FASHION

เปิดเบื้องหลังการสร้างปกฉบับครบรอบ 9 ปีโว้กประเทศไทย ภายใต้ธีม 'Winds of Change'

เบื้องหลังภาพแฟชั่นเซ็ตปกอันทรงพลัง มีเรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่ง ‘จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล’ สไตล์ไดเร็กเตอร์โว้กประเทศไทย ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน...

     ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013 นิตยสารโว้กประเทศไทยเปิดตัว พร้อมปักหมุดสำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเป็นครั้งแรก นับถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 9 ปีเต็มแล้ว ที่โว้กประเทศไทยได้ร่วมบุกเบิก กรุยทาง และยังคงขับเคลื่อนแฟชั่นไทยไปสู่ระดับโลกผ่านผลงานความคิดสร้างสรรค์นับไม่ถ้วน เช่นเดียวกันกับ ‘เล่มครบรอบ 9 ปี’ เล่มนี้ ภายใต้ชื่อ ‘Winds of Change’ ที่พร้อมรับสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงในกระแสโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีเบื้องหลังการสรรสร้างอันไม่ธรรมดา โดยสไตล์ไดเร็กเตอร์ ‘จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล’ ที่ได้มาบอกเล่าขั้นตอนและรายละเอียดการทำงาน พร้อมนัยยะที่แฝงเอาไว้ภายใต้เบื้องหลังหน้าปกอันทรงพลังฉบับนี้

     “จริงๆ แล้วคอนเซ็ปต์ร่วมของ Vogue International สำหรับเล่มเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 นี้ เป็นคอนเซ็ปต์ที่จะพูดถึง 'YOUTHQUAKE' เป็นหลัก ซึ่งหมายถึงการโฟกัสไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปรียบเสมือนอนาคตที่จะเข้ามาสั่นสะเทือนโลกแฟชั่น ทุกประเทศจึงพยายามเฟ้นหาวิธีการเล่าเรื่องในมุมมองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ทั้งในส่วนของ Feature Editorial และ Fashion Editorial เพื่อสะท้อนให้เห็นแรงกระเพื่อมของคนรุ่นใหม่ในสังคมที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ในหลากหลายสาขา”

     จิรัฏฐ์เล่าต่อไปว่า “สำหรับโว้กประเทศไทยเอง นอกจากคอนเซ็ปต์ดังกล่าวแล้ว ยังถือเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้รังสรรค์เล่มครอบรอบ 9th Anniversary อีกด้วย นั่นจึงทำให้เกิดความคิดแรกๆ ที่อยากจะได้นางแบบไทยที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างผลงานและโด่งดังในต่างประเทศ หรืออาจเป็นนางแบบไทยรุ่นใหม่ที่สามารถจะเป็นนางแบบระดับโลกได้ โดยเดิมทีได้วางตัว แจน-ใบบุญ อรุณปรีชาชัย, อารยา บัว หรือแม้แต่ ญาดา รวมอยู่ในเซ็ตนี้ด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นนางแบบไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมระดับโลกจริง”

     ไม่เพียงเท่านั้น เพราะนอกจากนางแบบระดับโลกที่ถูกวางตัวไว้ตามความคิดแรกแล้ว สไตล์ไดเร็กเตอร์ของโว้กประเทศไทยเองก็ยังต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของ “เชื้อชาติไทย” ที่มีทั้งการผสมผสานของทั้งไทย, จีน และไทยฝรั่ง ไว้ด้วยกัน เราจึงได้เห็นนางแบบที่มีความหลากหลายทั้ง เนนน่า ลูกครึ่งไทย-จีน-ไนจีเรียน, ญาดา ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส, ปาลมี่ นางแบบลูกครึ่งไทย-จีน และมนตรา ที่พร้อมสะท้อนความเป็นไทยแท้ มารวมตัวกัน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ยังนับเป็นกลุ่มนางแบบรุ่นใหม่ตามคอนเซ็ปต์ ”YOUTHQUAKE“ ที่กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วย โดยทั้งหมดปรากฏตัวในโททัลลุคจากแบรนด์ Valentino บนแพเรือใบท่ามกลางทะเลอันกว้างใหญ่ พร้อมท้าทายสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

     และเมื่อโว้กถามถึงสถานที่ถ่ายทำและเซ็ตติ้งที่ถูกเนรมิตขึ้นมาเพื่อฉบับครบรอบ 9 ปีโดยเฉพาะนั้น จิรัฏฐ์ก็ได้อธิบายต่อไปอีกว่า “ด้วยพื้นเพของผมเป็นคนระนอง ประกอบกับที่ ณัฐ ประกอบสันติสุข ได้พูดคุยกับ เรย์ แม็คโดนัลด์ เกี่ยวกับเรื่องสารคดีท่องเที่ยวที่เรย์ทำอยู่ จึงกลายเป็นที่มาของสถานที่ถ่ายทำที่มีความแปลกและน่าสนใจ บนเกาะพยาม จังหวัดระนอง เนื่องจากตัวสถานที่มีกลิ่นอายบางอย่างที่คล้ายกับ 'Shipwreck' หรือซากเรืออัปปาง และมีความดิบคล้ายกับฉากหลังของภาพยนตร์เรื่อง 'The Pirate of the Caribbean' เราจึงตัดสินใจที่จะใช้สถานที่แห่งนี้ในการถ่ายทำแฟชั่นเซ็ตปก”

     ย้อนกลับไปตามเส้นทางตลอด 9 ปีที่ผ่านมาของโว้กประเทศไทย หลายครั้งที่โว้กนำเสนอ “เรือ” ผ่านแฟชั่นเซ็ตในรูปแบบที่หลากหลาย เนื่องจากความชอบส่วนตัวของสไตล์ไดเร็กเตอร์ ผู้มีปูมหลังชีวิตผูกพันกับเรือและการประมงมาแต่ไหนแต่ไร เราจึงได้เห็นทั้งปกฉบับเดือนเมษายน ประจำปี 2015 ที่ได้นางแบบอย่าง ‘ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก’ มาโพสต์ท่าในชุดว่ายน้ำเป็นครั้งแรกคู่กับสำเภาแดง, หน้าปกฉบับครบรอบ 4 ปี ริมคลองบางกอก กับเรือโดยสารหลากสีและนางแบบสาว Daphne Groeneveld อีกหนึ่งหน้าปกในความทรงจำของใครหลายคน หรือแม้กระทั่งเรือพายเก็บบัวสาย กับนางแบบ Ansley Gulielmi ในเล่มครบรอบ 7 ปี ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ซึ่งในครั้งนี้จิรัฏฐ์ก็ได้นำเสนอมุมมองของเรือในรูปแบบที่แตกต่างออกไปอีกครั้งกับ “เรือใบโบราณ” 

     จิรัฏฐ์ให้ข้อมูลกับโว้กว่า เรือใบโบราณลำนั้นที่ทุกคนเห็น เขาลงทุนเซ็ตขึ้นมาใหม่ให้มีลักษณะคล้ายแพไม้ไผ่ แฝงไว้ด้วยความดิบ หยาบ และกลิ่นอายความเป็นชนเผ่าหน่อยๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง “Water World “ ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี ซึ่งสไตล์ไดเร็กเตอร์ของโว้กยังเสริมต่ออีกว่า “เพื่อให้เรือใบโบราณออกมาสวยงาม ผมจึงวางแผนเย็บผ้ากันตั้งแต่ที่กรุงเทพฯ เสียเลย”

(จากซ้ายไปขวา) หน้าปกโว้กประเทศไทย ฉบับเดือนเมษายน ประจำปี 2015, หน้าปกโว้กประเทศไทย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ประจำปี 2017 และหน้าปกโว้กประเทศไทย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ประจำปี 2020

 

     กระนั้นทุกอย่างก็ไม่ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป...จิรัฏฐ์พูดถึงอุปสรรคที่ผู้อ่านทุกคนจะไม่มีวันได้รู้ หากได้แค่เห็นความสวยงามที่โว้กสร้างสรรค์ขึ้นมาให้แล้วโดยสมบูรณ์ตรงหน้า เขาเล่าว่า “ความท้าทายอย่างหนึ่งของการรังสรรค์ปกนี้อยู่ที่สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่ เนื่องจากทีมงานต้องถ่ายทำในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ปัญหาใหญ่จึงอยู่ที่ฝนฟ้าอากาศ ซึ่งทีมงานทุกคนต้องสู้ทรหดอดทน ‘ถ่ายไป หยุดรอฝนไป’ ตลอดทาง แต่กระนั้นทีมงานทุกคนก็สู้เต็มที่จนได้หน้าปกตามสเก็ตช์ที่คาดหวังไว้ออกมาในที่สุด”

     ทั้งหมดนั้นเองคือเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานของทีมงานโว้กประเทศไทย กับหน้าปกและแฟชั่นเซ็ตฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ประจำปี 2022 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 9 ปี ที่ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ใครคิด เช่นเดียวกันกับการเดินทางของโว้กประเทศไทยตลอด 9 ปีที่ผ่านมาที่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครคิดเช่นกัน และไม่ว่าพวกเราจะเดินเรือเอื่อยไปกว่านี้ หรือกัปตันจะสั่งให้เราเดินหน้าเต็มกำลังไปมากกว่านี้ “สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง” ระลอกใหม่ก็รอปะทะทุกคนอยู่ข้างหน้าไม่ไกล...

คีย์เวิร์ด: #VogueThailand9thAnniversary