FASHION

โว้กพาไปเจาะเบื้องลึกความสำคัญหลัง 20 ปี การจากไปของดีไซเนอร์ผู้เป็นตำนาน

จากฉากฟินาเล่ที่เรียกยอดแชร์ได้มากมาย มาสู่ซีรี่ส์ที่ทุกคนคาดหวัง Versace กลับมาอยู่ในสปอตไลต์ได้อย่างถูกช่วงเวลาและสถานการณ์โดยแท้

 ชุด Golden chain อันโด่งดังที่ถูกนำ กลับมาสร้างสรรค์ ใหม่ในปีนี้

ไม่ว่ามันจะจงใจหรือบังเอิญก็ตาม การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของแบรนด์ Versace ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการใช้สีสันบนลวดลายสะดุดตาที่มาพร้อมกับโครงเสื้อเย้ายวนเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความเป็นผู้หญิงกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในปีแห่งการครบรอบ 20 ปีหลังการจากไปของดีไซเนอร์ผู้เป็นตำนาน Gianni Versace สอดคล้องกับหลากเหตุการณ์ที่ดูเชื่อมโยงต่อเนื่องกันราวกับนัดหมายมาล่วงหน้า โว้กอาสาพาไปเจาะเบื้องลึกเบื้องหลังของความสำคัญและที่มาที่ไป



Gianni Versace และนางแบบในชุด เดรสเข็มกลัด อันโด่งดัง

“ข่าวลือก็คือข่าวลือ นี่มันไม่ใช่โชว์สุดท้ายของฉัน ฉันไม่ได้จะไปจากแบรนด์แน่นอน” Donatella Versace ดีไซเนอร์สาวผู้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเวอร์ซาเช่ในวันนี้บอกกับทุกคนด้วยภาษาอังกฤษติดสำเนียงอิตาลีฟังยากถึงข่าวคราวต่างๆ ที่กำลังเผ็ดร้อนได้ที่เกี่ยวกับระลอกใหม่ของเกมเก้าอี้ดนตรีในหมู่ดีไซเนอร์ซึ่งเริ่มต้นขึ้นมากว่า 2 ปี หนึ่งในชนวนเหตุสำคัญของเกมจากลาและวาระว่างงานของบรรดาดีไซเนอร์ฝีมือดีทั้งหลายนำทีมโดย Riccardo Tisci เพื่อนสนิทรุ่นน้องของเธอเองผู้กลายมาเป็นตัวเต็งลำดับแรกของข่าวลือดังกล่าว ไม่นับรวม Virgil Abloh, Kim Jones และบรรดาเด็กสร้างในสังกัดที่เธอเคยปลุกปั้นมา ให้ช่วยงานที่บัดนี้เติบใหญ่ได้ดีในวงการทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ เป็น Christopher Kane, Jonathan Anderson, Anthony Vaccarello จนถึงล่าสุด Michael Halpern ซึ่งเธอดึงมาช่วย งานโอตกูตูร์ครั้งที่ผ่านมา “ฉันชื่นชอบไมเคิลอยู่แล้ว มักจะ บอกกับพวกเขาเหล่านี้เสมอว่าให้โชว์ความเป็นเวอร์ซาเช่ ให้ฉันดูผ่านทางสายตาของพวกคุณหน่อย ฉันเองกลับชอบที่จะอยู่กับคนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเวอร์ซาเช่มาก่อน เพื่อจะได้เห็นมันอย่างที่พวกเขาเห็น”

เธอเองก็เคยต้องมองความเป็นเวอร์ซาเช่แบบ “คน นอก” มาก่อน เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นของพี่ชาย เธอ แต่ดีไซเนอร์สาวใหญ่รายนี้แทบจะไม่ต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับการทำงานแฟชั่นในระดับลึกและจริงจังมาก่อน สิ่งเดียวที่เธอทำเมื่อ 20 ปีที่แล้วก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 1997 คือการเป็นเพียงมิวส์ให้กับจิอานนี่และเป็นแรง-บันดาลใจตั้งแต่ยังเล็กให้กับพี่ชายของเธอเท่านั้น “ฉันเหมือนตุ๊กตานะ แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทที่ถูกเขาจับแต่งตัวเปรี้ยวๆ ออกไปผับตั้งแต่อายุ 11 เราเป็นแก๊งที่มี Santo พี่ชายคนโตผู้แสนใจเย็นกับจิอานนี่จอมขบถและตัวฉันผู้สมรู้ร่วมคิด มันเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของฉันเลยแหละ” เธอเล่าถึงช่วงเวลาแสนสุขก่อนที่ Andrew Cunanan จะปรากฏกายขึ้นในฐานะมือสังหารผู้พรากเอาความสนุกของเธอไปในเช้าวันหนึ่งของฤดูร้อนที่หาดไมแอมีตรง หน้าแมนชั่นของผู้เป็นพี่ชาย และนั่นทำให้เธอต้องก้าวขึ้นจากการเป็นเพียงผู้สมคบคิดมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ควบตำแหน่งรองประธานของแบรนด์ดังจากอิตาลีที่จวบจนบัดนี้มีมูลค่าซื้อขายต่อปีมากกว่า 600 ล้านยูโร



Gianni Versace และ Donatella Versace ที่ ออกมาช่วง ฟินาเล่ร่วมกัน ไม่บ่อยครั้ง นักในอดีต

สาวร่างเล็กที่บอกว่าตัวเธอทั้งไม่สวย ไม่สูง เลยต้องทำผมสีบลอนด์และใส่ส้นสูงอยู่ตลอดเวลาผู้นี้ใช้กาล- เวลาพิสูจน์ตัวจนมาถึงตอนนี้ให้เราประจักษ์ชัดถึงบทบาท ลึกล้ำซึ่งมากกว่าการเป็นเพียงมิวส์ของพี่ชายที่อยากสวยอยู่แค่หลังฉาก “ความแตกต่างระหว่างจิอานนี่กับฉันคือฉันรักความเป็นหญิงและคิดว่าเสื้อผ้าคืออาวุธที่ดีในการจะบอกว่า ‘ฉันอยู่ตรงนี้นะ มองมาที่ฉันสิ’...สำหรับฉัน มันไม่ใช่แค่มองฉันเพราะฉันสวยเท่านั้นนะ แต่อยากให้มองมาที่ฉันเพราะฉันมีบางอย่างจะบอกด้วย สมัยเริ่มทำงานใหม่ๆ ฉันต้องทำชุดราตรีมากกว่า 12 แบบในคอลเล็กชั่นเดียว เดี๋ยวนี้น่าจะเหลือไม่กี่ชุดเท่านั้น”

ภาพจากซีรี่ส์ The Assassination of Gianni Versace

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่กับงานล่าสุดประจำซัมเมอร์นี้แน่เมื่อทุกอย่างกำลังวนกลับมายังความเป็นเวอร์ซาเช่ที่ ยิ่งใหญ่ อาจเพราะเป็นปีครบรอบ 2 ทศวรรษแห่งการจาก ไปของดีไซเนอร์ผู้พี่ผู้เป็นตำนาน แทบทั้งวงการจึงต่างพากันมองย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นและถวิลหาคำอธิบายในแง่มุมนานาของสไตล์ที่พวกเขาเคยรักและหลงใหล มาแสนนาน ไล่ตั้งแต่วงการบันเทิงซึ่งเพิ่งส่ง The Assas- sination of Gianni Versace: American Crime Story ตอนใหม่ที่ได้นักแสดงสาว Penélope Cruz มารับบท โดนาเทลล่า และ Édgar Ramirez ในบทจิอานนี่ ซึ่งแม้ว่าท้ายสุดแล้วจะ ได้รับคำวิจารณ์ในเชิง ลบว่ายังไม่สามารถถ่าย- ทอดความเป็นเวอร์ซาเช่ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รอบด้าน แถมยังโดนเหล่า คนใกล้ชิดออกมาต่อว่าถึงการบิดเบือนเนื้อหาในหลายฉากหลายตอน แต่กลับสามารถสร้างพลังฮือฮาน่าสนใจได้ในระดับหนึ่ง ไม่เพียง แค่นั้น เว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดัง Farfetch ยังนำ ชุดวินเทจฝีมือการออกแบบดั้งเดิมของจิอานนี่จากการ รวบรวมของ William Vintage กว่า 500 ชิ้นออกจำหน่ายให้นักสะสมได้ตามซื้อเก็บกันจ้าละหวั่น แต่หากคุณพลาดการช็อปปิ้งออนไลน์เพื่อตามหาชุดวินเทจดังกล่าว ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะซัมเมอร์นี้ทุกอย่างที่สะท้อนแนว คิดออริจินัลของจิอานนี่กำลังกลับมาตีคืนพื้นที่ในวงการแฟชั่น...ด้วยมุมมองใหม่ของดีไซเนอร์สาวใหญ่ผู้น้อง

สีสันสดใสในแคมเปญโฆษณาของ Versace ในช่วงยุค 1990

“ปีที่ผ่านมาฉันได้เห็นการรำลึกถึงจิอานนี่ เวอร์ซาเช่ในหลากหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยกล้าพอที่จะทำอะไรกับเขาบ้าง เพราะกลัวทุกครั้งเวลาต้องกลับไปจับต้องงานออกแบบของเขา กลัวจะโดนวิจารณ์แหลกว่า ‘หล่อนน่ะ ไม่ใช่จิอานนี่ กล้าดีอย่างไรรึ ซึ่งถ้าโดนอย่างนั้นฉันคงรู้สึกแย่มากแน่ๆ ว่ากันตามจริงฉันก็รู้สึกแบบนั้นมาสักพัก แล้วนะ แต่ยังคิดว่าตัวเองรับรู้และอยู่ตรงนั้นมาตลอด เด็กสาวหลายคนอย่าง Kendall (Jenner) และ Gigi (Hadid) ชอบมาถามว่าตอนนั้นมันเป็นอย่างไรเหรอ ก็เราต่างรู้ว่าเขาตายไปก่อนจะมีโซเชียลมีเดียด้วยซ้ำ” ดีไซเนอร์สาววัย 62 ปีเล่าถึงสาเหตุที่เธอตัดสินใจทำ คอลเล็กชั่นประจำร้อนนี้เพื่ออุทิศให้กับงานออกแบบ แสนอัจฉริยะของพี่ชาย

 ชุดพิิมพ์ลาย อันเป็นเอกลักษณ์ กลับมาพร้อมกับเครื่องประดับรูป หัวเมดูซ่า สัญลักษณ์ สำคัญของ Versace ที่กลายมาเป็นตัวแทนแฟชั่น แห่งยุค 1990

เริ่มต้นจากการที่เธอไปค้นดูงานเก่าเก็บในโรงงานเก่าบนเนื้อที่ 10,760 ตารางฟุตในโนวาราซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกของมิลาน ที่นั่นเก็บงานโบราณกว่า 13,000 ชิ้นที่ออกแบบโดยจิอานนี่ก่อนจะได้มาซึ่งงานใหม่ที่หยิบเอาลายพิมพ์ผ้าคลาสสิก 12 ลายที่พี่ชาย ของเธอทำขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1991-1997 มาสร้างสรรค์เป็นลุคใหม่ ทั้งลาย Andy Warhol ซึ่งปรากฏหน้า Marilyn Monroe กับ James Dean, ลาย Animalière หรือลายเสือดาว, ลายบาโร้ก รวมถึงลายโว้ก โดยทำออกมาเป็นชุดเดย์แวร์ เน้นช่วงไหล่ และไม่เซ็กซี่ด้วยรอยผ่าเว้าสูงแบบที่เคยฮิตกันในอดีต แต่ใช้โครงชุดในแบบที่โดนาเทลล่าชอบเสียมากกว่า

 ฉากฟินาเล่ สุดตราตรึง ประจำคอลเล็กชั่น ซัมเมอร์ 2018 โดย 5 ซูเปอร์โมเดลในตำนาน

 ไม่ใช่แค่ลายพิมพ์เก่าเท่านั้นที่ปรากฏในโชว์นี้ ไฮ-ไลต์เด็ดที่สร้างความฮือฮาและเรียกน้ำตาแห่งความประทับใจมาถึงพร้อมช่วงฟินาเล่ เมื่อดีไซเนอร์สาวขอควงสุดยอดนางแบบจากยุค1990 ผู้เคยร่วมถ่ายทอดความงดงามตามแบบฉบับ Glamazon ออกมา #เดินให้เด็กมันดู ประกอบไปด้วย Cindy Crawford, Claudia Schiffer, Helena Christensen, Naomi Campbell และ Carla Bruni ชวนให้ผู้ชมนึกถึงฉากที่สาวๆ เดินร้องเพลง Freedom เพลงดังของ George Michael บนรันเวย์ใน ปี 1991 ก่อนจะตามมาด้วยแคมเปญโฆษณาในปี 1994 ที่ทุกคนสวมชุดกระโปรงโซ่ทองสไตล์เดียวกันนี้ เพื่อถ่ายแคมเปญฝีมือ Richard Avedon “สำหรับฉัน นี่คือการเฉลิมฉลองให้กับพี่ชายของฉัน มันคือโอกาสที่ จะได้ทำบางสิ่งที่สนุกและมีชีวิตชีวา เพื่อสร้างความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องการอย่างมากในตอนนี้” 

 
เหล่าซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวู้ดในชุดดำที่งานลูกโลกทองคำครั้งล่าสุด

อย่างไรก็ตาม สีสันฉูดฉาดและพลังเซ็กซี่ในแบบเวอร์ซาเช่กลับไม่ใช่สิ่งที่คุณจะพบเห็นง่ายๆ ในช่วงงานพรมแดงเหมือนเช่นที่ชาวทศวรรษก่อนหน้าเคยชินตา กับ “That pin dress” หรือ “That print dress” ที่ทั้ง Eli- zabeth Hurley และ J.Lo อาศัยใช้สร้างความฮือฮาบน งานพรมแดงมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ปรากฏคือทุกอย่างบนงานพรมแดงปีนี้สวนทางอย่างสิ้นเชิง เริ่มตั้งแต่ที่ งาน Golden Globes ซึ่งสีดำคือเดรสโค้ดหลักของงาน โดยเหล่าดาราดังเป็นผู้นำทีมริเริ่มและรณรงค์ให้สาวๆ ทุกคนสวมใส่โดยพร้อมเพรียงกันพร้อมกับติดเข็มกลัด Time’s Up (และแฮชแท็ก #MeToo) เพื่อสนับสนุนโครงการรณรงค์หยุดยั้งความรุนแรงและล่วงละเมิดทาง เพศกับสตรี ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกตั้งแต่ช่วง ปลายปีที่แล้ว ก่อนจะตามติดมาด้วยงานประกาศผล รางวัล Grammy กับเทรนด์ดอกกุหลาบสีขาวที่นักร้อง ทุกคนถูกขอให้นำติดตัวมาเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในการ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง รวมถึง Pussy Hat หมวกไหมพรม สีชมพูอันโด่งดังที่ปีนี้กลับมาอีกครั้งกับ Women’s March ซึ่งจัดใหญ่กว่าเดิมและกระจายตัวออกไปทั่วทุกมุมโลก แถมขยายประเด็นเรียกร้องมากกว่าเรื่องของการต่อต้านประธานาธิบดี Donald Trump ผู้ยัง คงใช้ทวิตเตอร์เป็นแหล่งสร้างความเข้าใจผิดอยู่เสมอในทุกช่วงโอกาส

“Women’s March ที่เกิดขึ้นนี้น่าสะเทือนใจและทำเอาฉันเต็มตื้น” โดนาเทลล่ากล่าวถึงสิ่งที่เธอเห็น “มันไม่ใช่แบบที่เกิดขึ้นในยุค 1970 ที่สาวๆ เดินโนบรา ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ นี่คือการเคลื่อนไหวแบบเฟมินิสต์ ที่แท้จริง ทั่วทั้งโลกกำลังวิตกกับประธานาธิบดีคนนี้ แต่จะเป็นใครกันเล่าที่ออกมาเดินเคลื่อนไหวถ้าไม่ใช่ ผู้หญิง! คุณเห็นไหมว่าผู้หญิง ต่างหากที่กล้าหาญ! แต่นั่นก็ยัง ไม่ดีพอหรอก พวกเราต้องการผู้- หญิงในแวดวงการเมือง ผู้หญิงที่ เป็นผู้บริหารระดับสูง และผู้หญิง ที่เป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต มากกว่านี้...แค่นี้มันยังไม่พอ!” และแน่นอนว่าเรายังต้องการเธอ โดนาเทลล่า เวอร์ซาเช่ “ใคร จะมาแทนที่ฉันได้ล่ะ ไม่มีทาง” ดีไซเนอร์สาวหัวเฟมินิสต์ยืนยัน “พวกเขาจะหาผู้หญิงผมบลอนด์ ทรงเสน่ห์อย่างฉันได้อีกจากที่ ไหนกัน ไม่มีใครเข้ามาแทนที่ฉันได้ทั้งนั้น” Viva Versace! มานิตย์ มณีพันธกุล