลายไปตามไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน

ช่างฝีมือใส่ใจในทุกรายละเอียดของนาฬิกา แม้กระทั่งชิ้นส่วนเล็กจิ๋ว

     นอกจากการสะท้อนความงามประจำยุคสมัยแล้ว ชิ้นงานล่าสุดทั้ง 2 รุ่นนี้ยังมาในธีม “The Anatomy of Beauty” ที่ถูกเลือกสรรความงามโดยดีไซน์เนอร์ ร่วมกับการตกแต่งและเก็บรายละเอียดโดยช่างฝีมือฉมัง ทั้งการสลักลวดลายอันประณีตบรรจงหรือการเพนต์สีและลงยา เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนของนาฬิกานั้นงดงามแม้จะเป็นชิ้นส่วนเล็กจิ๋วก็ตาม

     เราอาจสรุปได้ว่า คุณค่าของผลงานจากเมซงวาเชอรอง คองสตองแตงนั้นไม่ได้มีแค่เพียงคำว่า “สวยงาม” เท่านั้น หากแต่ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเยี่ยม อีกทั้งยังมีคุณค่าในเชิงของเครื่องจารึกประวัติศาสตร์ทางแฟชั่นและส่งต่อสิ่งต่างๆ ข้ามผ่านกาลเวลาไปสู่อนาคตอีกด้วย

more