FASHION

Max Mara เดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ 'CameLux' เพื่อเป้าหมายการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

     โลกยุค 2020 ประเด็นอันดับหนึ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาหลากหลายรูปแบบถาโถมเข้าโจมตีมนุษย์จากสาเหตุการทำลายธรรมชาติด้วยน้ำมือมนุษย์เอง วันนี้ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้อย่างจริงจัง โลกแฟชั่นเองก็ต้องปรับตัวตามสมัยนิยม เมื่อความฟุ่มเฟื่อยในการใช้ทรัพยากรไม่ตอบโจทย์กระแสโลกยุคใหม่อีกต่อไป Max Mara คือแบรนด์ที่ก้าวเข้ามาสร้างจุดยืนสำคัญให้ตัวเองในเรื่องนี้พร้อมประกาศโปรเจกต์ “CameLux” โปรเจกต์พิเศษสำหรับจัดการปัญหาโดยเฉพาะ

เสื้อโค้ตเส้นใยพิเศษที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้

     โปรเจกต์นี้เริ่มต้นมาจากการเล็งเห็นถึงปัญหาอันใหญ่ในวงการแฟชั่นที่รวดเร็วขึ้นทุกทีทั้งการซื้อขายเองหรือจำนวนครั้งในการใช้เสื้อผ้าเริ่มไม่สอดคล้องกับวิถีของโลกที่ควรจะเป็น ฟาสต์แฟชั่นเอยหรือรสนิยมการใช้ของแล้วทิ้งถือว่าเป็นจุดที่เพิ่มภาระให้โลกโดยไม่รู้ตัว บางคนอาจจะคิดว่าคนละนิดคนละหน่อยไม่น่าจะทำความเดือดร้อนให้โลกขนาดนั้น แต่ถ้าทุกคนคิดเช่นนี้ปริมาณของภาระจะหนักอึ้งจนโลกแบกรับไม่ไหว แบรนด์แม็กซ์ มาร่าจึงเล็งเห็นจุดนี้และสร้างความตระหนักให้กับแฟนตัวยงของแบรนด์รวมถึงตัวแบรนด์เองเรื่อง “อัพไซเคิล” ซึ่งถือเป็นวิธีการเบื้องต้นในการสร้างความเป็นมิตรให้แก่สิ่งแวดล้อมและแน่นอนว่าต้องหมุนเวียนวัสดุในอุตสาหกรรมแฟชั่นให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสื้อโค้ตสีเบจ อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของ Max Mara ที่ผลิตด้วยวัสดุพิเศษ

     และหากพูดถึงกระบวนการอัพไซเคิลให้จริงจังขึ้นอีกนิดทางแม็กซ์ มาร่าต้องการนำวัสดุต่างๆ ของแบรนด์กลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบที่แตกต่างจากแค่การใช้ซ้ำหรือนำไปรีไซเคิลทั่วไป เพราะฉะนั้นวัสดุต่างๆ จะถูกนำมาออกแบบผสมผสานกันเพื่อความสดใหม่มากขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นแนวทางการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและเพิ่มขีดจำกัดการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด จุดนี้เองจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทางแบรนด์ไม่ใช่แค่เริ่ม...แต่ต้องการผลักดันให้โปรเจกต์เดินหน้าโดยเร็ว ตอนนี้โลกแย่ลงทุกทีมัวเสียเวลารอไม่ได้แล้ว

หมวกใบเก๋จากโปรเจกต์ CameLuxe ของ Max Mara

     เทคโนโลยีแบบใหม่ “CameLux” คือความแตกต่างที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของแม็กซ์ มาร่าครั้งนี้ ทางแบรนด์ได้ร่วมมือกับ “Camera Nazionale della Moda” เพื่อร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าจากวัสดุรีไซเคิล โดยเป้าหมายรูปธรรมของโปรเจกต์นี้คือลดปริมาณขยะและส่งเสริมการหมุนเวียนวัสดุในอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งกระบวนการผลิตประกอบด้วย รวมและคัดแยกวัสดุเหลือใช้จากโรงงานในอิตาลี นำวัสดุเหล่านี้ไปแปรสภาพเป็นเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูง และนำไปผสมกับเส้นใยโพลีเอสเตอร์พร้อมกับสร้างฉนวนความร้อน ยิ่งเมื่อดำเนินการอย่างถูกต้องก็จะได้ผ้าผืนใหม่ที่คุณภาพดีกว่าเดิม

Max Mara พิสูจน์ว่าวัสดุรักษ์โลกก็สามารถลงสีจัดจ้านแบบสีแดงได้ ไม่จำเป็นต้องมีแค่สีขาว ดำ เบจ หรือสีพื้นอื่นๆ เท่านั้น

     สิ่งนี้ได้รับการจดสิทธิบัตรจึงทำให้แบรนด์ดังจากอิตาลีสามารถสร้างสรรค์เส้นใยยืดหยุ่นสูงและสร้างความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญกระบวนการผลิตยังส่งผลเสียกับโลกด้วยปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงาน การจัดการของเสีย การใช้น้ำ และการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความตั้งใจเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรังสรรค์ผลงานแฟชั่นแต่ยังตระหนักถึงโลกใบนี้ทำให้แบรนด์ได้รับรางวัล CNMI in recognition for sustainability Award งาน Green Fashion Awards หลังช่วงแฟชั่นวีกจบลงเมื่อครั้งก่อนโดยมี Elia Maramonti ทายาทรุ่นที่ 3 ของ Max Mara Fashion Group ขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วยตัวเองเป็นเครื่องหมายการันตีว่าแม็กซ์ มาร่าคืออีกหนึ่งแบรนด์ที่ก้าวทันสมัยนิยม สมัยที่มนุษย์ต้องมองเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมหลังจากที่ละเลยมาเป็นเวลานาน...

คีย์เวิร์ด: #MaxMara