FASHION

เปิดเรื่องรักลับๆ ของโคโค่ ชาเนล จากตำนาน 'ชู้รัก' สู่ดีไซเนอร์สุภาพสตรีระดับโลก

     ไม่มีใครไม่รู้จักสุภาพสตรีที่มีชื่อว่า กาเบรียล ชาเนล หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ โคโค่ ชาเนล นอกจากที่เธอจะได้รับการยกย่องว่าเป็น ดีไซเนอร์ในตำนานผู้ปลดปล่อยผู้หญิงแห่งโลกตะวันตก จากพันธนาการของเครื่องแต่งกายยุคเก่า ที่ต้องสวมชุดรัดรูปร่างอย่างคอร์เซ็ตแล้ว เธอยังได้รับฉายาว่าเป็นผู้ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกในยุคแรกๆ ผ่านเทคนิคการตัดเย็บ และการนำแรงบันดาลใจมาใช้ ด้วยการดัดแปลงซิลูเอตชุดของผู้ชายมาให้เหล่าสุภาพสตรีได้สวมใส่ ด้วยดีไซน์ที่เรียบ และสวมใส่สบายทัดทียมกัน จนกลายเป็นที่ยอมรับของสังคมในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จนหลายคนได้คิดไปแล้วว่า มาดามโคโค่ ชาเนล คือผู้ที่ส่งเสริมสิทธิสตรี ทำให้สตรีมีความเท่าเทียมกันกับผู้ชาย โดยใช้แฟชั่นเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อน ทว่าในอีกมุมหนึ่งยังมีหลักฐานชัดเจนว่า เธอคือสุภาพสตรีทรงเสน่ห์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสุภาพบุรุษแห่งยุคที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้ลง

ภาพถ่ายของ Étienne Balsan กับ Coco Chanel 

 

     โคโค่ ชาเนล คือเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในสำนักชีมาตั้งแต่ยังเยาว์ ซึ่งได้ปลุกปั้น และก่อสร้างตัวตนของเธอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (รวมไปถึงการปลูกฝังให้เกลียดชังชาวยิว) โคโค่เรียนรู้ทักษะหลายอย่างจากสถานที่แห่งนี้ หนึ่งในนั้นก็หนีไม่พ้นทักษะการเย็บปักถักร้อย ซึ่งมาพร้อมกับแรงบันดาลใจจากชุดแม่ชีแสนเรียบ สีดำ และขาว ที่เธอเห็นซ้ำๆ ได้รับการถ่ายทอดลงบนคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าของเธอ จนกลายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์สำคัญของแบรนด์มาถึงปัจจุบัน

     ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปี โคโค่ก็ได้ทำงานเป็นช่างเย็บผ้าตามทักษะที่เธอสั่งสมมา พร้อมกันนั้นเธอยังทำหน้าที่เป็นนักร้องระบำ ในคาเฟ่ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นทหารม้าที่พร้อมมาตามหาความสำราญกันอย่างเต็มที่ และที่แห่งนี้เองที่ได้ถือกำเนิดชื่อ “โคโค่” ของเธอ ที่บรรดาลูกค้าหนุ่ม ๆ พร้อมใจกันตั้งให้ จากเพลงที่เธอใช้ร้องเป็นประจำ ทว่าก็ยังมีหลักฐานอีกหลายชิ้นที่บอกเอาไว้ว่า ฉายานี้คือคำที่ถูกทอนลงมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า “Cocotte” ที่มีความหมายว่า "แม่ไก่" แต่ยังมีความหมายแฝงอีกทีว่า “เมียเก็บ” ที่ใช้เรียกกันทั่วไปอีกด้วย มีเรื่องเล่าว่าโคโค่เข้าไปพัวพันกับผู้ชายมากหน้าหลายตาที่เป็นลูกค้าในคาเฟ่แห่งนั้น หนึ่งในนั้นคือ เอเตียน บัลซอง อดีตทหารม้าผู้มั่งคั่ง ควบตำแหน่งทายาทกลุ่มธุรกิจสิ่งทอที่น้อมรับเธอมาเป็นภรรยาลับๆ อย่างเต็มใจ พร้อมเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี สอนให้โคโค่ได้เรียนรู้ธรรมเนียม และการใช้ชีวิตของกลุ่มคนชนชั้นสูงเป็นครั้งแรกๆ แต่ในระหว่างนั้นเองโคโค่ก็มีโอกาสได้รู้จักกับ อาร์เธอร์ บอย คาเปล สุภาพบุรุษชนชั้นสูงชาวอังกฤษ ที่เขาได้พาเธอไปอยู่อพาร์ตเมนต์ในกรุงปารีส ก่อนที่จะเป็นโต้โผคนสำคัญช่วยโคโค่ในการก่อตั้งธุรกิจแฟชั่น ที่เริ่มจากการทำหมวกจนกลายเป็นที่เลื่องลือ และขยับขยายไปสู่การขายเสื้อผ้าอย่างจริงจังในเวลาต่อมา

ภาพถ่ายของ Authur Boy Chapel และ Coco Chanel

 

     แม้ว่านิยายรักระหว่างโคโค่ และอาร์เธอร์ จะดำเนินไปได้นานกว่าสิบปี แต่ด้วยภูมิหลังในเรื่องของฐานะ และชนชั้นที่แตกต่างกัน เกินกว่าที่จะทาบทับเป็นเส้นชีวิตเดียวกันได้ ทำให้อาร์เธอร์ต้องจำใจไปแต่งงานกับหญิงชนชั้นสูงคนอื่นในช่วงปี 1918 ทว่านิยายรักของทั้งคู่ไม่ได้จบลงเท่านั้น เพราะอาร์เธอร์ และโคโค่ก็ยังคงคบหากันเรื่อยมา จนกระทั่งอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้มาพรากอาร์เธอร์ไปจากชีวิตของโคโค่อย่างกะทันหันในปีต่อมา นั่นนับเป็นความรักครั้งหนึ่งที่ทำให้โคโค่ต้องใจสลายอย่างถึงที่สุด ก่อนที่โลกจะเหวี่ยงโคโค่สาวมากเสน่ห์คนนี้ให้พ้นเวลาช่วง 2-3 ปี ให้หลัง เพื่อมาสร้างสัมพันธ์ครั้งใหม่กับนักประพันธ์ชื่อดังอย่าง ปิแยร์ เรอแวร์ดี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ทั้งคู่ต่างมีความรักให้แก่กันอย่างสุดซึ้ง แต่เมื่อเรอแวร์ดีเลือกที่จะหลีกหนีสังคมไปแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่จากพระผู้เป็นเจ้า การตัดสินใจครั้งนั้นก็ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องจบลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพถ่ายของ Grand Duke Dmitri Pavlovich หนึ่งในสุภาพบุรุษชนชั้นสูงที่เข้ามาพัวพันกับ Coco Chanel 

 

     แกรนด์ดยุก ดมิทรี พาฟโลวิช ก็นับเป็นบุรุษอีกหนึ่งคนที่อยู่ในลิสต์ชายคนรักของโคโค่ ชาเนล ที่มีชื่อเสียงบนหน้าประวัติศาสตร์ที่สุดคนหนึ่ง เขาคือเจ้านายชั้นสูงชาวรัสเซียที่ลี้ภัยมาพำนักอยู่ที่กรุงปารีส หลังจากมีส่วนในการลอบสังหารรัสปูติน ทว่าเจ้านายจากรัสเซียคนนี้ ยังได้ขนทรัพย์สมบัติ ทั้งงานศิลปะล้ำค่า รวมไปถึงงานหัตถกรรมจากรัสเซียติดตัวมาด้วย ซึ่งงานเหล่านี้ก็มีส่วนอย่างยิ่งต่อการสร้างสรรค์ผลงานของโคโค่อยู่ในระยะหนึ่ง โดยเฉพาะกับคอลเล็กชั่นจิวเวลรีในช่วงนั้น ที่กลายเป็นตำนานไปแล้วในเวลานี้ และที่สำคัญแกรนด์ดยุกคนนี้นี่เอง คือผู้ที่ช่วยให้โคโค่สามารถรังสรรน้ำหอมระดับตำนานอย่าง Chanel No.5 ขึ้นมาได้สำเร็จ จากการแนะนำให้ได้รู้จักกับ เออร์เนสต์ โบ สุคนธกรมือดีจากประเทศรัสเซียในปี 1921

     กระนั้นดมิทรีก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษชนชั้นสูงเพียงคนเดียวที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมาดามโคโค่ แต่ยังรวมไปถึง ฮิวจ์ ริชาร์ด อาร์เธอร์ โกรส์เวเนอร์ ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์ (หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ เบนเดอร์) มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของโลก โคโค่ได้กลายเป็นภรรยาอย่างลับๆ อีกคนหนึ่งของเบนเดอร์ ซึ่งมีภรรยาตามกฎหมายอยู่ก่อนแล้ว และแม้เขาจะหย่าร้างกับภรรยาคนนั้นในเวลาต่อมา แต่เขา และโคโค่ก็ไม่ได้ตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกันอย่างเป็นทางการจนทั้งคู่ห่างหายจากกันไป

(ซ้าย) Paul Iribe จิตรกรชื่อดัง อีกหนึ่งความรักของ (ขวา) Coco Chanel 

 

     ชีวิตรักของโคโค่ยังคงดำเนินต่อไป ในต้นทศวรรษที่ 1930 เธอยังได้คบหากับ พอล อิรีบ จิตรกรที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่เป็นคนขุดความสนใจในเรื่องการเมืองของโคโค่ให้ขึ้นมาปะทุอีกครั้ง ทว่าเหมือนโชคชะตาความรักก็ยังคงเล่นตลกกับเธอเสมอ เมื่ออิรีบต้องมาด่วนจากไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่เขากำลังลงสนามในกีฬาเทนนิสปี 1935 หลังจากความผิดหวังซ้ำซากในช่วงปลายปี 1944 ที่โคโค่ ชาเนลลี้ภัย เพื่อหนีความโกรธแค้นของชาวฝรั่งเศส ย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองโลซานโดยเต็มใจ ก็มีข่าวว่าเธอได้ไปพัวพันกับ บารอน ฮันส์ กุนเทอร์ วอน ดิงเกลจ สายลับชาวนาซีที่เคยแฝงตัวอยู่ในประเทศฝรั่งเศสมานาน ก่อนที่เธอจะหวนคืนสู่วงการแฟชันอีกครั้งในทศวรรษ 1950 และไม่ได้ติดต่อกับชายคนนี้อีก

     การหวนคืนสู่วงการแฟชั่นในวัย 70 ปี แม้ว่าผลงานของเธอจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทว่าธุรกิจแฟชั่นกลับยังประสบกับความฝืดเคืองทางการเงิน ปีแยร์ แวร์ตีแมร์ เศรษฐีเจ้าของโรงงานน้ำหอมขนาดใหญ่ ที่เคยรับหน้าที่เป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่ายน้ำหอม Chanel No.5 ให้กับชาเนลมาก่อนหน้านี้ จึงเสนอให้ความช่วยเหลือกับเธออีกครั้ง โดยเข้าซื้อกิจการทั้งหมดที่ใช้ชื่อ “Chanel” พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเธอ รวมไปถึงค่าเช่าที่ Hotel Ritz สถานที่สำคัญในห้วงชีวิตของดีไซเนอร์ในตำนานคนนี้ 

     แม้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในโลกอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้รับการจดจารึกว่าเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นหลังต้องรู้จัก แต่ใน "ด้านความรัก" เธอก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ทั่วไป ที่ยังต้องพบเจอกับความผิดหวัง และไม่ประสบความสำเร็จ อย่างที่ใครสักคนบอกเอาไว้ว่า “ไม่มีใครบนโลกใบนี้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง”...

คีย์เวิร์ด: #CocoChanel