FASHION

จงร้องให้ดีเพราะพวกเธอไม่สวย! MAMAMOO ม้ามืดนอกสายตาที่ตีเมนสตรีมจนแหลก

4 สาวจากวง MAMAMOO โดนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและผ่านการดูถูกมาหลายครั้งกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้

     “หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เป็นวลีที่มักจะถูกใช้ในวงการเพลงเกาหลีใต้ การร้องเพลงดี เต้นได้เก่ง อาจไม่ได้เป็นที่ต้องการมากไปกว่าการมีหน้าตาที่ดูดี พวกเขามองหาหน้าตาก่อนเป็นอันดับแรกแล้วความสามารถเหล่านั้นค่อยมาฝึกฝนเอาทีหลัง นี่คงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าในเกาหลีใต้เป็นอุตสาหกรรมยอดฮิต ถึงขนาดว่าพ่อแม่จำนวนมากต้องเก็บเงินเพื่อเป็นของขวัญให้ลูกไปศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าการมีใบหน้าดีๆ จะช่วยเปิดเส้นทางในสังคมได้มากมาย แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องผิดที่ใครๆ ก็อยากมีหน้าตาสวยงามหล่อเหลา หากว่าการให้ความสำคัญและคุณค่ากับมันมากจนเกินไปบางครั้งก็ส่งผลร้ายด้วยเช่นกัน 

ภาพ: ClashMusic

     เด็กๆ จำนวนมากฝ่าฟันอุปสรรคและการแข่งขันเพื่อให้มีโอกาสมีหน้ามีตาและเป็นไอดอลบนเวทีแห่งอุตสาหกรรมเพลง วง MAMAMOO เองคือหนึ่งในนั้น พวกเธอผ่านร้อนหนาวมานับไม่ถ้วนกว่าจะก้าวมาถึงจุดที่สว่างที่สุดในชีวิตอย่างทุกวันนี้ มามามูประกอบไปด้วย 4 สาวสุดแกร่ง HweeIn, Solar, HwaSa และ MoonByul พวกเธอคือศิลปินวงแรกของค่าย RBW Entertainment ค่ายเล็กๆ ที่ไม่ได้มีเงินทุนหนานัก และต้องเริ่มต้นทุกอย่างจากห้องใต้ดินในบ้านพัก ขณะที่สาวๆ ทั้งหมดแชร์ห้องร่วมกันบนชั้นดาดฟ้าขนาดเล็กเป็นที่พึ่งพิงระหว่างฝึกฝนการเป็นไอดอล ทุกคนผ่านการออดิชั่นมาได้ด้วยเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์เท่านั้นไม่ได้เกี่ยวกับหน้าตา เพราะทั้ง 4 สาวแทบไม่ติดโผพิมพ์นิยมเลยสักนิด ขนาดว่าต้นสังกัดเองที่เลือกให้พวกเธอเข้ามาเป็นเทรนนียังอดพูดไม่ได้ว่า “พวกเธอต้องฝึกร้องเพลงให้ดีที่สุด เพราะหน้าตาไม่สวย” 

ภาพ: Blues

     อาจเป็นเพราะประโยคนั้นจากต้นสังกัดที่ให้ทั้ง 4 สาวผ่านออดิชั่นเพราะเห็นถึงความสามารถ แต่ก็จงเกลียดหน้าตาของพวกเธอด้วยเช่นกัน ด้วยไม่สมมาตรฐานแบบที่ชาวเกาหลีใต้ชื่นชอบ ความขมขื่นต้องถูกกดทับเอาไว้และพยายามก้าวผ่านบทเรียนทั้งการร้อง การเต้น และการแร็ปมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเธอโลดแล่นผ่านการอัดเสียงและร่วมงานกับศิลปินมากมายก่อนที่จะเปิดตัวเดบิวต์อย่างจริงจัง เก็บเกี่ยวและสะสมไมล์ประสบการณ์ ผ่านการร่วมงานกับศิลปินมากมายเช่น Bumkey แห่งวง TROY รวมไปถึงหนุ่มเสียงดี K.will กระทั่งได้ฤกษ์งามยามดีพวกเธอปล่อยมินิอัลบั้มแรกในชีวิต “Hello” โดยมีซิงเกิลเดบิวต์คือ “Mr.Ambiguous” แนวเพลงที่วงเลือกเดินดุ่มๆ มานั้นไม่ใช่ป๊อปแต่เป็นฟังกี้ ติดอาร์แอนด์บี และผสมด้วยโซล ทำให้จังหวะสนุกสนานติดหู และเป็นที่พูดถึงไม่น้อย

ภาพ: Pinterest

     4 สาวจับมือกันแน่นโชว์ทั้งพลังเสียง การร้องประสาน และการแอดลิบที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถที่มีมากกว่ารูปร่างหน้าตา พวกเธอขนเพลงดังจำนวนมากทยอยขึ้นชาร์ตอย่างเมามันทั้ง “Piano Man”, "Ahh Oop!”, "Um Oh Ah Yeh”, "1cm / Taller than You” และ "You're the best” ชื่อเสียงติดหูและฐานแฟนคลับจำนวนมากทำให้พวกเธอกลายมาเป็นไอดอลที่ใครๆ ต่างคอยจับตามองเพราะรู้ดีว่าทีมนี้มีของจริงไม่จกตา แน่นอนว่าพอลางดีเริ่มปรากฏลางร้ายก็ต้องตามมา เหล่าแอนตี้แฟนเนื้อเต้นออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทุกทางเพื่อล้มล้างพวกเธอออกจากโลกเคป๊อป บ้างว่าที่พวกเธอร้องเพลงเสียงดีได้ก็เพราะท่าเต้นไม่ได้มีอะไรมาก ไปจนถึงด่าทอสมาชิกวงอย่างฮวาซาและโซลาร์ว่าหน้าตาน่าเกลียดไม่สมกับจะเป็นไอดอล จนพวกเธอต้องออกมายอมรับว่าเคยเกือบถูกค่ายไล่ออกจากวงเพราะเหตุผลนี้

ภาพ: Dingo Music

     แต่แอนตี้แฟนรู้จักสาวแกร่งทั้ง 4 น้อยไป เพราะเสียงนกกาเหล่านี้เป็นดั่งแรงผลักดันให้พวกเธอพัฒนาตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งการร้อง การเต้น การแสดง พวกเธอลับอาวุธให้คมกริบ เก็บเรียบทุกเวทีไม่เปิดโอกาสให้แอนตี้แฟนได้ออกมาต่อว่า ฮวีอิน ฮวาซา และโซลาร์ โชว์พลังและการควบคุมเสียงที่ทำเอาหลายคนต้องอึ้ง ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัวกับการร้องแร็ปของสาวมุนบยอนที่เติมรสชาติของเพลงให้เข้มข้นขึ้น ทุกอย่างไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ทำให้มามามูกลายมาเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ร้องเพลงได้ดีที่สุดในวงการ ยิ่งพวกเธอไปออกรายการ Dingo Killing Voice โชว์ร้องเพลงสดๆ รวมทุกเพลงดังของวงมาโชว์กันให้เห็นแอนตี้แฟนเลยเงียบปากไปได้จังหวะหนึ่ง เพราะรายการนี้ในช่องยูทูบ Dingo ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่ใครๆ ต่างพูดว่าโคตรจะโหด เพราะถ้าเสียงไม่ดีจริงก็ตายกันได้ง่ายๆ ดังนั้นไอดอลและนักร้องที่มาออกรายการก็ต้องเจ๋งจริงๆ เช่น IU, Kim Taeyeon, LeeHi, AiLee, Sam Kim, Kim Jongkook เป็นต้น 

ภาพ: KBS

     สำคัญไปกว่าความสามารถแล้วคือมามามูยึดมั่นต่อตัวตน พวกเธอโชว์ให้เห็นว่าคนที่สวยที่สุดคือคนที่มีความสามารถ เป็นตัวของตัวเอง และไม่ก้มหัวให้กับการดูถูกเหล่านั้น เพราะฝ่าฟันอุปสรรคมามาก ความมั่นใจเริ่มพอกพูน ลีลาบนเวทีของแต่ละคนเรียกว่าแพรวพราว การร้องแอดลิบทำได้อย่างไหลลื่น เคมีที่เข้ากันได้ดีของทั้ง 4 สาวสร้างความกลมกลืนแต่โดดเด่นขึ้นมาในวงการเพลง และเมื่อสังคมเปิดทางให้พวกเธอมากขึ้น คนจำนวนมากจึงเริ่มหลงเสน่ห์ความไม่เหมือนใครและใบหน้าที่สวยในแบบที่พวกเธอเป็น มามามูจับมือกันมั่นตอกหน้ากลับใส่สังคม นักข่าว และเหล่าแอนตี้แฟนเรื่องมาตรฐานความงามตลอดเวลาที่มีโอกาส โซลาร์เล่าว่า “ความมั่นใจไม่ได้มาเพราะคนอื่นพูด แต่มาจากข้างในเราเอง และนั่นทำให้คนอื่นเห็นแล้วพูดแบบนั้นต่างหาก”

ภาพ: MNET

     ขณะที่มุนบยอนบอกว่า “สำหรับเพลง HIP ที่ปล่อยไปนั้น คือการบอกเล่าให้พวกคุณรักฉันในแบบที่ฉันเป็น เพราะถ้าคุณแคร์ในสิ่งที่คนอื่นพูดมากจนเกินไป คุณอาจสูญเสียตัวตนของคุณได้ในวันหนึ่ง ดังนั้นถ้าคุณรักตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเอง และเป็นตัวเองให้ดีที่สุดก็เพียงพอ เพลงนี้จึงหวังที่จะส่งข้อความแบบนั้นออกไป” มามามูกล้าที่จะแตกต่างและไม่เดินตามพิมพ์นิยมของใคร เช่นว่าถ้าไอดอลชายถอดเสื้อกลางเวทีได้ พวกเธอก็ต้องทำได้บ้าง จะเลือกเต้นโพล์แดนซ์กลางเวที หรือสวมแค่ท็อปบราและเบลเซอร์ยามไปรับรางวัลก็ได้เช่นกัน พวกเธอให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม การให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน และการไม่ถูกลิดรอนสิทธิไป

     ในขณะที่ไอดอลสาววงอื่นค่อนข้างใส่ใจในการแต่งตัวยามที่สาธารณะ มามามูรู้ดีว่าการเป็นตัวเองและไม่ต้องบังคับฝืนคือสิ่งที่ดีที่สุด บางครั้งพวกเธอขึ้นเวทีด้วยชุดมาสคอตตลกๆ ชอบแกล้งหยอกล้อกันบนเวทีและในชีวิตจริง สำคัญคือความเป็นมืออาชีพ เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาพวกเธอแก้ไขเฉพาะหน้าได้อย่างเฉียบพลัน อย่างการขึ้นแสดงโชว์แล้วทีมงานดันเปิดผิดเพลง พวกเธอก็ไม่สะทกสะเทือนหรือตกใจแต่ยังสามารถร้องต่อได้อย่างลื่นไหล 

ภาพ: Pinterest

     อินฟลูเอนเซอร์จากช่องยูทูบ DKDKTV ลงพื้นที่ไปถามสังคมถึงกระแสและความเห็นของชาวเกาหลีใต้ต่อวงมามามู ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้คำตอบที่ทำให้ทุกคนต้องยิ้มว่า “มามามูไม่ใช่ไอดอลแต่เป็นศิลปิน” จะเป็น “พวกเธอไม่เหมือนกลุ่มอื่นที่โฟกัสหน้าตาและโชว์เสน่ห์ แต่มามามูโฟกัสที่จะโชว์ความสามารถมากกว่า” หรือ “พวกเธอดูเข้าถึงง่าย ไม่ถือตัว จริงใจ ไม่เฟค และดูเป็นตัวของตัวเอง” ก็ตาม

     ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ได้จากการตามติดวงมามามู พวกเธอโชว์พลังบวกที่สะท้อนความเชื่อมั่นในตัวเอง ทั้ง 4 สาวแสดงให้เห็นว่าความสามารถและการเป็นตัวเองนี่แหละ คือความสวยอย่างหนึ่งที่วงการนี้และโลกนี้ต้องการ ไม่แปลกใจว่าพวกเธอได้กลายมาเป็นตัวแทนและภาพลักษณ์ของเด็กรุ่นใหม่ที่มองเห็นคุณค่าของตัวเอง มากกว่าฟังคำตัดสินจากบุคคลภายนอก

ข้อมูล : Dingo Music, KoreaBoo