FASHION

คุยกับ Pompamworld นักท่องโลกสุดสดใสวัย 20 ปี ที่บันดาลใจให้คนอยากท่องเที่ยวตลอดเวลา

ไลฟ์สไตล์สุุดสดใสที่ไม่ต้องตามใคร ความมั่นใจแบบเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นไกด์นำทางให้ตัวเองอยู่เสมอ

     การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความปกติรูปใหม่ให้กับทุกคนทั่วโลก การท่องเที่ยวที่เคยครึกครื้น เมืองดังต่างๆ รับผู้คนน้อยลงกว่าเดิมมากหรือไม่รับเลย การพักร้อนกลายเป็นการเก็บตัวอุดอู้อยู่กันแต่ในบ้าน ในประเทศไทยสถานการณ์ยังค่อนข้างหลวมกว่าเมื่อเทียบกับความเข้มงวดของประเทศฝั่งยุโรปตะวันตกที่ประสบปัญหาอย่างรุนแรง วันนี้เราจะมาพูดคุยกับสาวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์การเที่ยวเป็นพิเศษ เด็กสาวคนนี้จะต้องปรับตัวอย่างไรในช่วงโควิด และคิดว่าการเปลี่ยนไปของสังคมจะส่งผลถึงการเที่ยวของเธออย่างไร ติดตามมุมมองจากคนชอบเที่ยวตัวจริงได้แล้วในบทความนี้

     โว้กมีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษกับนางเอกมิวสิกวิดีโอสาววัยเพียง 20 ปีอย่าง ป๋อมแป๋ม-แทนรัก อัศวเลิศลักษณ์ นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความเก๋มีสไตล์ทำให้เธอมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากกว่า 77,000 คน แต่อีกหนึ่งแง่มุมที่คนติดตามไม่ใช่แค่ผลงานในวงการบันเทิงแต่คือการท่องเที่ยวพร้อมความสดใสที่ส่งพลังบวกให้หลายคนต้องกดติดตาม เสน่ห์จุดนี้ผลักดันให้ป๋อมแป๋มเป็นมากกว่าอินฟลูเอนเซอร์ทั่วไป แต่คือสาวรุ่นใหม่ที่กล้าเผชิญโลกได้อย่างสดใสในสไตล์ของตัวเอง

     จุดเริ่มต้นความชื่นชอบในการท่องเที่ยวของป๋อมแป๋มเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเด็ก เธอนิยามเส้นทางการเติบโตว่า “โตมากับน้ำ” เด็กน้อยหน้าตาน่ารักเติบโตมาพร้อครอบครัวที่มีความสุขกับท้องทะเล ครอบครัวเธอไปทะเลกับแทบทุกอาทิตย์ และคุณพ่อก็เปิดประสบการณ์ให้เด็กผู้หญิงก้าวเข้าสู่โลกเอ็กซ์ตรีมเบื้องต้นด้วยการพาป๋อมแป๋มไปขับเจทสกี ตรงนี้ถือเป็นการเริ่มหล่อหลอมตัวตนของป๋อมแป๋มให้กลายเป็นเด็กสาวผู้ชอบผจญโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับน้ำสีฟ้าใส แสงแดดตามชายหาด และหาดทรายอันนุ่มนวลของประเทศไทย

     เที่ยวไม่ใช่แค่หาความสุขแต่คือการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต...ป๋อมแป๋มเล่าให้เราฟังว่า “แป๋มชอบไปเที่ยวธรรมชาติแบบลุยๆ ชอบคุยกับคนท้องถิ่น เราอยากให้ตัวเองเจอโลกที่เราไม่ได้เห็นหรือเผชิญโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน” มากไปกว่าการเปิดประสบการณ์เธอยังมีแพลนพิเศษสำหรับทุกทริปที่ขาดไม่ได้คือ “ดูพระอาทิตย์ตก” ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ป๋อมแป๋มจะไม่พลาดแม้แต่ทริปเดียว การเก็บช่วงเวลาที่ตัวเองชื่นชอบจากหลายสถานที่เปรียบเสมือนการบันทึกความทรงจำและสามารถใช้เป็นหมุดทางความทรงจำให้นึกถึงการเที่ยวแต่ละสถานที่ได้เสมอ “มันดูสวยไปหมดเลย แป๋มว่ามันเป็นช่วงเวลาต้องมนต์ของแต่ละทริปเลยล่ะ”

     ต่อเนื่องจากไลฟ์สไตล์การเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์และพระอาทิตย์ยามเย็นที่ตรึงใจป๋อมแป๋มได้เสมอ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ป๋อมแป๋มรักการเที่ยวคงขาดเรื่องการเรียนรู้ไปไม่ได้ แน่นอนว่าเด็กสาวคนนี้ใช้ช่วงเวลาการพักผ่อนให้เกิดประโยชน์ได้อย่างน่าประทับใจ โดยเธอบอกกับเราว่า “ในวัยนี้แป๋มอยากให้ทริปการเที่ยวเป็นการเรียนรู้มากกว่าพักผ่อน มันทำให้เรารู้จักโลก รู้จักคน และรู้จักตัวเองมากขึ้น แล้วยังสนุกไปพร้อมกันอีกด้วย” ต้องบอกว่ามุมมองแบบนี้สะท้อนเห็นถึงการเรียนรู้สำหรับโลกยุคโมเดิร์นที่องค์ความรู้ทางความคิดและความฉลาดด้านอารมณ์จะต้องพัฒนาผ่านประสบการณ์ชีวิต ไม่ใช่เพียงการนั่งพากเพียรเรียนหนังสือในห้องเรียนเท่านั้น เพราะความสนุกจะเพิ่มขีดจำกัดการเรียนรู้ได้มากขึ้นอย่างน่าแปลกใจ

     เมื่อโควิดเข้ามาการท่องเที่ยวก็เปลี่ยนไป ป๋อมแป๋มก็ต้องเปลี่ยนตาม การล็อคดาวน์เหมือนพานักท่องเที่ยวเข้าสู่ช่วงเวลาอันหดหู่ “แป๋มเป็นคนไม่ติดบ้านเลย พอต้องอยู่บ้านนานๆ ก็เริ่มฟุ้งซ่านจนต้องทำดีท็อกซ์โซเชียลมีเดีย” ป๋อมแป๋มเผยความรู้สึกถึงช่วงการล็อคดาวน์ระยะแรกที่เปลี่ยนชีวิตเด็กชอบเที่ยวไปไม่น้อย “แป๋มดูสารคดีและรายการท่องเที่ยวไปพลางๆ แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะอยากเที่ยวกว่าเดิม” ความอึดอัดของนักเที่ยวระหว่างช่วงโควิดระบาดหนักคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คนเตรียมระบายความอัดอั้นออกมาให้เห็นกันหลังปลดล็อคดาวน์ เพราะคนชอบเที่ยวไม่ใช่แค่การดิ้นรนออกไปนอกบ้าน แต่คือตัวตนธรรมชาติของคนนั้นๆ ไปแล้ว การบีบรัดจำกัดพื้นที่ล้วนทำให้พวกเขาและเธออึดอัดเกินความอดทนอย่างไม่ต้องสงสัย

     พอสถานการณ์ผ่อนคลายลงนักท่องเที่ยวก็พร้อมออกเดินทางอย่างคึกคัก ป๋อมแป๋มก็เป็นหนึ่งในนั้น และนอกจากจะมีแพลนเที่ยวแล้วตัวป๋อมแป๋มเองยังสร้างวิถีทางการเที่ยวแบบใหม่ให้ตัวเองด้วย “ตอนนี้เรายังเที่ยวได้แค่ในประเทศ ตอนนี้เลยกำลังไล่เก็บ Unseen Thailand ให้ได้มากที่สุด ประเทศไทยมีสถานที่สวยๆ เยอะมาก” สาวนักตะลอนคนนี้มุ่งเป้าเที่ยวในประเทศให้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีระเบียบวินัยด้านความสะอาดมากขึ้นอีกด้วย “เราดูแลเรื่องความสะอาดมากขึ้น รักษาระยะห่างมากขึ้น” แต่เรื่องน่าเศร้าที่ป๋อมแป๋มต้องเจอคือ “ความเงียบเหงา” สถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนคอยเสริมชีวิตชีวาตามท้องถนนหรือจุดท่องเที่ยวสำคัญกลับเงียบหายไปทันตา ทว่ายังมีแง่มุมเชิงบวกอยู่เมื่อสถานที่ธรรมชาติทั้งสวยและเงียบสงบมาก เหมาะอย่างยิ่งหากใครอยากยากสัมผัสกับเนื้อแท้ความงามจากสิ่งเหล่านี้จริงๆ

     มุมมองในอนาคตของป๋อมแป๋มด้านการท่องเที่ยวก็น่าสนใจไม่น้อย แม้จะอายุเพียง 20 ปีแต่เชื่อเลยว่าสาวน้อยคนนี้มีประสบการณ์และองค์ความรู้พอจะบอกเราในมุมมองของเธอได้ว่าโลกจะขับเคลื่อนไปอย่างไร “ในมุมมองของแป๋ม แป๋มมองถึงโลกหลังวัคซีน ทุกอย่างคงมีสีสันยิ่งกว่าก่อนโควิดเสียอีก ณ ตอนนั้นทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวแล้วค่ะ” นอกจากนี้เธอยังบอกถึงความตั้งใจด้วยว่า “ถ้าเปิดประเทศแป๋มคงไปเที่ยวและอาศัยอยู่ต่างประเทศสักพัก อยากไปสำรวจโลกค่ะ (หัวเราะ)” ถือเป็นการเปิดใจที่ตรงไปตรงมาของสาวนักเที่ยวคนนี้ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนนัก มีแต่ความเรียบง่ายที่พาตัวตนความชื่นชอบของตัวเองก้าวสู่โลกกว้างแห่งการท่องโลกอีกครั้ง

 

     สุดท้ายป๋อมแป๋มฝากกับแฟนๆ โว้กว่า “ฝากทุกคนให้ดูรักษตัวเอง หากชอบเที่ยวธรรมชาติก็รักษาธรรมชาติไว้ด้วยนะคะ” และป๋อมแป๋มยังฝากผลงานส่วนตัวในฐานะ LINE IDOL รวมถึงมีโปรเจกต์เกิร์ลกรุ๊ปและนางเอกมิวสิกวิดีโอเพลงวัยรุ่นอีกพอสมควร ใครสนใจไลฟ์สไตล์เก๋ๆ การท่องเที่ยวเพลินๆ พร้อมทั้งความน่ารักของป๋อมแป๋ม สามารถติดตามได้ที่ @pompamworld

 

ภาพ: Courtesy of Pompamworld