FASHION

ย้อนรอย Surrealist Ball 1972 งานกาล่าสุดเซอร์เรียลในตำนานที่อลังการยิ่งกว่านิยาย!

เนื้อหาสำคัญ

  • ความพิเศษของ Surrealist Ball งานเลี้ยงฉลองที่ยังคงถูกพูดถึงจวบจนปัจจุบัน
  • แง่มุมแบบเจาะลึกทั้งบัตรเชิญ เดรสโค้ด ไปจนถึงบรรยากาศภายในงานซึ่งคำว่า “เพี้ยน” อาจจะอธิบายได้ไม่ครอบคลุม
  • ไอเท็มแต่ละชิ้นกลายเป็นต้นแบบของธีมงานเลี้ยงฉลองแบบฉบับเหนือจริง
  • ยอดคฤหาสน์ ยอดสตรี และยอดสามี 3 สิ่งประกอบรวมกันสร้างสรรค์งานที่โลกไม่มีวันลืม

________________________________________________

 

     ความยิ่งใหญ่ของวงศ์ตระกูลนำมาซึ่งงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ตามขึ้นไป แต่ยิ่งพิเศษมากเท่าไหร่งานกาล่าธรรมดาๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์พวกเขาและเธออีกต่อไป ความหรูหราขั้นสุดกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้นงานเลี้ยงของเหล่าดาราและผู้คนชนชั้นสูงในสมัยก่อนจึงจัดงานชนิดที่ว่าอลังการที่สุด แปลกประหลาดที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด มูลค่ามหาศาลที่สุด และอีกหลายความที่สุด ทั้งหมดนี้จึงเกิดเป็นงานสุดยิ่งใหญ่นามว่า “Surrealist Ball” หรืองานกาล่าแห่งความเซอร์เรียลนั่นเอง วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนไปพบกับสุดยอดแห่งงานปาร์ตี้ที่เป็นประวัติศาสตร์แห่งความเซอร์เรียลในโลกแฟชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความอลังการในปี 1972

Marie Hélène de Rothschild สตรีผู้ริเริ่มงาน Surrealist Ball / ภาพ: Princess Coco

     ปาร์ตี้อะไรกันที่สามารถเชิญแขกอย่าง Audrey Hepburn มาสวมหมวกกรงนกในงานได้คำตอบคือ “Surrealist Ball” แล้วใครกันที่เป็นผู้ริเริ่มงานสุดยิ่งใหญ่ที่ถูกพูดถึงจนทุกวันนี้ คำตอบคือตระกูล Rothschild คำเชิญจาก Marie Hélène de Rothschild คือเครื่องหมายการันตีสถานะทางสังคมว่าคุณคือคนสำคัญและอยู่ในระดับชั้นอันถือว่าเป็นสังคมสูงสุดของฝรั่งเศส ดีไม่ดีคือของโลกเลยด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่าจะรองรับงานยักษ์ใหญ่เช่นนี้ทุกอย่างจะต้องยิ่งใหญ่และสุดยอดตามสเกล

Château de Ferrières วันงาน Surrealist Ball ที่ถูกสาดไฟส่อง ให้อารมณ์ทั้งสวยงามและน่าพิศวงไปพร้อมๆ กัน / ภาพ: LOWLOT

     คฤหาสน์หลังโต Château de Ferrières คือสถานที่รองรับแขกระดับซูเปอร์เอลิสต์จำนวนมาก ซึ่งความยิ่งใหญ่และมีกลิ่นอายความเก่าแก่แบบฝรั่งเศสถูกตกแต่งด้วยแสงไฟที่ถูกจัดตั้งให้สาดส่องไปยังตัวคฤหาสน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนฟะซาดหรือส่วนด้านหนาอาคาร แสงสว่างเช่นนี้จะกลายเป็นแรงดึงดูดให้รถหรูมากมายขับเข้าสู่จุดหมายโดยที่มีความมืดมิดรายล้อมอยู่รอบๆ ยิ่งมืดแสงไฟสะท้อนจากตัวสถาปัตยกรรมก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ และเทคนิคการสะกดตาเหล่านี้ก็การันตีได้ว่ามันต้องน่าสนใจจนใครก็ต้องขวนขวายเพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ณ ชาโตแห่งนี้

Mayer Amschel Rothschild ต้นตระกูล Rothschild / ภาพ: FamousPeople

     “สามีที่ดีต้องหนุนหลังภรรยาเสมอ” วลีนิยามนี้คงจะง่ายมากสำหรับ Guy de Rothschild เจ้าของชาโตอันหรูหรา เขายินดีจะให้ใช้พื้นที่ชาโตสุดหรูได้อย่างเต็มที่ หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่าตระกูลรอธส์ไชลด์เป็นใครกัน เราจะเท้าความย้อนกลับไปแบบรวบรัด พวกเขาคือผู้มีอำนาจปกครองถือเป็นชนชั้นสูงในฝรั่งเศสและยุโรปหลายประเทศ ความเก่งกาจทางด้านการเงินมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ทำให้ตระกูลร่ำรวยและสามารถดำรงความเป็นชนชั้นสูงของสังคมตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบันได้อย่างไม่มีสั่นคลอน

ภาพถ่ายมุมสูงของ Mentmore Towers / ภาพ: ResearchGate

     ถามว่างานนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน ตอบว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสก็ไม่ผิดนัก เพราะชาโตจัดงานถือว่าใหญ่สุดในยุโรป เหล่าญาติตระกูลนี้ประทับใจอาคาร Mentmore ในประเทศอังกฤษ บรรพบุรุษผู้เริ่มสร้างจึงบอก Joseph Paxton สถาปนิกด้วยคำง่ายๆ ว่า “เอาเหมือน Mentmore แต่ใหญ่กว่าเป็นเท่าตัว” แค่นี้ก็การันตีได้แล้วว่าความยิ่งใหญ่ของงานจะขนาดไหน งานนี้จึงไม่ใช่งานปาร์ตี้สุดหรูในแบบที่ใครจะจินตนาการได้ ความผิดเพี้ยนของเหล่า “ไฮโซฝรั่งเศส” จึงเป็นเรื่องที่น่าจดจำ ขำขัน ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่พลาดจะจรดปากกาเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์หน้านี้

บัตรเชิญงาน Surrealist Ball ที่ต้องส่องกระจกเพื่ออ่านเท่านั้น / ภาพ: LOWLOT

     เราเริ่มความพิเศษกันที่บัตรเชิญกันก่อน ธีมงานถูกระบุว่าเป็น “Black Tie” หรือถ้าจะให้เห็นภาพอารมณ์จะคล้ายงานกาล่าซึ่งสุภาพบุรุษจะสวมทักซิโด้ ส่วนสุภาพสตรีจะสวมชุดเดรสยาวมาพร้อมเครื่องประดับแบบจัดเต็ม แต่ความพิเศษของเดรสโค้ดไม่ได้อยู่ที่ “Black Tie” อย่างเดียว เพราะแท้จริงแล้วบัตรเชิญระบุว่า “black tie, long dresses & surrealist heads” เน้นตรงคำหลังสุดเพราะนี่คือความสุดขั้วที่ทำให้งานถูกเล่าขานจนถึงทุกวันนี้ และตระกูลรอธส์ไชลด์เชิญทั้งทีบัตรเชิญไม่มีคำว่าธรรมดา ข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดถูกพิมพ์กลับหลังลงบนการ์ดอย่างประณีต มีการเติมลวดลายเพื่อสีสัน ทางเดียวที่จะอ่านคำเชิญของบ้านรอธส์ไชลด์ได้คือนำบัตรนั้นไปส่องกระจก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะของ René Magritte งานยังไม่ทันเริ่มก็สนุกแล้ว!

จานอาหารที่ถูกตกแต่งด้วยขนเฟอร์ / ภาพ: Courtesy of Rothschild

     พอถึงวันจริงรถหรูจำนวนมากค่อยๆ พาแขกมาส่ง ณ ลานต้อนรับด้านหน้าบริเวณชาโต หลังจากนั้นแขกก็เริ่มทะยอยเข้าสู่งานปาร์ตี้ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนต้องโดดเด่นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนศีรษะที่เดรสโค้ดระบุไว้ชัดเจนว่าต้อง “เซอร์เรียล” แต่เรายังจะไม่ไปเจาะลึกเกี่ยวกับเสื้อผ้าของแขกกันมากเท่าไหร่นัก ณ ตอนนี้เราจะโฟกัสเกี่ยวกับเนื้องานกันก่อน งานเลี้ยงระดับนี้ต้องมีมื้ออาหารค่ำอันเลิศหรู แต่ทว่าคำว่าหรูหรามาพร้อมสุดขั้วเสมอในแนวคิดของรอธส์ไชลด์ โต๊ะรับประทานอาหารเต็มไปด้วยสิ่งของแปลกตา จานถูกหุ้มด้วยขนสัตว์ โต๊ะถูกประดับด้วยเต่าสตาฟ แค่โต๊ะอาหารก็ประเมินมูลค่ากันแทบไม่ไหว นอกจากความอู้ฟู่ของการตกแต่งแล้ว งานครั้งนี้ยังมีกลิ่นอายความเซอร์เรียลที่น่าขนลุกอยู่ไม่น้อย

บริกร 2 คนถ่ายภาพร่วมกับหุ่นจำลองสำหรับเสิร์ฟอาหารในงาน / ภาพ: Courtesy of Legendary Parties by Prince Jean-Louis De Faucigny-Lucinge

     โต๊ะเต็มไปด้วยผู้คนที่มากับลุคแปลกตาเมื่อถึงเวลาอาหาร แต่ที่แปลกไม่แพ้กันคือการเสิร์ฟอาหารของเหล่าบริกร ชุดบริกรเป็นทักซิโด้เต็มยศพร้อมหมวกทรงสูงและติดประดับดอกกุหลาบที่หน้าอกอาจจะดูธรรมดา แต่อุปกรณ์การเสิร์ฟไม่ธรรมดา อาหารจะถูกจัดวางลงบนหุ่นจำลองที่วางอยู่บนเตียงตกแต่งดอกกุหลาบอีกทีหนึ่ง งานนี้ผู้ร่วมงานจะได้ลิ้มรสอาหารในแบบปาร์ตี้ของตระกูลรอธส์ไชลด์ และแน่นอนว่าน้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์นี้

Guy และ Marie Hélène de Rothschild ในลุคธีม Black Tie กับเครื่องประดับศีรษะสุดเซอร์เรียล / ภาพ: Courtesy of Rothschild

     ความน่าสนใจในช่วงเวลาอาหารผ่านพ้นไป ชุดของแต่ละคนก็จะยิ่งถูกพูดถึงเพราะมันช่างโดดเด่นเสียเหลือเกิน แต่จะพูดถึงชุดแล้วขาดเจ้าของงานไปไม่ได้ มารี เฮเลเน่มาในลุคชุดเดรสยาวสีฟ้าเพิ่มดีเทลด้วยการจับระบายตรงช่วงปลายแขนและชายกระโปรงที่มีความยาวจรดพื้นพอดี แต่ที่ขาดไม่ได้คือเครื่องประดับศีรษะแบบเซอร์เรียล หัวกวางขนาดใหญ่ประดับเพชรคือไอเท็มชิ้นเด็ดที่มารีสวมใส่ในงานวันนั้น ถือเป็นการตั้งมาตรฐานให้กับคนทั้งงานว่าธีมเซอร์เรียลนั้นต้องออกมาประมาณไหน

Audrey Hepburn กับลุคเฮดเดรสกรงนกที่ตราตรึงสายตาทุกคู่ที่พบเห็น / ภาพ: MessyNessyChic

     นักแสดงสาวเจ้าเสน่ห์ผู้สร้างนิยามความเรียบหรูแต่ซ่อนด้วยจริตแบบหญิงสาวอย่างออเดรย์ เฮปเบิร์นก็ร่วมงานนี้ชนิดจัดเต็มไม่แพ้กัน กรงนกสวมหัวกับชุดสีแดงสดกลายเป็นอีกหนึ่งลุคอันน่าจดจำของงานปาร์ตี้ธีมเซอร์เรียล แม้งานนี้ออเดรย์จะเข้าร่วมตั้งแต่เมื่อประมาณเกือบ 50 ปีก่อนแต่ความเหนือจริงของเครื่องประดับศีรษะอย่างเช่นกรงนกยังคงส่งอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อมีปาร์ตี้เซอร์เรียลหรือฉลองวันปล่อยผี กรงนกก็เป็นไอเท็มอีกชิ้นที่ดูน่าสนใจอยู่ตลอด



1 / 6

Baron Alexis de Redé สวมใส่หน้ากากหลายหน้าฝีมือการออกแบบของ Salvador Dalí / ภาพ: Virgilantcitizen




2 / 6

Hélène Rochas กับเฮดเดรสเครื่องเล่นแผ่นเสียง / ภาพ: Kids of Dada




3 / 6

ลุคสุดตราตรึงกับการใช้เทคนิคคอลลาจหน้าโมนาลิซ่าออกมาเป็นเฮดเดรส / ภาพ: Courtesy of Rothschild




4 / 6

Marisa Berenson กับลุคจากภาพยนตร์เรื่อง Eyes Wide Shut / ภาพ: Dejan Jovanovski




5 / 6

กลุ่มแขกที่จัดเต็มเรื่องเครื่องประดับศีรษะ / ภาพ: Dangerous Minds




6 / 6

การเพนต์หน้าเป็นบัตรเชิญและเครื่องประดับเน้นรายละเอียดพื้นผิวกับสีก็ดูน่าสนใจ / ภาพ: AnOther


     นอกจากความสนุกในการหยิบจับความบ้าบอมาสวมบนศีรษะของเจ้าของงาน แขกคนอื่นก็ขนความเพี้ยนแบบหรูหรามาอวดโฉมเช่นเดียวกัน ชุดราตรีและทักซิโด้คุณภาพเยี่ยมที่สุด เนื้อผ้าแพงที่สุด ต้องมาอยู่กับสิ่งตรงกันข้ามกับสัญลักษณ์ของความอนุรักษ์นิยมอย่างเครื่องประดับศีรษะในงานนี้ ความแพงมาพร้อมกับความเรียบหรูก็จริง แต่ความสนุกในแบบฉบับของเหล่ามหาเศรษฐีก็ต้องมีช่องทางในการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่ต่างออกไป ใครจะรู้บางครั้งผู้คนที่อยู่ในสภาพความเพอร์เฟกต์มาตลอดอาจจะเฝ้ารอช่วงเวลานี้อยู่เหมือนกัน

เครื่องเพชรรูปกิ้งก่าจาก Cartier ของ Jacqueline Delubac ซึ่งเธอมาในลุคคาบแอปเปิ้ลซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพ The Son of Man ของ René Magritte / ภาพ: So Bad So Good

     นอกจากเรื่องชุดและเครื่องประดับศีรษะ จิวเวลรีเองก็เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจในงานครั้งนี้ เหล่าแขกผู้ร่วมงานหยิบเอาจิวเวลรีชิ้นเด็ดและแปลกตามาเสริมให้ลุคยิ่งทวีความพิเศษขึ้นไปอีกระดับ งานนี้แบรนด์จิวเวลรีเองก็มีโอกาสเฉิดฉายได้อย่างเต็มที่ เช่น Cartier มี Jacqueline Delubac นักแสดงละครเวทีสุดโด่งดังในยุคนั้นที่ติดเข็มกลัดเพชรรูปทรงกิ้งก่าร่วมงานนี้ ชุดเดรสสีชมพู เฮดเดรสแอปเปิ้ล มาปิดท้ายด้วยจิวเวลรีชิ้นเด็ด จะมีอะไรหรูหราและสุดมันในเวลาเดียวกันได้มากเท่างานนี้...ไม่มีอีกแล้ว!

งานปาร์ตี้เซอร์เรียลยุคใหม่ที่ต่อให้จะโมเดิร์นแค่ไหนก็ยังยากจะเทียบชั้นกับงานในปี 1972 / ภาพ: WYSO

     งานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นโดยสตรีอย่างมารี เฮเลเน่ เดอ รอธส์ไชลด์ สะท้อนให้เห็นว่าปาร์ตี้ไม่ใช่เพียงแค่การนั่งดื่มสังสรรค์ รับประทานอาหารธรรมดาทั่วไป แต่คือการเนรมิตโลกอีกโลกหนึ่ง ใครที่มีโอกาสเข้าร่วมงานพิสดารนี้เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกเสมือน ทุกอย่างช่างดูหรูหราและที่สำคัญคือมีความแฟนตาซีเหนือจริง ภาพยนตร์บางเรื่องตั้งใจจะสร้างฉากงานเลี้ยงฉลองสุดยิ่งใหญ่ แม้นั่นเป็นเรื่องสมมติแต่ก็มิอาจจะเอาชนะความสุดโต่งของค่ำคืนแห่งความเซอร์เรียลนี้ได้

Salvador Dalí ศิลปินผู้ออกแบบเซอร์เรียลชุดหลายต่อหลายชุดและเจ้าหญิงแห่งอิตาลี Maria Gabriella de Savoia ในงาน Surrealist Ball 1972 อันเป็นตำนาน / ภาพ: Imgur 

     แล้วงานเลี้ยงงานนี้กำลังบอกอะไรเรา พวกเขาคือชนชั้นสูงพวกเขาต้องการความแปลกใหม่ในชีวิต มันจะไปน่าสนใจได้อย่างไรหากจัดสรรสิ่งที่คนเหล่านั้นทำเป็นประจำทุกวัน ดินเนอร์หรู ดื่มด่ำบรรยากาศคฤหาสน์ ฟังดนตรีจากยอดฝีมือ ทั้งหมดทุกคนล้วนเคยสัมผัสมาหมดแล้ว แต่การถวิลหาความน่าตื่นเต้นคือสิ่งที่ตอบโจทย์เหล่าไฮโซฝรั่งเศส พวกเขาได้สนุกกันอย่างเต็มที่ สวมทุกสิ่งที่บ่งบอกสถานะแต่ก็มีลูกเล่นให้ปลดปล่อยตัวเองที่เคยอยู่ภายใต้กรอบของภาพลักษณ์ตลอดเวลา

Marie Hélène de Rothschild กับลุคถอดหัวกวางออกเหลือเพียงเขาสุดสง่าขณะอยู่ภายในงาน / ภาพ: Courtesy of Rothschild

     เราหันกลับมองแล้วพูดถึงเชิงรายละเอียดว่าทั้งหรูหรา สนุก และแปลกใหม่ ในทางกลับกันหากปุถุชนคนธรรมดาสร้างธรรมเนียมน่าพิศวงแบบนี้ขึ้นมาคงจะกลายเป็นเรื่องแปลกก็ได้ นั่นเป็นเพราะผู้มีอำนาจทางสังคมมักเป็นผู้สร้างบรรทัดฐานเสียเอง วันหนึ่งผู้มีอำนาจขีดเส้นไว้ว่าควรทำสิ่งใด ไม่ควรทำสิ่งใด อันไหนแปลก อันไหนประหลาด และแน่นอนว่าผู้ขีดเส้นไม่เคยจะขีดเส้นทำร้ายตัวเอง “ใครจะว่าฉันเพี้ยน ไม่เลยมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งวัฒนธรรมฉัน” คำตอบนี้อาจจะตอกกลับผู้ตั้งแง่กับงานเลี้ยงครั้งนี้ “Surrealist Ball” เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของนิยามการขีดเส้นบรรทัดฐานสังคมรูปแบบหนึ่ง ความบ้าๆ บอๆ เหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วจะปกติหรือผิดปกติล้วนขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในการกรอบกฎเกณฑ์ทั้งนั้น ในวันที่คนไอเดียแปลกพิสดารขึ้นมามีอำนาจ คนธรรมดาแบบเราๆ อาจจะเป็นคนเพี้ยนในบริบทสังคมนั้นก็เป็นได้... วันนี้งานสุดเซอร์เรียลงานนี้ไม่มีอีกแล้ว 3 ปีหลังจากงานเลี้ยงที่ไม่มีใครลืม ทางตระกูลรอธส์ไชลด์มอบได้มอบกรรมสิทธิ์ของคฤหาสถ์หลังโตให้กับอธิการบดีของมหาวิทยาลัยปารีสและพวกเขาก็ย้ายไปอาศัยอยู่ที่บ้านซึ่งไม่ต่างจากชาโตแห่งนี้แม้แต่นิด ทิ้งเหตุการณ์นี้ไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้โลกได้พูดถึงว่า “นี่คืองานปาร์ตี้ที่สุดขั้วที่สุดตลอดกาลของโลก”

คีย์เวิร์ด: #SurrealistBall1972