FASHION

เปิดเรื่องราวแม่ดีไซเนอร์กับลูกนักแต่งเพลงตาบอดตระกูล Rykiel ที่ตราตรึงใจจนถึงทุกวันนี้

Sonia กับ Jean-Philippe คู่แม่ลูกที่เป็นต้นแบบความของการดูแลความรู้สึกกันจนสามารถผลักดันให้ลูกถึงฝั่งฝันแม้จะตาบอดสนิทตั้งแต่เด็ก

     พอพูดถึงเดือนสิงหาคมซึ่งสอดคล้องกับเดือนแห่งวันแม่ในปฏิทินไทยพอดี และยังบังเอิญมีวันที่ 25 สิงหาคมซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของสุดยอดดีไซเนอร์ผู้เป็นแม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังอย่าง Sonia Rykiel เราเลยหยิบยกเอาเรื่องราวภายในครอบครัวมาบอกเล่าต่อแฟนโว้กให้ได้รับรู้ว่าหญิงสาวคนนี้สร้างครอบครัวแข็งแกร่งได้มากเพียงใดในเมื่อลูกชายของเขาคนหนึ่งต้องเผชิญโชคชะตาอันยากลำบากกับภาวะตาบอดสนิท แต่เขาไม่ย่อท้อ เขาได้รับแรงบันดาลใจจากแม่เสมอ นี่คือเรื่องราวที่จะนำเสนอให้ทุกคนได้อ่านกันวันนี้

Audrey Hepburn กับชุด Poor Boy Sweater ของ Sonia Rykiel / ภาพ: Fabrickated

     เราเริ่มกันที่เรื่องราวของโซเนียแบบคร่าวๆ เธอเกิดในครอบครัวแม่ชาวรัสเซียและพ่อชาวโรมาเนีย เธอสนใจเรื่องแฟชั่นมาตั้งแต่เด็กก่อนเริ่มเดินทางสายนี้ในฐานะนักตกแต่งหน้าร้านด้วยวัยเพียง 17 ปี พอมาในวัย 23 ปีเธอแต่งงานกับ Sam Rykiel และเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเดียวกับสามี (เดิมนามสกุล Flis) มีลูกด้วยกัน 2 คนคือ Nathalie และ Jean-Philippe Rykiel ก่อนจะหย่าร้างกันไปในปี 1968 ความน่าสนใจอยู่ที่ช่วงท้องเธอไม่สามารถให้เสื้อผ้าถูกใจใส่ได้ก็เลยเลือกตัดมันเสียเองเลยจนเกิดเป็นไอคอนิกไอเท็มอย่าง Poor Boy Sweater ที่เคยขึ้นปกนิตยสารของฝรั่งเศสและ Audrey Hepburn ซื้อไปใส่ครบทุกสี! ถือเป็นจุดเริ่มความโด่งดังของโซเนียผู้นี้ แต่วันนี้เราจะไม่ได้โฟกัสไปเรื่องผลงานสุดตราตรึงมากนัก เพราะเราจะพูดถึงชีวิตครอบครัว

Jean-Philippe Rykiel ในวัยเด็ก / ภาพ: Rykiel, DR

     แน่นอนพอพูดถึงครอบครัวชื่อความพิเศษของฌอง-ฟิลิปป์ก็เข้ามาในสารบบโดยทันที เด็กหนุ่มผู้เกิดมาตาบอดสนิททั้ง 2 ข้างเพราะความผิดพลาดทางการแพทย์ตั้งแต่เกิด ต้องเผชิญชะตากรรมโหดร้ายชนิดไม่มีมนุษย์คนไหนอยากเจอ แต่ความโชคดีของเขาคือการเจอแม่แสนประเสริฐอย่างโซเนีย เธอคือผู้โอบอ้อมอารีเข้าใจโลกเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ลูกชายคนเล็กจะตายบอด แต่เธอกลับไม่มองว่ามันเป็นความด้อยของชีวิต มิหนำซ้ำเธอยังปฏิบัติตัวจนทำให้ลูกชายคนนี้จดจำคุณแม่ได้ทุกห้วงความรู้สึก แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันตั้งแต่เกิดมาเลยก็ตาม

ภาพถ่ายครอบครัว Rykiel (เรียงจากซ้ายไปขวา Sonia, Jean-Philippe, Nathalie และ Sam) / ภาพ: Rykiel, 1963

     ฌอง-ฟิลิปป์ตอนนี้ก็ถือว่ามีชื่อเสียงในระดับหนึ่งในฐานะนักประพันธ์เพลงและนักดนตรีกับวัย 59 ปี เขายังคงเดินหน้าทำงานตามความตั้งใจของเขาเสมอ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ที่ผลักดันฌอง-ฟิลิปป์ให้ก้าวเดินได้อย่างมั่นคงแม้มองไม่เห็นทาง แม่ของเขาต่างหากคือไม้สำรวจทางชั้นดีที่แท้จริง เธอเลี้ยงลูกมาด้วยความเปิดกว้าง โซเนียถ่ายทอดคาแรกเตอร์ด้านศิลปะให้กับลูกชายอยู่เสมอ ถึงแม้จะไม่ใช่การสอนยัดเยียดข้อมูลลงไปในสมอง แต่มันกลับทำให้ฌอง-ฟิลิปป์อยากซึมซับมันอยู่ตลอด เขาอยู่กับแม่เหมือนกับการอยู่กับแท่นหินมีพลังในนิยาย เพราะมันส่งพลังตามทักษะของหินนั้นๆ ให้เราได้เสมอ ยิ่งอยู่ใกล้เท่าไร อยู่นานเท่าไรก็จะยิ่งซึบซับมันมามากขึ้นเท่านั้น

Sonia Rykiel แม้จะเป็นราชินีแห่งเสื้อผ้าในสายตาคนอื่น แต่เธอคือราชินีแห่งพายรสเลิศของ Jean-Philippe อยู่เสมอ / ภาพ: REX

     “Queen of Pie” ราชินีพายแห่งบ้านริเกลคือสมญานามที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ตั้งให้คุณแม่ เธอเลี้ยงดูเขาอย่างโอบอ้อมอารี เป็นคุณแม่แสนดีที่ดูแลลูกชายผู้มีปัญหาบกพร่องทางร่างกายได้อย่างใจเย็น เห็นได้จากบันทึกของฌอง-ฟิลิปป์ว่า “สำหรับฉัน แม่คือผู้หญิงที่อ่อนโยนตลอดเวลา เธอแทบไม่เคยขึ้นเสียง หรือดุฉันอย่างจริงจังเลย” พร้อมทั้งเสริมด้วยว่า “เธอทำพายอร่อยๆ ให้ฉันกิน ฉันก็ขอมอบตำแหน่งราชินีพายให้กับคุณแม่ ไม่ใช่แค่ทำพายอร่อยนะแต่เธอสามารถสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคน” คำว่าแม่นั้นยิ่งใหญ่มากๆ สำหรับเด็กน้อยตาบอด เพราะเขาไม่สามารถมองเห็นโลกกว้าง แต่ที่รู้แน่ๆ คือแม่คือโลกทั้งใบของเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้จริงๆ

ภาพจากวิดีโอบนยูทูบของ Jean-Philippe Rykiel กับเส้นทางสายดนตรีที่เขาเลือกเดินแม้จะมีอุปสรรคด้านการมองเห็น / ภาพ: 1Tallib (YouTube)

     วัยเด็กที่ได้รับการปกป้องอย่างถึงที่สุด ต้องบอกว่าเด็กน้อยตาบอดย่อมได้ความใส่ใจดูแลขึ้นหลายเท่าตัวอยู่แล้วเป็นปกติ เนื่องจากความละเอียดอ่อนต่างๆ ในการใช้ชีวิตและข้อจำกัดที่ทำเอาพ่อแม่อดห่วงไม่ได้ โซเนียก็คิดเช่นนั้น เธอดูแลลูกแบบสุดความสามารถ ระมัดระวังทุกฝีก้าว จนบางครั้งฌอง-ฟิลิปป์ก็รู้สึกว่าเขาอยู่ในกรอบมากเกินไป ทุกคนสนใจที่ตัวเขาจนรู้สึกว่าเขาได้รับความสนใจมากเกินไปด้วยซ้ำ แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงนี้คือด้วยความสนใจขนาดนี้แม่ย่อมผลักดันให้ลูกเดินทางตามความชอบได้ตรงมากยิ่งขึ้น และฌอง-ฟิลิปป์ผู้รักศิลปะก็ทั้งซึมซับและเลือกเดินทางสายศิลปินมาตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้ แม้เขาจะตาบอดแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคหากแรงสนับสนุนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมเช่นนี้

Combes-la-ville สถานที่ที่ครอบครัว Rykiel มักไปพักผ่อนหย่อนใจกัน / ภาพ: Skyrock

     แพลนวันหยุดสุดของโซเนียทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ สมัยก่อนเธอชอบพาลูกๆ ไปพักผ่อนที่ Combes-la-ville ซึ่งเป็นแถบชานเมืองของปารีส ไม่ว่าจะหยุดยาวเพียงใดพลังความอบอุ่นของครอบครัวมักถูกเติมให้เต็มจากสถานที่แห่งนี้ นี่คือความพิเศษที่โซเนียให้ความสำคัญกับลูกทั้ง 2 คนอย่างเต็มที่ นาตาลีก็เพลิดเพลินกับความผ่อนคลายในแบบเด็กผู้หญิง ส่วนฌอง-ฟิลิปป์ก็รู้สึกได้ออกสู่โลกกว้างไม่ได้อยู่แต่ในบ้าน ถึงจะมองไม่เห็นแต่เขาก็ได้ท่องเที่ยวไปในบรรยากาศใหม่ๆ ที่ตัวเขารู้สึกได้

ปกอัลบั้ม Waterfall in Space (1979) ของ Jean-Philippe Rykiel / ภาพ: Discogs

     เรื่องตลก ความขบขัน และการสร้างตัวตนความอิสระของฌอง-ฟิลิปป์ บันทึกประวัติของชายหนุ่มตาบอดเดินทางสายศิลปะมายาวนาน เขาเปิดกว้างอิสระให้กับดนตรีอยู่เสมอ “ตาปิดแต่ใจเปิด” คือวลีที่เราขอนิยามเขาว่าเป็นเช่นนั้น ความเข้มแข็งของแม่ที่สอดแทรกความตลกขบขันและผลักดันตัวตนทำให้ตั้งแต่เด็กฌอง-ฟิลิปป์กล้าปล่อยของในฐานะศิลปิน อัลบั้มแรกเริ่มปล่อยตั้งแต่ปี 1979 กับวัยเพียง 18 ปี เริ่มแรกทุกคนคงมองอย่างโหดร้ายว่ามันคือบันทึกเสียงที่เป็นเครื่องปลอบประโลมใจของชายตาบอด มันจะไม่ถูกทำต่ออย่างแน่นอน แต่ด้วยคาแรกเตอร์การเลี้ยงดูลูกในแง่บวกแทรกอารมณ์ความขบขันและการสร้างตัวตนทำให้ฌอง-ฟิลิปป์ยืนหยัดทำมันต่อ ถึงแม้ในบันทึกประวัติจะไม่พูดถึงอย่างตรงไปตรงมา แต่เขาได้รับแรงผลักดันจากโซเนียผู้เป็นแม่มาไม่น้อยอย่างแน่นอน

Nathalie และ Jean-Philippe Rykiel (2 คนขวาในภาพ) จับมือกันในงานศพของคุณแม่ / ภาพ: Dominique Ma”tre

     การจากไปกับความรู้สึกโล่งใจ...พูดเช่นนี้ฌอง-ฟิลิปป์อาจจะดูเป็นลูกอกตัญญูไม่สนใจแยแสหรือแม้แต่เสียใจต่อการจากไปของแม่ แต่ความจริงมันสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เขารู้ดีว่าแม่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อเลี้ยงดูลูกชายตาบอดอย่างเขามานานเป็นสิบๆ ปี มิหนำซ้ำเธอยังเจ็บปวดกับโรคร้ายที่กัดกินร่างกายเธอมาช่วงหลายปีหลัง เขาบันทึกว่า “ระหว่างเขียนบันทึกนี้ผมไม่มีความเศร้าเลย มีแต่ความโล่งใจ โล่งที่เห็นเธอพ้นจากความเจ็บปวด” นอกจากนี้ยังมีจดหมายเนื้อความว่า “ถึงแม่ ขอบคุณที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกและพี่สาว แม้แม่จะจากไปแต่แม่จะอยู่ในใจเราเสมอ เราขอให้แม่โบยบินไปสู่สุคติ รักของเราจะสถิตอยู่กับแม่เสมอ ผมรักแม่” ฌอง-ฟิลิปป์กล่าวปิดบันทึกถึงแม้ด้วยความรู้สึกลึกๆ ภายในจิตใจ

Jean-Philippe และพี่สาว Nathalie Rykiel มาส่งดวงวิญญาณแม่เป็นครั้งสุดท้าย เขาต้องบอกลาแม่ที่เขาไม่เคยเห็นหน้าเลยทั้งชีวิต / ภาพ: Closer

     สุดท้ายเรื่องนี้บอกเล่าความรู้สึกจากทั้งแม่และลูก สะท้อนความรักจากทั้งคู่ที่ส่งถึงกันอยู่เสมอ โซเนียเลี้ยงลูกได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะเป็นได้ ส่วนฌอง-ฟิลิปป์ก็ไม่ย่อท้อแต่อาการตาบอด เขาดำรงชีพตามความฝันแม้จะมองไม่เห็น ที่สำคัญเขาสัมผัสได้เสมอถึงอุ่นไอรักจากผู้เป็นแม่ ทั้งหมดคือแรงผลักดันที่ส่งเสริมให้เขาใช้ชีวิตในฐานะนักประพันธ์เพลงชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในเสียงดนตรีจนถึงปัจจุบัน ถึงเขาจะไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าใครๆ แต่เรามั่นใจเลยว่าเขาภูมิใจที่มีซูเปอร์คุณแม่อย่างโซเนีย ริเกลดูแลอย่างแน่นอน  และนี่คือความรักแม่ดีไซเนอร์กับลูกชายตาบอด เนื่องในวาระครบรอบการจากไป (25 สิงหาคม) ครบ 3 ปีของโซเนียโว้กขอมอบบทความอาลัยรักชิ้นนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงอย่างสุดซึ้ง

 

ข้อมูล: Jean-Philippe Rykiel (French Website), Discogs, Los Angeles Times, The Telegraph และ Real World Records