FASHION

ย้อนชมความยอดเยี่ยมของ Matthieu Blazy ผู้สานต่อความสำเร็จแบรนด์ Bottega Veneta

จากประสบการณ์ที่ผ่านงานแบรนด์ดังระดับโลกทำให้เขากลายเป็นหัวเรือคนใหม่ของแบรนด์ดังที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

    สาวกแฟชั่นคงไม่มีพลาดข่าวใหญ่ส่งท้ายปี 2021 อย่างการก้าวลงจากตำแหน่งของ Daniel Lee จากแบรนด์ Bottega Veneta อย่างแน่นอน หลังจากข่าวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วก็มีการคาดการณ์กันไปต่างๆ นานาว่าใครจะมารับตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ จนกระทั่งแบรนด์สัญชาติอิตาลีแต่งตั้ง Matthieu Blazy ดีไซเนอร์สายเลือดเบลเยียม หัวหน้าทีมออกแบบของแดเนียลขึ้นมาผลักดันการเจริญเติบโตตามแนวทางในปัจจุบันต่อไป หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเขาเป็นใคร ทำไมถึงได้รับการผลักดันจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่เช่นนี้ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ดีไซเนอร์บิ๊กเนมที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี แต่เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของผลงานระดับโลกมานับไม่ถ้วน

ย้อนอดีตสมัยวัยรุ่นที่ Matthieu Blazy เป็นนักศึกษาแฟชั่นที่ Ecole Nationale Supérieure des Arts Visuels de La Cambre / ภาพ: @matthieu_blazy

     ย้อนกลับไปช่วงวัย 20 ต้นๆ มาติเยอนับเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่ไฟแรงและได้รับการจับตามองจากคนดังในโลกแฟชั่นพอสมควร เพราะเขาไขว่คว้าโอกาสในการเข้าฝึกงานใน Balenciaga ภายใต้การนำทัพของ Nicolas Ghesquière ในปี 2005 อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับ John Galliano ในปีถัดมาอีกด้วย พอจบการศึกษาในปี 2007 เหมือนเส้นทางบนถนนสายแฟชั่นจะสดใสอย่างยิ่งเมื่อ Raf Simons ทาบทามเขาให้มารับผิดชอบไลน์เสื้อผ้าผู้ชายของแบรนด์ ทว่าผลงานสร้างชื่อเขาเกิดขึ้นหลังจากทำงานกับดีไซเนอร์ดังแห่งเบลเยียม แต่เป็นที่ Maison Margiela ห้องเสื้อดังแห่งเมืองน้ำหอม

Maison Margiela Artisanal คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2014 ที่สร้างชื่อให้กับ Matthieu Blazy / ภาพ: Smith Journals

     ไลน์ Artisanal คือเครื่องการันตีความสำเร็จของมาติเยอ เขาผลิไอเดียความสร้างสรรค์จนเมซงแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะหลากหลายรูปแบบ แต่คอลเล็กชั่นที่ทำให้คนจดจำมาติเยอจริงๆ  คือ คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2014 ที่เขาหยิบยกเอาธีมหน้ากากมาผสมผสานกับเสื้อผ้าสุดขบถ มาพร้อมคอนเซ็ปต์การตัดเย็บชั้นสูง คอลเล็กชั่นนี้จึงผลักดันให้มาติเยอกลายเป็นทีมเบื้องหลังที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของวงการแฟชั่น ซึ่ง Suzy Menkes เคยนิยามเขาว่า “ดีไซเนอร์ผู้โด่งดังที่ไม่มีใครรู้จัก” วลีนี้หมายถึงความเก่งกาจและมีชื่อเสียงในแวดวงด้วยกันเอง แต่ไม่มีใครนอกแวดวงเบื้องหลังเคยได้ยินชื่อเขาเท่าไรนัก

ผลงานคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2015 ในฐานะคนเบื้องหลังของ Matthieu Blazy ทืี่รังสรรค์ผลงานร่วมกับ Phoebe Philo ณ Celine / ภาพ: Gonzalo Fuentes - Reuters

     ช่วงเวลาอันน่าจดจำของมาติเยออีกหนึ่งช่วงคือการรับงานหัวหน้าทีมออกแบบของแบรนด์ Celine ภายใต้การนำทัพของ Phoebe Philo ดีไซเนอร์ผู้มีฐานแฟนคลับอันเหนียวแน่น รูปแบบการตัดเย็บที่แสดงความเฉียบคมแต่สอดแทรกด้วยความพลิ้วไหวของเสื้อผ้า อีกทั้งยังนำเสนอลุคที่เรียบง่ายดูสบายแบบ “Effortless” ตามสไตล์ของผู้อำนวยการสร้างสรรค์ ณ ขณะนั้น ด้วยผลงานชิ้นนี้เขาจึงขึ้นแท่นเป็นหัวหน้าทีมออกแบบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการแฟชั่น แต่ก็ยังไม่ใช่คนดังในที่สาธารณะเหมือนดีไซเนอร์วัยเดียวกันที่เริ่มขึ้นแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของแบรนด์ใหญ่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Pieter Mulier หนุ่มคู่ใจผู้สร้างสรรค์ผลงานให้กับ Alaïa อยู่ในปัจจุบัน

ผลงานการออกแบบกลิ่นอายอเมริกันที่ Matthieu Blazy รังสรรค์ขึ้นภายใต้การดูแลของ Raf Simons ในแบรนด์ Calvin Klein / ภาพ: Fashionista

     ก้าวกระโดดจากยุโรปสู่นิวยอร์ก...เขาไม่ได้หยุดเส้นทางแฟชั่นแค่ในยุโรปเท่านั้น ดีไซเนอร์เลือดใหม่ชาวเบลเยียมมีโอกาสร่วมงานกับราฟ ซิมงส์ในฐานะบุคคลสำคัญของทีมออกแบบทั้งฝั่งเสื้อผ้าผู้ชายและผู้หญิง ถ้าใครกำลังมองหาผลงานชิ้นเด็ดที่การันตีฝีมือของเขาก็ไม่ต้องนึกยากนัก เพราะถ้าลองมองเสื้อผ้าของคาลวิน ไคลน์ในช่วงหลังจะเห็นเอกลักษณ์การออกแบบของเขาทันที และคอลเล็กชั่นตลอดการรับตำแหน่งจนถึงปี 2019 ก็เรียกเสียงฮือฮาจนสื่อแฟชั่นต้องให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องจริงๆ

เสื้อผ้าที่สะท้อนกลิ่นอายอันเด็ดชัดของ Matthieu Blazy ในโชว์ Bottega Veneta คอลเล็กชั่น Salon 03 / ภาพ: Bottega Veneta

     จากส่วนเติมเต็มสู่การเป็นหัวเรือใหญ่ของโบเตก้า เวเนต้า เขาก้าวเข้ามารับงานผู้อำนวยด้านการออกแบบของแบรนด์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งเรื่องซิลูเอต รายละเอียดการตัดเย็บ เรื่อยไปจนถึงลูกเล่นต่างๆ ที่ถูกเติมมาได้อย่างน่าสนใจ สังเกตได้ชัดที่สุดคือคอลเล็กชั่น Salon 03 ที่เขาหยิบเอาความคลีนในแบบ Effortless ที่ถนัดมาผสมผสานกับรายละเอียดความซับซ้อนของตกแต่งรายละเอียดเสื้อผ้า อีกทั้งยังสอดแทรกลุคสีสันสดใส แต่ก็ยังคงรูปแบบความโมโนโทนไว้เช่นเดิม หากใครรู้สึกว่าคอลเล็กชั่น ณ เมืองดีทรอยด์แตกต่างจากคอลเล็กชั่นอื่นพอสมควร วันนี้ก็คงทราบคำตอบกันแล้วว่าแนวทางแฟชั่นของมาติเยอแทรกตัวเข้ามาอยู่บนรันเวย์ครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย และต่อไปเราจะได้เห็นเสื้อผ้าที่สะท้อนตัวตนของมาติเยอชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเขารับตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของโบเตก้า เวเนต้า

คีย์เวิร์ด: #BottegaVeneta