FASHION

หยาบคายแต่ไม่หยาบโลน...เปิดโลกของ ‘น้าค่อม’ ตลกอัจฉริยะผู้สร้างตำนานความฮามามากกว่า 30 ปี!

ดาวตลกผู้ผ่านผลงานมาทุกรูปแบบ จนกลายเป็นตำนานที่หลายคนให้ความเคารพนับถือ

     หากจะพูดถึงดาวค้างฟ้าในวงการบันเทิง แง่มุมของดาราตลกเป็นแง่มุมที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมบันเทิงประเทศไทย เพราะความสำคัญของการเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคือเอกลักษณ์ที่สามารถผสมผสานกับทุกรูปแบบความสนุกได้ทุกยุคทุกสมัย ความอมตะนิรันดร์กาลของตลกกลายเป็นหนึ่งในรากฐานวัฒนธรรมให้ดาวตลกหลายคนกลายเป็นบุคคลสำคัญของวงการ และนั่นรวมถึง “น้าค่อม” สุดยอดดาวตลกชื่อดังที่เรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมมานานหลายทศวรรษ วันนี้เขาได้จากเราไปด้วยโรคโควิด-19 โว้กจึงจะพาทุกคนไปย้อนชมผลงานพร้อมถอดรหัสว่าทำไมน้าค่อมถึงเป็นยิ่งกว่าดาวตลก แต่เป็นดาวเด่นแห่งวงการบันเทิงไทยในทุกแง่มุม

น้าค่อม (ซ้าย) ในยุคเล่นตลกคาเฟ่ช่วงแรก / ภาพ: คาเฟ่รามา

     น้าค่อม หรือ อาคม ปรีดากุล เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2501 พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนจังหวัดอยุธยา ซึ่งรากฐานดั้งเดิมการเป็นตลกของน้าค่อมนั้นเรียกว่าเติบโตในยุคคาเฟ่กำลังเฟื่องฟู คำว่า “น้าเหยิน” กลายเป็นคำติดปากที่นิยามแทนตัวเขาด้วยลักษณะทางกายภาพที่จดจำได้อย่างง่ายดาย สมัยนั้นหลายคนจะจดจำได้จากบันทึกวิดีโอต่างๆ ว่าจะมีตลกบทบาทตัวเดินเรื่องอย่างโป๊งเหน่ง(ในตอนนั้นคือศักดิ์ ชวนชื่น)เป็นผู้ขับเคลื่อนในยุคเดียวกับน้าเหยินอยู่บ่อยครั้ง แถมยังมีตัวเข้าเซตอย่างหลุยส์ ชวนชื่น แป๋ว บ้านโป่ง รวมถึงพ่อดม ชวนชื่นผู้ก่อตั้งคณะ และดาวตลกอีกหลายต่อหลายคน น้าค่อมหรือน้าเหยินในยุคนั้นค่อยๆ สร้างชื่อด้วยความสามารถที่หลากหลาย รับบทบาทได้หลายตำแหน่ง ทั้งตัวโดน ตัวชง รวมถึงตัวปูเรื่องในบางโอกาส ช่วงคาเฟ่รุ่งเรืองถือเป็นช่วงเวลาทองที่น้าค่อมเริ่มสร้างชื่อและแสดงให้เห็นแววในการเป็นดาวตลกระดับชั้นนำของวงการบันเทิงไทย

น้าค่อมสมัยเล่นตลกคาเฟ่ที่มาพร้อมฉายา น้าเหยิน / ภาพ: เพจภาพในอดีตหายาก โปรดแชร์ให้ลูกหลานดู

     เพราะมีคาเฟ่จึงมีน้าค่อม หลายคนอาจจดจำภาพเขาในฐานะดาราตลกสายโทรทัศน์และภาพยนตร์ แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานเขาจริงๆ ต้องบอกว่าเวทีคาเฟ่ในช่วงยุค 2530 ถือเป็นบันไดก้าวสำคัญที่ส่งน้าค่อมมาถึงเส้นทางจอแก้วและจอเงิน ตลกคาเฟ่ดึงศักยภาพของดาวตลกผู้นี้ออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ไหวพริบ ทักษะการพูด มุขตลกอันโดดเด่น และการวาดลวดลายบนเวทีด้วยภาษากาย ทั้งหมดน้าค่อมทำได้อย่างสมบูรณ์แบบและกลายเป็นตลกคาเฟ่ที่ถือว่าเป็นดาวดังและเป็นตัวชูโรงสำคัญของคณะชวนชื่นในยุคหนึ่งเลยทีเดียว

น้าค่อมกับบทบาท จุก เบี้ยวสกุล มือระเบิดสุดฮา (คนที่ 2 จากซ้าย) ในภาพยนตร์เรื่อง 7 ประจัญบาน / ภาพ: สหมงคงฟิล์ม

     ผลงานจอเงินแจ้งเกิดก็ระเบิดเสียงฮาทันที...น้าค่อมก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในความทรงจำของใครหลายคนคือเรื่อง 7 ประจัญบานในปี 2545 กับบทบาท จุก เบี้ยวสกุล ที่เรียกเสียงฮาจนทุกคนจำได้ทันที คำสบถต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างพอดิบพอดี การใช้คำหยาบคายในภาพยนตร์ที่ทำให้ดูสนุก สะใจ ในขณะเดียวก็ไม่ได้ทำลายรสชาติของภาพยนตร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่น้าค่อมก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ ทว่าหากย้อนกลับไปภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตน้าค่อมนั้นไม่ใช่ 7 ประจัญบานแต่อย่างใด เพราะเขาเคยรับบท ใบ ในภาพยนตร์เรื่อง กลิ่นสีและทีแปรง จากค่ายสหมงคลฟิล์มมาแล้วเมื่อปี 2539 เพียงแต่ยังไม่สร้างชื่อเท่ากับมือระเบิด จุก เบี้ยวสกุลนั่นเอง

น้าค่อมในภาพยนตร์เรื่องแสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้าที่หลายคนยกให้เป็นภาพยนตร์ที่น้าค่อมท็อปฟอร์มที่สุด / ภาพ: Sanook

     ก้าวกระโดดมาในปี 2548 จุก เบี้ยวสกุลในเรื่องเรื่อง 7 ประจัญบานยังคงสร้างความฮาต่อเนื่องในภาค 2 และมีภาพยนตร์เรื่องพยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้คนจดจำน้าค่อมและดาวตลกในเรื่องนั้นในรูปแบบของ “ตลกกวนส้น...” ความยียวนกวนประสาทพร้อมมุกตลกชวนขำแบบสั่นประสาททำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กลับมาฉายบนหน้าจอโทรทัศน์บ่อยครั้งแม้จะไม่ใช่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ถัดมาในปี 2549 เขารับบทในภาพยนตร์ที่มีชื่อ “ส่ายหน้า” อีกครั้งกับแสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้าที่เขาระเบิดฟอร์มฉีกทุกบรรทัดฐานความตลก น้าค่อมเข้าขากันดีกับโก๊ะตี๋ และมีดารานำอย่าง แดน-วรเวช ดานุวงศ์ มารับบทนำรับ-ส่งมุกในเรื่องได้อย่างดี และด้วยมุกตลกสุดคลาสสิกทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการตัดฉากตลกของน้าค่อมกลับมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ว่าจะเป็นมุก “ช้างซ่อนงา” หรือจะเป็น “มุกเหล็กไหล” แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานกว่า 15 ปีแต่เราเชื่อว่าหลายคนยังจำวลีเด็ดของน้าค่อมจากเรื่องนี้ว่า “ไอ้สอง...ให้พี่เดินสะดวกเถอะ” ได้อย่างแม่นยำแน่นอน

น้าค่อม (คนที่ 2 จากซ้าย) ร่วมฉากกับ โรเบิร์ต สายควัน (ซ้าย) บอล เชิญยิ้ม (ขวา) และ เบลล่า-ราณี แคมเปน (คนที่ 2 จากขวา) ในภาพยนตร์เรื่องอีเรียมซิ่ง / ภาพ: ข่าวสด

     หลังจากเรื่องนี้น้าค่อมก็รับบทบาทหลากหลายตั้งแต่บทนำ บทรอง นักแสดงรับเชิญและอีกมากมายในภาพยนตร์เกือบ 100 เรื่อง ตัวอย่างผลงานของน้าค่อมเช่น ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น, อีส้ม สมหวัง, เทวดาตกมันส์, หัวหลุดแฟมิลี่, หลวงพี่เท่ง 2, บุปผาราตรี, สุดเขต สเลดเป็ด, เท่ง โหน่ง จีวรบิน, Die Tomorrow, ไบค์แมน รวมถึง อีเรียมซิ่ง ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ทุกเรื่องน้าค่อมสร้างความสมดุลให้กับเรื่องได้อย่างดี เรื่องใดเป็นภาพยนตร์ตลกก็เน้นมุกใส่เต็มแบบไม่ยั้ง หากเรื่องใดมีการวางเส้นเรื่องชัดเจนเขาก็กลายเป็นตัวเสริมคอยส่งความสนุกให้ตัวเรื่องไม่เรียบแบนจนเกินไป เรียกว่าเขาเป็นตลกที่ไม่ได้ขยี้มุกจนเสียรสชาติภาพยนตร์ แต่เป็นส่วนผสมเข้มข้นที่ช่วยให้เรื่องราวต่างๆ กลมกล่อมขึ้น

น้าค่อม (ขวา) ในบทบาทแขกรับเชิญในการโทรทัศน์ / ภาพ: Star E News

     ผลงานด้านโทรทัศน์ก็โดดเด่นไม่แพ้ภาพยนตร์ เพราะน้าค่อมก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นในฐานะดาราตลกที่ใครก็ต้องการตัว ต้องบอกว่าหากใครอยากผลิตผลงานตลกสักเรื่องก็ต้องนึกถึงน้าค่อมเป็นชื่อลำดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานบนจอโทรทัศน์จำนวนนับไม่ถ้วนทั้งละครซิทคอมและซีรีส์ต่างๆ ทำให้ภาพจำของน้าค่อมยังคงอยู่ในใจแฟนๆ บันเทิงชาวไทยไม่เปลี่ยนแปลง คาแรกเตอร์เขาไม่เคยผลัดเปลี่ยนไปมากนัก ยังคงเป็นน้าค่อมที่คงไหวพริบความสามารถด้านการเล่นมุกและใบหน้าอันยิ้มแย้มแจ่มใส เพียงแต่อาจจะลดความหยาบคายเพื่อล้อไปกับข้อจำกัดของรายการโทรทัศน์มากยิ่งขึ้น

น้าค่อมในรายการขบวนการโจ๊กเกอร์ที่ถือเป็นรายการสุดท้ายก่อนเสียชีวิต / ภาพ: Workpoint

     “สุดยอดดาวตลกที่หลายคนเฝ้ารอทุกสัปดาห์” วลีนี้เกิดขึ้นเมื่อน้าค่อมในยุคหลังมีโปรเจกต์ทำรายการตลกรายสัปดาห์เรียกเสียงหัวเราะกับทีมตลกซูเปอร์สตาร์แห่งยุคทั้ง บอล เชิญยิ้ม, แจ๊ส ชวนชื่น, นุ้ย เชิญยิ้ม, โรเบิร์ต สายควัน รวมถึงตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง ในรายการบริษัทฮาไม่จำกัด เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนแบบรายสัปดาห์ มาพร้อมมุกทันสมัย ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เรื่องราวต่างๆ ถูกออกแบบมาให้น้าค่อมและเพื่อนร่วมทีมรังสรรค์ความฮาแบบไร้ขีดจำกัด เพียบพร้อมไปด้วยแขกรับเชิญหลากหลายรูปแบบมาเผยความฮากันไม่ยั้ง ต่อยอดจนมาถึงขบวนการโจ๊กเกอร์ที่หลายคนยังคงประทับใจกับทีมเดิมจากบริษัทฮาฯ และติดตามพวกเขามาตลอด ด้วยการวางตัวและส่งเสริมรุ่นน้องอยู่เสมอ แน่นอนว่าน้าค่อมคือกุญแจแห่งความสำเร็จของตลกรุ่นน้องในยุคใหม่ด้วยเหมือนกัน

ความทุ่มเทของน้าค่อมในบริษัทฮาไม่จำกัด / ภาพ: Zense Entertainment

     “หยาบคายแต่ไม่หยาบโลน” พูดถึงสไตล์ของน้าค่อมกันบ้าง แน่นอนว่าตลกคาเฟ่สมัยก่อนถูกวิจารณ์มากเรื่องความหยาบคาย แต่ทั้งหมดคือบทบาทที่ทุกคนแสดงออกมาเพื่อความบันเทิง แท้จริงแล้วน้าค่อมนั้นเป็นคนสุภาพอ่อนน้อมอย่างมาก การเล่นมุกหยาบคายและคำพูดติดปากว่า “ไอ้สัตว์” มาจากคาแรกเตอร์การแสดง เราจะเห็นน้าค่อมเป็นที่เคารพและมีการขอโทษขอโพยกันหลังเล่นตลกอยู่เสมอ รอยยิ้มและการส่งเสริมตลกรุ่นน้องยิ่งแสดงให้เห็นว่าความนิ่มนวลในอีกมุมหนึ่งของน้าค่อมทำให้เขารั้งสถานะความเป็นดาวตลกค้างฟ้าได้จนถึงปัจจุบัน

น้าค่อมจากภาพยนตร์เรื่องไบค์แมน ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์เรื่องท้ายๆ ในชีวิต / ภาพ: Workpoint

     “อัจฉริยะผู้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” ลองจินตนาการว่าต้องเล่นภาพยนตร์ทั้งเรื่อง จำสคริปต์รายการทุกสัปดาห์ แต่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้นั้นยากเพียงใด น้าค่อมคืออัจฉริยะคนดังกล่าว เขาคือผู้ที่สามารถใช้ความลื่นไหลและจังหวะจะโคนการพูดโดยเน้นโครงหลักของเส้นเรื่องได้โดยไม่ต้องอ่านและเขียน อาศัยการจำทั้งหมดจากคำพูด หลายคนอาจจะมองว่านี่คือจุดด้อยแต่น้าค่อมกลับสร้างให้เป็นจุดเด่นเพราะความพิเศษในการจดจำบทของเขานั้นทำให้ทุกอย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ตรงนี้เองถือเป็นเสน่ห์ที่หลายคนซึบซับคาแรกเตอร์ของน้าค่อมมาตลอดโดยอาจไม่รู้ถึงที่มาความลื่นไหลว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น

ภาพความน่ารักของน้าค่อมและภรรยา / ภาพ: Thairath

     อย่างที่กล่าวไปว่าน้าค่อมหยาบคายในบทบาทเท่านั้น ชีวิตส่วนตัวเขาเป็นผู้ใหญ่ในวงการที่ทุกคนเคารพรักเสมอ ไม่ว่าจะนักแสดงตลกด้วยกันหรือคนในวงการเองก็ให้ความนับถือต่อตำนานตลกผู้นี้ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้เห็นความเคอะเขินในการให้สัมภาษณ์ของนักแสดงผู้พูดว่า “ไอ้สัตว์” จนเป็นคำติดหูของคนทั้งประเทศ แต่เพราะเขามีการให้เกียรตินอบน้อมต่อทุกคนจึงกลายเป็นที่รัก และความมั่นใจในการแสดงออกเพราะตัวเขาเองเคยกล่าวว่าตนพูดไม่เก่งและความรู้ก็น้อยจึงไม่รู้ว่าจะให้สัมภาษณ์อะไรดี ความอ่อนน้อมถ่อมตนตรงนี้แม้จะเป็นรุ่นใหญ่ในวงการยิ่งทวีความรักในจิตใจของทุกคนอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ



การให้สัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของน้าค่อมที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนทั้งประเทศแม้ตนจะเผชิญสถานการณ์อันยากลำบาก / วิดีโอ: Ch3ThailandNews

     ช่วงสุดท้ายของชีวิตมาเร็วจนทุกคนใจหาย...น้าค่อมติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาวันที่ 12 เมษายนและอาการเริ่มทรุดหนักลงเรื่อยๆ ก่อนจะเสียชีวิตในช่วงเช้าของวันที่ 30 เมษายน สร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนบันเทิงทั่วทั้งประเทศไทย การให้สัมภาษณ์สุดท้ายกับหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ปิดท้ายด้วยความฮากับคำพูดติดปาก “ไอ้สัตว์” นั้นเป็นภาพจำสุดท้าย วันนี้เราคงได้แต่หวนย้อนดูความบันเทิงต่างๆ ที่น้าค่อมมอบให้กับเราตลอดหลายทศวรรษ แต่เชื่อว่าทุกคนจะจำดาวตลกผู้สร้างบรรทัดฐานการใช้คำหยาบคายแต่ไม่หยาบโลนให้กับวงการบันเทิงไทยได้อย่างแน่นอน โว้กขอร่วมไว้อาลัยแด่การจากไปของน้าค่อมด้วยวัย 62 ปีอย่างสุดซึ้ง