FASHION

Red Hot Chili Peppers ขายลิขสิทธิ์เพลงให้นายทุนยักษ์ใหญ่ด้วยราคากว่า 4,000 ล้านบาท

เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ลงมาเล่นเกมด้วยตัวเอง ตอนนี้มีศิลปินมากมายเริ่มปล่อยมือจากลิขสิทธิ์และร่วมเซ็นสัญญาขายเพลงกันอย่างต่อเนื่อง

     เส้นทางของศิลปินมักถูกออกแบบมาให้โลดโผนน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ สำหรับวงดนตรีหลายวงการมีลิขสิทธิ์เพลงตัวเองอยู่ในครอบครองล้วนเป็นสิ่งที่เติมเต็มจิตใจให้การเป็นศิลปินสมบูรณ์แบบที่สุด ทว่าโลกความจริงการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างก็ถูกมองว่าคุ้มค่ากว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเม็ดเงินที่สามารถต่อรองกันได้หากจำนวนนั้นดูคุ้มค่าพอในสายตาของผู้แลกเปลี่ยน วันนี้ Red Hot Chili Peppers คือวงดนตรีล่าสุดที่ขายแคตตาล็อกเพลงของตัวเองทั้งหมดให้กับบริษัทนายทุนที่กำลังเดินหน้าในอุตสาหกรรมดนตรีแบบเต็มสูบ

Red Hot Chili Peppers ในสมัยก่อตั้งวงใหม่ๆ / ภาพ: @chilipeppers

     ล่าสุดจากแหล่งข่าวทั้งฝั่งอังกฤษและอเมริการายงานว่าวงดนตรีชื่อดังจากลอสแอนเจลิสที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1982 พร้อมปล่อยมือจากลิขสิทธิ์เพลงดังของตัวเองและเซ็นสัญญารับเงินจำนวนมหาศาลจาก Hipgnosis บริษัทลงทุนด้านดนตรีในกรุงลอนดอน โดยมูลค่าของแคตตาล็อกเพลงของเรดฮอตนี้ถูกประเมินว่ามีมูลค่ามากกว่า 140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4,368 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งนับเป็นจำนวนมหาศาลที่สามารถทำให้ศิลปินยอมปล่อยมือจากการครองสิทธิ์ในผลงานของตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพลงฮิตอย่าง “Under The Bridge” และ “Californication”

ความสนุกสุดขั้วที่วง Red Hot Chili Peppers มอบให้กับแฟนๆ อยู่เสมอ / ภาพ: @chilipeppers

     ต้องบอกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ได้เล็งเป้าหมายในการซื้อลิขสิทธิ์เพลงจากศิลปิน 1-2 คนเท่านั้น เพราะพวกเขาสามารถโน้มน้าวให้ศิลปินระดับโลกขายลิขสิทธิ์ให้แล้วหลายคนไม่ว่าจะเป็น Bob Dylan, Neil Young, RZA และคนอื่นๆ อีกมากมาย มากไปกว่านั้นตามรายงานยังอีกด้วยระบุว่าการลงทุนยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ตอนนี้พวกเขากำลังเจรจากับศิลปินดังอยู่อีกประมาณ 2-3 คนเพื่อซื้อแคตตาล็อกเพลงมาครอบครอง ซึ่งมีชื่อของ Shakira อยู่ด้วย ปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่าทางบริษัทนายทุนจากลอนดอนคว้าลิขสิทธิ์เพลงของศิลปินดังมาได้แล้วมากกว่า 2,000 เพลง รวมมูลค่าเกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นับเป็นปรากฏการณ์ทางดนตรีที่น่าจับตามองว่าเมื่อมีบริษัททุนหนาลงมาเล่นเกมในสนามวงการดนตรีนั้นจะมีอิทธิพลต่อตัวศิลปิน มุมมองด้านการทำธุรกิจ และรูปแบบการทำงานดนตรีอย่างไร

 

ข้อมูล: New York Post, Variety และ Outsider