FASHION

บทสัมภาษณ์เจาะลึกโปรเจกต์ The Next One วงการบันเทิงไทยต้องการคนแบบไหน...

     กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นสำหรับอีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญของวงการบันเทิงไทยอย่าง รายการ The Next One ปฏิบัติการเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่มาเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวช่องวัน 31 และยังเป็นการจับมือกันครั้งแรกของสองโต้โผแห่งวงการบันเทิงที่กำลังมาแรงอย่าง ช่องวัน 31 และ WeTV ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ของการ “หาจริง ฝึกจริง และได้เล่นละครจริงกับละครช่องวัน 31” ครั้งนี้โว้กจึงไม่พลาดพาทุกคนไปล้วงให้ถึงเบื้องลึก ผ่านบทสัมภาษณ์กับอีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถจากช่อง One 31 อย่าง บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์  ที่มีส่วนร่วมสำคัญในโปรเจกต์ครั้งนี้ ว่าแท้จริงแล้ว วงการบันเทิงไทยต้องการคนแบบไหนกันแน่...

(ซ้าย) ฝน-อิศราวรรณ เจริญเชื้อ และ (ขวา) อาหลี-อัฐริญญา อึ้งศิลป์ศรีกุล ผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย

 

     จุดเริ่มต้นของโครงการเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากอะไร

     “The Next One” ปฏิบัติการเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ ที่ต้องการคนเลือดใหม่ที่มีความมุ่งมั่น เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวช่อง One 31 และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่น้องๆ จะได้เปรียบจากนักแสดงคนอื่นๆ เพราะโครงการณ์นี้ คือการหาจริง ฝึกจริง และได้เล่นละครจริงเลย ตามปกติกว่าที่นักแสดงหน้าใหม่จะได้เล่นละคร อาจจะต้องใช้เวลา 2-3 ปี เลยคิดว่าเป็น Project ที่ดีมากๆ 

 

     ในความคิดของคุณ คิดว่า ระหว่างวัฒนธรรม “แมวมอง” ในสมัยก่อน กับโครงการเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่อย่างในปัจจุบัน มีความแตกต่าง และมีข้อได้เปรียบ และข้อเสียเปรียบต่างกันอย่างไรบ้าง

     มันเป็นการผสมผสานกัน เพราะแมวมอง หานักแสดงเพื่อมานำเสนอช่อง ส่วนช่องก็ตามหานักแสดงเอง ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งทางผู้ผลิตกับแมวมองเอง ก็ยังคงต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันค่ะ เรียกว่าเป็นการเปิดช่องทางในการเป็นดาราให้กว้างมากขึ้นดีกว่า

 

(ซ้าย) อาย-ปรียานัฐ ปะติเต และ (ขวา) ซี-ปรัตถกร คัยนันทน์ ผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย

 

     ภายใต้คอนเซปต์ “หาจริง ฝึกจริง” มีความเข้มข้นมากแค่ไหน

     เข้มข้นตั้งแต่ การเปิดออดิชั่น 4 ภาค ตั้งแต่เดือนสิงหาเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ผู้เข้ารอบ 20 คนท้าย และ 12 คน ตามลำดับ  ซึ่งคณะกรรมการที่คัดเลือกคือ พี่บอย-ถกลเกียรติ และ พี่ป้อน-นิพนธ์ มีตัวพี่เอง (บี-น้ำทิพย์ นักแสดงและนางแบบ) พี่เกล้า-น้ำพราว ผู้จัดการศิลปิน โดยได้ครูฝึกมืออาชีพอย่าง ครูบิว-อรพรรณ ครูสอนการแสดง ซึ่งที่เข้มข้นมากๆ คือการที่น้องๆ ที่เข้ามาต้องฝึกฝนเพื่อเป็นนักแสดงให้ได้ภายใน 3 เดือน เพื่อลงถ่ายละครจริง และต้องประชันบทบาทกับดารารุ่นใหญ่ ซึ่งถ้าถึงเวลาจริงๆ แล้วทำไม่ได้ ก็คงไม่ได้เล่นเป็นตัวเด่น ซึ่งไม่ใช่ว่าเข้ามาได้แล้วจบนะคะ ต้องฝึกฝนและติวเข้มกันมากกว่าเดิม

 

     ขั้นตอนกว่าที่คนๆ หนึ่งจะสามารถผ่านด่านต่างๆ ไปจนสามารถเป็น “นักแสดงตัวจริง” ได้นั้น ต้องผ่านอะไรบ้าง

     วงการบันเทิงเป็นวงการ ที่ขับเคลื่อนด้วยคน ที่ไม่เคยหยุดนิ่งไม่ว่าจะเบื้องหน้า หรือเบื้องหลัง และด้วยทุกวันนี้โลกหมุนเร็วขึ้น ยุคสมัยเปลี่ยนเร็วขึ้น ความนิยมชมชอบคนเปลี่ยน แนวคิดใหม่ๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน เรามีซุปเปอร์สตาร์เก่งๆ มีคุณภาพ ที่ยังคงโลดแล่นเป็นดาวค้างฟ้าอยู่ในวงการ แต่ในขณะที่อีกส่วนนึงของผู้ชมก็อยากดูนักแสดงหน้าใหม่ๆ เราเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องหาคนใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา แต่การจะเป็ฯนักแสดงตัวจริงนั้น คือการทำอย่างไรให้อยู่และเป็นที่ยอมรับจากผู้ชมทางบ้านให้ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่การแสดงที่ดี แต่เป็นการวางตัว และการเป็ฯตัวอย่างที่ดีของสังคม

     

     ขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ (ทั้งการแต่งหน้า, สไตลิ่ง และบุคลิกภาพ) ของคนๆ หนึ่งให้กลายเป็นนักแสดงตัวจริงได้นั้น มีความยากง่ายอย่างไร

     การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของนักแสดงนั้นเราอาจจะเปลี่ยนได้ง่ายๆอยู่ 2 แบบด้วยกัน แบบแรกคือภาพลักษณ์ภายนอก คือการดูแลตัวเองตั้งแต่ การแต่งหน้า ทำผม ชุดที่ใส่ นักแสดงทุกคนต้องดูแลและเอาใจใส่เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ และอีกแบบหนึ่งก็คือ เราจะดูที่พื้นฐาน บุคลิกของแต่ละคนเป็นหลักก่อน ว่าเป็นอย่างไร แล้วบทบาทที่เค้าได้รับในแต่ละครั้งออกมาเป็นอย่างไร ส่วนไหนของตัวเค้าที่สามารถดึงนำมาใช้ในการแสดงได้บ้าง หรือส่วนไหนที่ยังขาดอยู่เราก็มีการปรับ การเติมเข้าไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือต้องจริงใจกับคนดูและเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

(ซ้าย) กาน-กิดากาน รัชกิจประการ และ (ขวา) บี-เสถียรพงษ์ ชมภูพลอย ผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย

 

     วงการบันเทิงในทศวรรษใหม่ 2020 กำลังมองหานักแสดงแบบไหน

     ความสวยหล่อ สูง ขาว หุ่นดีคงไม่พอสำหรับสมัยนี้  เพราะเดี๋ยวนี้สื่อมีหลายช่องทางให้เข้าถึง คนที่จะเป็นนักแสดงยุคนี้ หาคนนอกจากจะมีความสามารถ ต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง มีทัศนคติที่ดี และจริงใจกับคนดู

 

     การมีความสามารถรอบด้าน หรือ การมีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งไปเลยแบบเจาะลึก แบบไหนเป็นสิ่งสำคัญมากกว่ากันในวงการบันเทิงไทยยุคนี้

     ต้องมีทั้ง 2 แบบ เพราะเดี๋ยวนี้คู่แข่งมากมายเหลือเกิน ความรู้รอบด้านก็จำเป็น แต่ก็ต้องเข้าใจในการแสดงอย่างถ่องแท้ด้วยเหมือนกัน เพราะเราต้องทำให้คนดูอินไปกับตัวละคร

 

     คิดว่าในปี 2020 นี้รายการเฟ้นหานักแสดงจะยังเป็นที่นิยม และยังจำเป็นอยู่หรือไม่

     เราไม่ได้มองว่าจะเป็นที่นิยมหรือไม่ แต่มันคือการเปิดโอกาสให้คนที่อยากเป็นนักแสดง ได้มีโอกาสนั้นๆ 

(ซ้าย) เพิร์ล-ศัจกร ฉลาด และ (ขวา) ณัฐ-พศุฑย์ พงศ์พศุตม์ ผู้เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย

 

     สิ่งที่ไม่คาดฝัน และความพิเศษที่คนดูจะได้เห็นจากรายการนี้คืออะไรบ้าง

     อย่างที่บอก หาจริง ฝึกจริง และได้เล่นละครจริง  กับนักแสดงที่คร่ำหวอดในวงการ แค่นี้ก็พิเศษมากๆ กับโอกาสแบบนี้ของนักแสดงรุ่นใหม่ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ในวงการนี้

 

     ฝากถึงรายการ THE NEXT ONE ปฎิบัติการเฟ้นหา "นักแสดงหน้าใหม่"

     The Next One คือการหยิบยื่นโอกาศนี้ให้กับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นนักแสดง แต่การเป็นนักแสดงไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวรายการเองจะเป็นเหมือนรายการที่สะท้อนให้คนที่อยากเป็นนักแสดงเข้าใจว่า กว่าจะเป็นดาวนั้น ไม่ได้สวยงามเสมอไป และทำให้เห็นว่า ความฝันที่จะเป็นนักแสดง แค่สวย หล่อ ยังไม่พอ แต่ต้องมุ่งมั่นตั้งใจ และให้เกียรติอาชีพ นักแสดงด้วย

 

     สามารถติดตามความเข้มข้นของการเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่จากรายการ The Next One ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22:00 น. ทางช่อง One 31...

คีย์เวิร์ด: #TheNextOne31