FASHION

Zendaya ปรากฏตัวพร้อม Tom Holland อีกครั้ง...จุดประเด็นคู่รัก 'ผู้ชายเตี้ยกว่าผู้หญิง'

นี่คือผลพวงของกระบวนคิดแบบปิตาธิปไตย ที่ทำร้ายได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย

     ยังคงเดินหน้าสร้างแฟชั่นโมเมนต์อย่างต่อเนื่องในฐานะของแฟชั่นไอคอนแห่งยุค สำหรับ Zendaya ซึ่งล่าสุดเธอยังได้สร้างไวรัลไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียอีกครั้ง ด้วยการเข้าร่วมเดินพรมแดงในงานเปิดตัวภาพยนตร์ Spider-Man: No Way Home รอบปฐมทัศน์ ที่นครลอสแอนเจลิส โดยครั้งล่าสุดนี้เซนดายาเลือกสวมใส่ชุดกระโปรงยาวสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์ Valentino โดดเด่นด้วยรายละเอียดการปักแบบใยแมงมุมตลอดทั้งตัว มาพร้อมกับหน้ากากตาข่าย ออกแบบโดย Philip Treacy ดีไซเนอร์เครื่องประดับศีรษะสุดโด่งดัง ทว่าการปรากฏตัวครั้งนี้ของเซนดายายังควงคู่มากับหวานใจคนล่าสุดที่เพิ่งมีข่าวออกเดตกันไปไม่นานอย่าง Tom Holland ในชุดสูทจาก Prada ที่สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าสาวๆ บนโลกโซเชียลมีเดีย และรอบพรมแดงในครั้งนั้นได้อย่างล้นหลามตามคาด

     กระนั้นการปรากฏตัวของทั้งคู่ในครั้งนี้ยังเป็นการจุดประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดียให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง กับการตั้งคำถามถึงส่วนสูงของทอมที่ไม่เหมาะสมกับเซนดายาเสียเท่าไหร่ และถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ ทอม ฮอลแลนด์ จะได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข้อความดังกล่าวผ่านสื่อแล้วก็ตามว่า “เขาไม่สนใจเรื่องความสูงอะไรนั่น” ทว่าชาวเน็ตจำนวนหนึ่งก็ยังคงจ่อมจมอยู่ในมายาคติที่ว่า “คู่รักที่สมบูรณ์แบบ ผู้ชายไม่ควรเตี้ยกว่าผู้หญิง” จนถึงตอนนี้

     จริงหรือ...ที่ผู้ชายไม่ควรเตี้ยกว่าผู้หญิง

     นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจอย่างมาก และดูเหมือนว่ามายาคติดังกล่าวจะถูกฝังหัวคนส่วนมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเมื่อผู้เขียนได้ลองถอดรหัสดูแล้วก็พบว่า นี่คือผลกระทบอันเลวร้ายของระบบความคิดแบบปิตาธิปไตย ที่เข้ามายุ่มย่ามกับเนื้อตัวร่างกาย และตัดสินสร้างบรรทัดฐานผิดๆ ให้กับสังคมมาช้านาน ไม่ใช่กับแค่เฉพาะผู้หญิง หากยังลามไปถึงร่างกายของผู้ชายด้วยเช่นกัน ที่ถูกระบบความคิดปิตาธิปไตยดังกล่าวกดทับเอาไว้ เฉกเช่นกรณีนี้ที่สังคมไม่อนุญาติให้ผู้ชายตัวเตี้ยกว่าผู้หญิง เนื่องจากขัดต่อรากความเชื่อแบบปิตาธิปไตย อ้างอิงจากทัศนะของ St. Augustin ที่ว่า เพศชายจะถูกผูกโยงอยู่กับ “อำนาจ” เสมอ ซึ่งในที่นี่หมายรวมถึงอำนาจนั่นเองที่ต้อง ‘ใหญ่’ ที่สุด เพื่อแสดงความเหนือกว่า และมองคนอื่น(เพศอื่น)ต้องด้อยกว่าตน

     เราคงเห็นตัวอย่างในชีวิตประจำวันกันจนเกร่อแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวาทกรรมลวงโลกแสนคร่ำครึที่ว่า “ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ ต้องมีผู้ชายมาคอยดูแล” หรือแม้กระทั่งสภาวการณ์ในอดีตจนถึงตอนนี้ ที่ผู้หญิงไม่ค่อยจะมีที่ยืนบนอำนาจสูงสุดขององค์กรต่างๆ มากนัก เพราะโลกทัศน์อันคับแคบที่กล่อมเกลาเราทุกคนว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่ไร้เหตุผล และใช้อารมณ์เป็นหลัก การถือครองหรือบริหารอำนาจจึงไม่ควรอยู่ในมือของพวกเธอ

     ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยฉุกคิดไตร่ตรองเลยสักนิดว่า มายาคติในแบบปิตาธิปไตยที่กำหนดให้ผู้ชายต้องเข้มแข็ง กุมอำนาจ หรืออยู่บนเหตุผลตลอดเวลานั้น ไม่ได้ทำร้ายแค่เพศหญิงหรือเพศอื่นๆ ในสังคมเท่านั้น หากมายาคติเลวร้ายดังกล่าวนั้นกลับกดขี่ทุกเพศอย่างเท่าเทียมกัน เฉกเช่นเดียวกันกับกรณีนี้ของทอม และเซนดาย่า ที่มีการชูประเด็นตั้งคำถามถึงส่วนสูงของทอมที่เตี้ยกว่าเซนดายา ก็เพราะสังคมที่หยั่งรากด้วยทัศนคติปิตาธิปไตยไม่เคยชินกับภาพลักษณ์ทางร่างกายของผู้ชายที่ดูด้อยกว่าผู้หญิง ซึ่งขัดกับวาทกรรมเชยบรมข้างต้นที่ผู้เขียนยกตัวอย่างไว้แล้วอย่าง “ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ และต้องมีผู้ชายมาคอยดูแล” ด้วยขนาดความสูงของทอมที่เตี้ยกว่าเซนดายานั้น ทำให้คนที่มีระบบวิธีคิดแบบปิตาธิปไตยมองว่า เซนดายาดูมีอำนาจมากกว่าทอม ด้วยภาพลักษณ์ร่างกายที่สูงกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกปิตาธิปไตยไม่อาจยอมรับได้อย่างเด็ดขาด ที่อำนาจความเหนือกว่า ความใหญ่กว่า หรือความสูงกว่า ไปตกอยู่ในกำมือของเพศหญิงไม่ใช่เพศชาย ดังนั้นคนเหล่านี้จึงเริ่มปั่นกระแสตั้งคำถามถึง “ความไม่เหมาะสม” ของทั้งคู่ เพื่อกีดกันให้ทอมออกจากพื้นที่ “ความเป็นชายที่แท้จริง” ที่ถูกนิยามขึ้นด้วยระบบปิตาธิปไตย (อาจจะด้วยการล้อเรื่องส่วนสูงหรืออะไรก็แล้วแต่ในช่องคอมเมนต์) และด้อยค่าฝ่ายหญิงไปพร้อมๆ กัน ด้วยวาทกรรมกอปรความรู้สึกที่ดูแสนจะเป็นห่วง (แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่) ที่ว่า “สูงขนาดนี้คงหาแฟนได้ยาก” เพื่อให้เซนดายา หรือผู้หญิงร่างสูงใหญ่คนอื่นๆ ที่พานพบมาเจอกับคอมเมนต์พวกนี้ ต้องนั่งห่อไหล่ หลังค่อม ทำตัวเล็ก ทั้งที่จริงแล้วพวกเธอ และพวกเขาเหล่านั้นควรภาคภูมิใจในร่างกายของตัวเองไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร

     ทั้งหมดนั้นเองคือความเลวร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในวาทกรรม ความคิด และการใช้ชีวิตประจำวันของเราทุกคนที่ยังไม่หายไปไหนสักที อีกทั้งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่หลายคนก็มิอาจรู้สึกสะทกสะท้านได้แม้แต่ชั่ววูบว่า สิ่งนี้กำลังกดทับทุกคนอยู่เช่นเดียวกัน

     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะทิ้งท้ายเอาไว้เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในสังคมนี้ก็คือ “ระเบียบวิธีคิดแบบปิตาธิปไตย” ไม่ได้หมายถึงเพศชาย ทว่าคือชุดความคิดหนึ่งที่ทำงานกดทับมนุษย์เอาไว้ และสร้างความไม่เท่าเทียมให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในสังคม ดังที่ผู้อ่านก็คงเห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่เพศหญิงเท่านั้นที่โดนกดขี่ด้วยระเบียบวิธีคิดดังกล่าว หากเพศชาย(ที่หลายคนคิดทึกทักเอาเองว่าลอยตัวอยู่ในสังคมได้สบาย) ก็ได้รับผลกระทบจากชุดความคิดโลกเก่านี้เช่นกัน

ข้อมูล : TMZ และ Hollywood Reporter

คีย์เวิร์ด: #Zendaya #TomHolland #PatriarchyIssue