FASHION

Netflix จากธุรกิจเช่า DVD สู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหนังยอดฮิตที่ฮอตสุดในโลก

คลื่นลูกใหม่ของการรับชมภาพยนตร์อย่าง Netflix สวนกระแสพร้อมวิ่งขึ้นตีคู่หนังบน Box Office ได้อย่างสูสีจนน่าตกใจ ยิ่งช่วงที่ทุกคนต้องอยู่บ้านกันยาวๆ แบบนี้การได้เพลินใจไปกับออนไลน์สตรีมมิ่งบนแอพพลิเคชั่นจึงถือว่าช่วยจรรโลงใจได้มากทีเดียว หากใครจะไปคิดว่า Netflix ที่กำเนิดขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการให้เช่า DVD โดยป้อนคำสั่งผ่านอินเตอร์เน็ตและส่งสินค้าจากไปรษณีย์ในวันนั้นจะก้าวมาเป็นผู้นำบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ทำเอาพลิกโฉมพฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์ของคนทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัดและถนัดตา

 

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Netflix ถูกสตรีมดีเป็นเทน้ำเทท่าย่อมเกี่ยวเนื่องจากการบริโภคของกลุ่มคนที่มีการปรับเปลี่ยนเช่นเดียวกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะไม่ถึงขั้นเรียกว่าพลิกจากฝ่ามือเป็นฝ่าเท้า แต่เด็กยุค 4.0 รุ่นใหม่อาจชื่นชอบความสะดวกรวดเร็วเสียละมากกว่า แต่แน่นอนว่าไม่มีทางที่ภาพยนตร์ Box Office จะหายไป สิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เหล่านี้มีเอกลักษณ์คือความคลาสสิกที่ Netflix ไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าแข่งกันเรื่องความสะดวกและเข้าถึงง่ายคงไม่ต้องบอกว่าอย่างไหนดีกว่ากัน

เครดิตภาพ Reed Hastings: Popular Information

อย่างที่เรากล่าวไป Netflix กำเนิดขึ้นจากการเป็นบริษัทผู้ให้เช่า DVD ในปี 1997 โดยมีโมเดลทางธุรกิจที่แปลกใหม่และแตกต่างจากการให้เช่า DVD ทั่วไป คือคุณสามารถสั่งบริการยืมได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ในขณะเดียวกันบริษัทก็จะส่ง DVD ไปให้คุณผ่านทางไปรษณีย์ แต่หากการได้รับตัว DVD คืนจากลูกค้าก็ยังคงเกิดความล้าช้าด้วยระบบขนส่งในสมัยนั้น และนั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาในหลายๆ ครั้งตามมา แน่นอนว่าแม้จะมีโมเดลทางธุรกิจแบบที่ 2 อย่างการให้เสียค่าสมาชิกแบบรายเดือนในปี 1999 แต่ก็ยังคงเกิดวิกฤตไม่หยุดหย่อนเช่นกัน แต่ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอเมื่อ Netflix ยังเคี่ยวเข็ญตัวเองให้ผ่านกันมาได้ 1 ปีหลังจากนั้น Reed Hastings ซีอีโอของบริษัทหันมาอุดรอยรั่วของโมเดลนี้ด้วยการพัฒนาและทุ่มเทในส่วนของระบบ Movie Recomendation ที่ไว้ใช้สำหรับแนะนำภาพยนตร์น่าดู แน่นอนว่าระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากและทำเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญบนสังเวียนศึกอย่าง Blockbuster ไปได้อย่างสวยงาม 

 

Netflix ไม่ได้หยุดแค่นี้ เพราะเมื่อซีอีโอ รีด คาดการณ์ต่อไปในอนาคตว่าพฤติกรรมการดูหนังของคนไม่มีทางหยุดนิ่งและย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลกเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ปี 2007 จึงเกิดโมเดลทางธุรกิจแบบที่ 3 ที่หารู้ไม่ว่ามันจะกลายเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งในยุคปัจจุบันนั่นคือการเปิดบริการออนไลน์สตรีมมิ่งบนอินเตอร์เน็ต เมื่อโมเดลนี้ไม่ใช่แค่มั่นคงแต่หากมีแววว่าจะช่วยดึงเอากราฟตัวเลขพุ่งทะยานขึ้นได้เรื่อยๆ จากนั้น 3 ปี Neflix จึงเริ่มเดินทางท่องออกสู่โลกกว้างด้วยการบุกตลาดนอกประเทศโดยริเริ่มให้ใช้บริการในประเทศแคนาดาเป็นครั้งแรก ตามด้วยประเทศต่างๆ ในแถบอเมริกาใต้ และปัจจุบันที่ครอบคลุมถึง 190 ประเทศทั่วโลก โดยมีประเทศไทยเราเป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน

เครดิตภาพ Stranger things: Medium

ไม่ใช่แค่เป็นพื้นที่ฟีดหนังให้กับคนดู แต่ Netflix ก้าวออกจากการ (เคย) เป็นผู้ตามสู่ผู้นำที่แท้จริงอย่างการผลิตคอนเทนต์ขึ้นเพื่อสร้างเทรดมาร์กและความเป็นออริจินัลของตัวเอง โดยมีซีรีส์เรื่อง House of card เป็นซีรีส์เรื่องแรกภายใต้หลังคาของ Netflix ในปี 2013 จากที่เมื่อก่อนภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่คนชมมากที่สุดกลับมาจากค่ายอื่นที่เขาซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉาย หาก Netflix Original ที่ดูจะสร้างชื่อเสียงให้ยอดคนดูและคนสตรีมมิ่งทะลุขึ้นหลายล้านคนคงหนีไม่พ้นซีรีส์ย้อนยุคแนว Horror อย่าง Stranger things ที่ส่งให้นักแสดงวัยรุ่น Millie Bobbie Brown ขึ้นแท่นเป็นนางเอกอายุน้อยที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ รวมไปถึงซีรีส์แนวดราม่าเรื่อง 13 Reasons why ที่ทำเอาคนทั่วโลกต้องหันมาตั้งคำถามเรื่องการ “บูลลี่” กันอีกครั้งหนึ่ง

เครดิตภาพ Olivia Coleman จากภาพยนตร์ The Crown: The Irish sun

ไม่ใช่แค่เนื้อหนังเท่านั้นที่จะได้เห็นความมากหน้าหลายตาของคอนเทนต์ที่ Netflix ต้องการที่จะผลิตเพื่อป้อนผู้ชมทั่วโลก แต่ฝั่งด้านคนแสดงที่แน่นอนว่าไม่ใช่ดาราปลายแถวหากหลากหลายครั้ง Netflix พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ค่ายนี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง แต่พลังและความสามารถในการผลิตหนังก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร การได้ตัวนักแสดงจากโลกฮอลลีวู้ดมาร่วมงานย่อมไม่ใช่แค่โชว์พลังด้านเม็ดเงินในการลงทุนเท่านั้น แต่เมื่อค่ายโชว์ทักษะแล้วว่าตัวเองก็มีกึ๋นไม่ต่างกันนั่นแหละจึงเป็นการกรุยทางให้นักแสดงฮอลลีวู้ดเริ่มหันมาชิมลางทางนี้บ้าง คนดังอย่าง Sandra Bullock และ Sarah Paulson รับบทพี่น้องในภาพยนตร์ดราม่าระทึกขวัญเรื่อง Bird Box หรือจะเป็นซีรีส์จากเรื่องจริงของราชวงศ์อังกฤษ The Crown ที่ส่งให้นักแสดงแถวหน้าอย่าง Claire Foy และ Olivia Colman ชนะรางวัล Golden Globe Awards ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ส่วนรางวัลตัวแรกที่ Netflix คว้าไปครองคือ Academy Awards (Oscars) ในสาขาสารคดีสั้นยอดเยี่ยมกับภาพยนตร์เรื่อง The White Helmets

เครดิตภาพยนตร์ Extraction เรื่องล่าสุดจาก Netflix Original: Netflix

คุณอาจคิดว่าหรือ Netflix เป็นพื้นที่ที่ดีกับการผลิตซีรีส์ขายเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า เพราะอย่างไรเสียซีรีส์เหล่านี้ย่อมต้องวนอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์หรือบนหน้าจอโทรทัศน์ที่ไม่ใช่ Box Office เท่านั้น แต่คำตอบคือเปล่าเลย เพราะการสวนกระแสของ Netflix ที่ตั้งตนเริ่มผลิตภาพยนตร์ด้วยตัวเองกลับเกิดคำถามมากมายหลายครั้งต่อค่ายทำหนังในปัจจุบันว่าการลงทุนทั้งหมดเพื่อขึ้น Box Office หรือขายแผ่นละประมาณ 10 กว่าเหรียญจะคุ้มกว่ารายได้จากคนที่จะเข้ามาสตรีมหนังผ่านออนไลน์หรือไม่ ขณะเดียวกันอีกหลายคำถามก็อาจมุ่งไปอยู่ที่ตัวนักแสดงเองเช่นกัน ถ้าคุณไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญในแง่ว่าจะต้องได้รับการพีอาร์อย่างยิ่งใหญ่หรือกังวลใจว่าจะต้องมีหน้าตัวเองเด่นหราอยู่บนโปสเตอร์ เพราะกลับกัน Netflix ถือเป็นแพลตฟอร์มที่เหล่านักแสดงจะได้โอกาสในการถูกสตรีมมิ่งตลอดเวลา อาจพูดได้ว่าลดทั้งความกดดันและความแป้กของรอบการฉายภาพยนตร์ที่บางเรื่องเล่นใหญ่เกินตัวไปได้มากโขเลยทีเดียว

เครดิตภาพ Netflix: q97.7

แน่นอนแหละว่ากลิ่นอายของความคลาสสิกในการไปยืนคอยืดคอยาวตั้งคอตั้งบ่าดูรายชื่อภาพยนตร์บน Box Office หรือกลิ่นหอมของป็อปคอร์นด้านหน้าที่ขายตั๋ว แม้แต่กลิ่นเบาะนั่งภายในโรงภาพยนตร์ที่เสน่ห์ตรงนี้ Netflix อาจไม่สามารถทำได้ แต่กลับกันถ้าพวกคนยุคใหม่ที่สนใจแค่โลกโซเชียลมิเดียมากกว่าโลกของ Social Gathering งั้นพูดเลยว่า Netflix ถือว่าตอบโจทย์เด็กยุคนี้ได้อย่างถูกต้องที่สุด 

 

เราไม่ได้พูดว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งนี้ดีกว่าหรือด้อยกว่าแพลตฟอร์มการดูหนังแต่อย่างใด แต่ถ้าหากเล่าถามถึงความเหมาะสมต่อโลกโซเชียลมิเดียที่ผู้คนจับจ้องและจดจ่อกันแต่อยู่บนหน้าสมาร์ทโฟนต้องพูดเลยว่าความฉลาดของ Netflix คือความสะดวกและรวดเร็วดูที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าวิน-วิน ที่สุดสำหรับยุคสมัยนี้

voguefreemay2020

คีย์เวิร์ด: Netflix movie series เน็ตฟลิกซ์