FASHION

Salisa ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่มอง Vegan Leather ด้วยวิสัยทัศน์ระดับโลก!

Salisa กำลังอธิบายกับการตั้งคำถามว่า Vegan Leather นั้นรักสัตว์แต่ไม่รักษ์โลกได้อย่างชาญฉลาด

     “Vegan Leather” หนังรูปแบบใหม่จากธรรมชาติที่ลดการใช้หนังจากสัตว์ เทรนด์ใหม่ ณ ตอนนี้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ความสำคัญคือการพัฒนาในจุดนี้ถูกตั้งคำถามว่า “รักสัตว์แต่ทำร้ายโลก” แฟชั่นกำลังเดินหน้าไปทางไหนกันแน่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกับแบรนด์ Salisa แบรนด์ของดีไซเนอร์สาวหน้าใหม่ไฟแรงที่กำลังฮอตติดบนท็อปลิสต์ในใจใครหลายคนเกี่ยวกับเรื่องราวของหนังจากพืช ผลกระทบของมัน และมุมมองต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน แนวคิดแบบใหม่ที่ทั้งต้องการเดินหน้าโดยไม่ละทิ้งความรับผิดชอบ รอบคอบต่อสังคม ปัจจัยสำคัญเหล่านี้กำลังพาแฟชั่นเดินหน้าไปอย่างไร ติดตามมุมมองที่น่าสนใจได้ในบทความนี้เลย

พริ้ม-สริสา ชีวพันธ์ศรี ดีไซเนอร์สาวไฟแรงที่พาแบรนด์ Salisa ติดท็อปลิสต์ของสาวๆ ยุคนี้ 

     การรังสรรค์งานโดยคนรุ่นใหม่กับแบรนด์ สริสา เกิดขึ้นโดย “พริ้ม-สริสา ชีวพันธ์ศรี” ดีไซเนอร์วัย 26 ปีดีกรีจบการศึกษาจาก Fashion Design Parsons the new school for Design ซึ่งเธอเริ่มต้นความชื่นชอบด้านนี้มาตั้งแต่วัยเยาว์ การเห็นคุณย่าเย็บปักถักร้อยเส้นด้ายจนเกิดเป็นศิลปะงานฝืมือ ความสนุกสนานในวัยเด็ก ประสบการณ์ด้านการฝนเข็มลับสมองของเธอให้แหลมคมพุ่งมาด้านแฟชั่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความฝันที่อยากทำงานแฟชั่นพรั่งพรูเข้ามาอยู่ตลอดเวลา เบื้องหลังเด็กสาวผู้ปรับแก้เสื้อผ้าสู่ความฟิตแบบพอเหมาะพอดีคือรากฐานสำคัญของชีวิตดีไซเนอร์ของคุณพริ้ม แม้ตอนแรกอาชีพดีไซเนอร์ไม่ใช่อาชีพในหัวเด็กไทยในนิวยอร์กคนนี้สักนิด แต่เพราะความต้องการช็อปปิ้ง แรงผลักดันสุดเรียบง่ายแต่ทรงพลังกลับสร้างตัวตนแบรนด์สริสาออกมา ณ ตอนนั้น และมันก็เป็นจุดเริ่มให้แบรนด์สุดฮอตนี้ถือกำเนิดขึ้น หลังจากนั้นคุณแม่ก็ลากเธอกลับไทยสู่แผ่นดินเกิดและมุ่งทำแบรนด์นี้เรื่อยมา จะเรียกว่า “เพราะอยากช็อปปิ้งจึงมีสริสา” ก็ไม่ผิดนัก

เบลเซอร์เอกลักษณ์การเลเยอร์ซ้อนกันของ Salisa ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ในขณะนี้

     หากใครยังไม่เคยเห็นเสื้อผ้าของแบรนด์สริสาเราอยากให้ชมดูสักครั้ง ความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจรายละเอียดและสามารถนำเสนอออกมาผ่านตัวตนแต่ละได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งหมดคือนิยามคาแรกเตอร์แบบรวดรัดที่ทำให้เข้าใจแบรนด์สริสาได้ถ่องแท้ที่สุด ซึ่งเป็นนิยามเดียวกับ Phoebe Philo ดีไซเนอร์อดีตหัวเรือใหญ่ของ Celine ที่ครองใจชาว Effortless และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณพริ้มเสมอมา 

เบลเซอร์หนังวีแกน ทรงโอเวอร์ไซส์จากแบรนด์ Salisa

     ผลงานชิ้นหนึ่งที่เข้าตาโว้กประเทศไทยอย่างยิ่งคือการใช้หนังวีแกน (Vegan Leather) รังสรรค์เสื้อผ้าได้สะดุดตา ซึ่งจุดนี้เองคุณพริ้มกล่าวให้เล่าฟังถึงต้นกำเนิดหนังวีแกนในคอลเล็กชั่นของสริสาว่า “เราอยากจะสร้างชิ้นงานหนังที่ไม่ได้มาจากสัตว์จริงๆ เรามองว่าตัวเราไม่ค่อยเห็นแบรนด์ที่ทำเสื้อผ้าจากหนังมากนัก แบรนด์จึงอยากนำเสนอเสื้อผ้าในรูปแบบของเราพร้อมกับวัสดุสุดตราตรึง” นอกจากเรื่องดีไซน์แล้วคุณพริ้มยังเสริมด้วยว่า “เราอยากสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เหมาะกับกรุงเทพ กรุงเทพร้อนมากๆ และหนังสัตว์แท้ๆ ไม่น่าเหมาะกับกรุงเทพเช่นกัน” ด้วยเหตุผลทั้งเรื่องดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานสริสาจึงนำทั้ง 2 ข้อมาผนวกกันและรังสรรค์งานหนังวีแกนขึ้นจนเป็น 1 ในซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่ตอนนี้ฮอตฮิตอย่างปฏิเสธไม่ได้จริงๆ

รายละเอียดของเสื้อโค้ตหนังวีแกนของแบรนด์ Salisa ที่สะท้อนความใส่ใจและคุณภาพ

     ซึ่งถ้ามองอย่างลึกซึ้งจะเห็นว่าคุณพริ้มนำเสนอผลงานผ่านกรอบแนวคิดที่ทันสมัยและรอบคอบอยู่เสมอ “หนังวีแกนมันง่ายต่อการทำความสะอาดมากและยังซักได้อีกด้วย” เธอเน้นย้ำถึงข้อดีที่เลือกใช้หนังประเภทนี้ และเราได้ถามถึงความพิเศษของหนังวีแกนจากสริสาว่าแตกต่างจากหนังทั่วไปอย่างไร คุณพริ้มก็ได้ให้คำตอบว่า “หนังวีแกนของเราจะนุ่มและทนทานในเวลาเดียวกัน มันบางพอที่จะสวมใส่โดยไม่ร้อนในขณะเดียวกันก็หนาพอให้ความรู้สึกเหมือนหนังจริง” และแน่นอนว่ารากฐานสำคัญของการนำเสนอหนังวีแกนสู่ตลาดแฟชั่นคือการไม่ทำร้ายสัตว์ ซึ่งจุดนี้สริสาก็ตอบโจทย์ได้หมดทุกข้อสะท้อนถึงการทำการบ้านอย่างหนักเพื่อไล่ตอบคำถามทุกข้อ กว่าจะออกมาสมบูรณ์เพอร์เฟกต์เชื่อว่าคุณพริ้มและทีมต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้คอนเซปต์ ดีไซน์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และความตั้งใจส่วนตัวสอดประสานกันพอดีก่อนจะเริ่มทำไอเท็มหนังวีแกนออกมาได้น่าสนใจขนาดนี้

แจ๊กเกตหนัง ซิกเนเจอร์ไอเท็มของแบรนด์ Salisa

     “วัสดุอะไรก็มีผลต่อโลกทั้งนั้น” คุณพริ้มกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเมื่อโว้กถามถึงเรื่อง “รักสัตว์แต่ไม่รักษ์โลก” แน่นอนว่าหนังวีแกนด้อยกว่าหนังทั่วไปหากวัดการเรื่องความยั่งยืน ทว่าสำหรับคุณพริ้มกลับมีมุมมองที่อาจเรียกได้ว่า “จ่ายเพื่อสิ่งที่ยั่งยืน” เพราะดีไซเนอร์สาวคนนี้กล่าวว่า “เราเลือกจะใช้หนังวีแกนเพราะไอเท็มของเราเป็นประเภท Timeless Pieces เราไม่ได้โปรโมตให้ใช้ของเราแล้วเปลี่ยนใหม่ในทันที เราต่างรู้ว่าใยสังเคราะห์คือต้นตอมลพิษชั้นดี เพราะฉะนั้นเราจะไม่ทิ้งเศษเหลือใช้จากการผลิต เราจะนำมารีไซเคิลเสมอ” หากวิเคราะห์แนวคิดนี้จะเห็นว่าเราจ่ายด้วยเงินและสิ่งแวดล้อมไปเพื่อสินค้าที่ใช้ได้นาน เพราะถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์จะพบว่าพลาสติกนั้นถูกคิดค้นมาเพื่อใช้อย่างยั่งยืน ยอมแลกด้วยมลพิษมากขึ้นเมื่อผลิตแต่ได้กลับมาซึ่งอายุการใช้งานที่ยาวนานตามมาเช่นกันซึ่งรากฐานแนวคิดนี้กลับถูกบิดเบือนไป ทว่าจากคำตอบของคุณพริ้ม สริสาได้ฟื้นฟูมันกลับมาอีกครั้งโดยสิ่งที่สำคัญต่อจากตัวแบรนด์เองคือ “พฤติกรรมคน”

กางเกงขาสั้นหนังวีแกน ไอเท็จากแบรนด์ Salisa ที่ช่วยเพิ่มเติมมิติการแมตช์ลุคสำหรับอากาศร้อนได้เก๋กว่าเดิม

     คำว่า “พฤติกรรมคน” หรือ “พฤติกรรมผู้บริโภค” สำคัญอย่างไรต่อการใช้หนังวีแกนของแบรนด์สริสากับประเด็นรักษ์โลก ความสำคัญอยู่ที่การสร้างจิตสำนึกให้ใช้ของชิ้นนั้นๆ อย่างยาวนานเต็มช่วงอายุของมัน คุณพริ้มมองว่าถึงแม้เสื้อผ้าหนังวีแกนของเธอจะแลกมาด้วยมูลค่าทางธรรมชาติที่เยอะกว่าวัสดุอื่น แต่ถ้าใช้อย่างยาวนานก็สะท้อนให้เห็นถึงความคุ้มค่ากว่าการใช้วัสดุรักษ์โลกแต่เปลี่ยนใหม่และผลิตซ้ำทำร้ายโลกอย่างช้าๆ เช่นกัน ตอนนี้โลกเราก็เต็มไปด้วยพลาสติกมากมาย มันขึ้นอยู่กับมนุษย์ด้วยว่าจะพัฒนารากฐานไปอย่างไร ซึ่งผู้เขียนก็มองว่าจุดนี้เป็นการมองโลกจากความเป็นจริง ไม่ฝืนหรือพยายามจนไม่อยากทำเกินไป ถ้าฝืนและทำได้ไม่นานความยั่งยืนจะเริ่มเกิดขึ้นได้อย่างไร เปรียบได้กับการออกกำลังกายหากหักโหมทุ่มเทเกินตัวไปจนไม่อยากทำเทียบกับค่อยๆ ออกและพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ แบบไม่ฝืน แบบไหนคือความจริงและสร้างความยั่งยืนมากกว่ากัน คำถามนี้อาจต้องให้เวลาพิสูจน์คำตอบ

มิ้นท์-ภัทรศยา ยงรัตนมงคล ในลุคกางเกงจากแบรนด์ Salisa ที่ปรากฏอยู่ใน VOGUE EXTRA EP.2 

     สุดท้ายนอกจากหนังวีแกนอันโดดเด่นแล้วแบรนด์สริสายังมีไอเท็มจากเนื้อผ้าหลากหลายสะท้อนตัวตนผู้หญิงเรียบง่ายแต่ใส่ใจในรายละเอียดได้เป็นอย่างดี ความไม่ซับซ้อนถูกทำให้สนุกได้โดยการสอดแทรกคาแรกเตอร์ของบุคคล จะเก๋แบบไหนก็ใส่สริสาได้ จะสายเบสิก มินิมอล แม็กซิมัล ฯลฯ ทั้งหมดสริสาสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบของลุคได้อย่างเหมาะเจาะ จากตรงนี้สริสาเริ่มต้นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เป้าหมายต่อไปของคุณพริ้มคือการพาแบรนด์สู่ระดับโลกซึ่งตอนนี้ก็เริ่มทำงานกับลูกค้าต่างชาติแล้วเช่นกัน ผลงานล่าสุดตอนนี้ก็มีคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 – In Transit: NYC สามารถติดตามได้ที่อินสตาแกรม @salisa_official และเว็บไซต์ www.salisaofficial.com บอกเลยว่าเราไม่อยากให้พลาดดาวดวงใหม่ในวงการแฟชั่นไทยแบรนด์นี้

 

ภาพ: Courtesy of Salisa

คีย์เวิร์ด: #Sustainability #VeganLeather