FASHION

ซึมซับมนต์เสน่ห์ภาคเหนือผ่านทริป 'หลงไทย' ที่จะทำให้หลงใหลการเที่ยวไทยกว่าที่เคย

ย้อนชมบรรยากาศและกิจกรรมจากทริป 'หลงไทย' ภาคเหนือ

     เที่ยวเชียง(รูปแบบ)ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์การท่องเที่ยวในแคมเปญ #หลงไทย ของภาคเหนือถูกนิยามเป็น More Authentic หมายถึงการเข้าใจรู้ลึกถึงรากฐานวัฒนธรรมโดยล้อไปกับทัศนียภาพอันสวยงามและประสบการณ์ล้ำค่าที่ยากจะหาได้จากที่อื่น ฉะนั้นการเที่ยวเชียงใหม่ใน 1 วันในรูปแบบที่พรีเมียม การันตีได้เลยแพลนการเที่ยวภาคเหนือภายใน 24 ชั่วโมงของทุกคนจะต้องน่าสนใจขึ้นอย่างแน่นอน



1 / 3

คุณนี-ชาลิสา วีรวรรณ




2 / 3

คุณเป็ด-ชญานี ชมแสงจันทร์




3 / 3

คุณโจ-จีรศักดิ์ พานเพียรศิลป์


     หากภาพความเคยชินเรื่องพระอาทิตย์ขึ้นและบรรยากาศยามเช้าจะเปลี่ยนแปลงไปก็คงจะเป็นทริปนี้ 4 ผู้โชคดีจากการเล่นเกมชิงรางวัลกับทางโว้กประเทศไทยกำลังจะได้สัมผัสประสบการณ์ “มิติใหม่แห่งการเสพย์ความงามยามเช้า ณ เชียงใหม่” และแน่นอนว่าการเก็บภาพความทรงจำจะถูกบันทึกผ่านเลนส์กล้องหรือแผ่นฟิล์ม ฉะนั้นการบันทึกเรื่องราวได้อย่างสมบูรณ์เราจึงมีคุณโจ-จีรศักดิ์ พานเพียรศิลป์ ช่างกล้องถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะดีกรีเคยร่วมกิจกรรม Shot on iPhone ขึ้นบิลบอร์ดทั่วโลกมาสอนเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้การวาดความทรงจำไว้ในรูปภาพออกมาสวยงามมากยิ่งขึ้น และยังมี KOL สายท่องเที่ยวและถ่ายภาพอย่างคุณนี-ชาลิสา วีรวรรณและคุณเป็ด-ชญานี ชมแสงจันทร์มาสร้างความพิเศษให้กับทริปนี้อีกด้วย



1 / 3

บรรยากาศการเตรียมบอลลูนก่อนขึ้น




2 / 3

บรรยากาศการเตรียมบอลลูนก่อนขึ้น




3 / 3

บรรยากาศการภายในบอลลูน


     ช่วงเช้าก้าวขึ้นบอลลูน...กิจกรรมแรกของวัน ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเช้าที่จะสร้างมิติยามเช้าของทางเหนือให้เหนือสมชื่อภาคสมแคมเปญ #หลงไทย ที่จะพาเราหลงใหลไปในความน่าสนใจของการท่องเที่ยวในประเทศแต่ให้ประสบการณ์ระดับโลก บอลลูนใช้ความร้อนขนาดบรรทุก 4-8 คนเตรียมพาเหล่าสมาชิกทริปค่อยๆ ลอยล่องขึ้นบนฟ้าซึมซับทัศนียภาพภูมิประเทศจังหวัดเชียงใหม่ เราเริ่มต้นขึ้นกันที่บริเวณสวนทวีชล โรงแรม Horizon Village & Resort เริ่มแรกจะได้พบเจอความสวยตั้งแต่เริ่ม การตระเตรียมอย่างเป็นมืออาชีพ ฟ้าสลัวยามเช้าสะท้อนแดดอ่อนกระทบสีสันของบอลลูกบนพื้นกลายเป็นงานศิลปะชิ้นแรกที่คุณโจสอนเรากดชัตเตอร์ในแบบฉบับ #shotoniphone



1 / 3

คุณโจกำลังสอนสมาชิกทริปเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือ




2 / 3

จังหวะบอลลูนค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้น




3 / 3

ภาพหอคำทวี ณ สวนทวีชลถ่ายจากบอลลูน


     แดดค่อยๆ สว่างขึ้นพร้อมไฟลุกโชนส่งความร้อนให้บอลลูนพาทุกคนยกลอยขึ้นไปช้าๆ จากระดับยอดต้นไม้สู่ท้องฟ้าและค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ  ช่วงเวลาแห่งความกลัวหมดไปภายใน 10 นาที ทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความตระการตาและอากาศบริสุทธิ์ในการทะยานแตะระดับความสูงเกือบ 2,000 เมตร หมุนชมวิว 360 องศา ความสูงบนบอลลูกคือความพิเศษ แต่ที่พิเศษกว่าคือการเดินทางบนนั้น ล่องลอยไปตามลม เปลี่ยนพื้นที่ให้เราได้ถ่ายภาพกันได้อิสระในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นเพราะคาดเดาเส้นทางที่แน่ชัดไม่ได้ขึ้นอยู่แรงลมเป็นหลัก แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปลอดภัยแน่นอนเนื่องจากฝีมือการบังคับของนักบินบอลลูนมืออาชีพที่สามารถจะหมุนบอลลูน 360 องศาเพื่อมุมมองที่แตกต่างในสถานที่เดียวกัน เห็นวัฒนธรรม วิถีชีวิตตั้งแต่เบิร์ดอายวิวไปจนถึงบินเรียดทักทายกับชาวบ้าน ความพรีเมียมที่ไม่ใช่แค่เรื่องราคาแต่หมายถึงการรับชมสิ่งพิเศษพร้อมสัมผัสวิถีชีวิตในมุมมองที่ต่างออกไปคือสิ่งที่น่าสนใจในการขึ้นบอลลูนครั้งนี้



1 / 6

ตัวอย่างภาพถ่ายจากบอลลูน - ราคาการขึ้นบอลลูนตกคนละ 8,800 บาท




2 / 6

ตัวอย่างภาพถ่ายจากบอลลูน - ราคาการขึ้นบอลลูนตกคนละ 8,800 บาท




3 / 6

ตัวอย่างภาพถ่ายจากบอลลูน - ราคาการขึ้นบอลลูนตกคนละ 8,800 บาท




4 / 6

ตัวอย่างภาพถ่ายจากบอลลูน - ราคาการขึ้นบอลลูนตกคนละ 8,800 บาท




5 / 6

ตัวอย่างภาพถ่ายจากบอลลูน - ราคาการขึ้นบอลลูนตกคนละ 8,800 บาท




6 / 6

ธรรมเนียมการราดแชมเปญหลังจากลงพื้นอย่างปลอดภัย


     แน่นอนว่าคอนเซปต์การ ‘หลงไทย’ มันไม่ใช่แค่มุมมองของคนๆ เดียวการขึ้นบอลลูนลูกเดียวกันยังลงมาเล่าในเรื่องที่ต่างกันได้ ฉะนั้นการขึ้นบอลลูนหลายคน หลายลูกยิ่งพาให้เราเสพย์เรื่องราวบอลลูนของตัวเองผ่านความคิดตัวเอง ความคิดคนร่วมลูก ไปจนถึงคนขึ้นบอลลูกต่างลูก ทั้งหมดย่อมได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน ความล้ำลึกของวัฒนธรรมพื้นถิ่นถูกมองในมุมมองที่ต่างออกไป มันหมายถึงการที่วัฒนธรรมถูกถ่ายทอดขึ้นมาสู่มุมสูง บอลลูนค่อยๆ ลอยไต่ระดับลงเพื่อหาสถานที่ลงจอด ถึงตอนลงจอดมันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ความพรีเมียมของประสบการณ์จบลง แต่หมายถึงทุกคนกำลังจะได้ต่อยอดความคิด ความสนุกด้วยการแบ่งปันเรื่องราวระหว่างกัน “ฉันบินเรียดนาเห็นวิถีเช่นนี้” หรือจะเป็น “ลูกของฉันบินผ่านถนนจนได้มุมถ่ายรูปที่สวยมาก” หรือแม้แต่ “จังหวะนี้แสงกระทบสวยจริงๆ” และอื่นๆ อีกมากมาย ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตและนี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าความพรีเมียมไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่เรื่องเงิน แต่หมายถึงความยอดเยี่ยมและประสบการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรมในแบบที่อาจจะไม่มีใครคิดว่าจะสามารถใช้วิธีนี้ซึบซับได้ บอกเลยว่าช่วงเช้าก้าวขึ้นบอลลูนคือสิ่งที่ทุกคนห้ามพลาดเป็นอันขาด



1 / 3

เซตขันโตกราคา 850 บาท/คน




2 / 3

บรรยากาศซุ้มขันโตกและฉากหลังหอคำทวี




3 / 3

บรรยากาศซุ้มขันโตก


     เมื่อลงจากบอลลูนทุกคนจะอิ่มท้องกับมื้อเช้าสุดพิเศษจากทางไร่ทวีชล ความพิเศษไม่ใช่รสชาติและหน้าตาของอาหารเท่านั้น แต่คือการส่งผ่านวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ชาวเหนือมาผสมผสานกับความทันสมัยจนเกิดเป็นขันโตกยามเช้าที่เสิร์ฟเมนูไฮไลต์ เช่น ออมเลตพริกลูกโดดซอสมะขาม น้ำพริกหนุ่มเห็ดหอม แกงตำลึงแหนม รวมถึงโยเกิร์ตใบเตยกับผลไม้และอีกหลายเมนู ต้องบอกว่าจุดเด่นไม่ใช่แค่รสชาติเพราะวิถีชีวิตส่งผ่านวิธีการเสิร์ฟ อาหารถูกย้อนเล่าไปถึงรากวัฒนธรรม ไปจนถึงความเรียบง่ายของที่มาและช่องทางโอกาสของคนพื้นถิ่น มันแสดงให้เห็นว่าเรื่องเหล่านี้ยังคงมีได้อยู่เพราะมีกลไกหลายอย่างคอยสนับสนุนไว้ เช่นการปลูกผักของพนักงาน เก็บไข่นกกระจอกเทศเอง กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบถูกปลูกภายในไร่ทวีชล ถือเป็นการเสิร์ฟวัฒนธรรมแบบอิ่มท้อง สัมผัสวิถีการกินขันโตกแบบอิ่มใจ ก่อนทุกคนจะได้หลงใหลในความพิเศษของบ้านไทยในช่วงสายๆ ต่อไป



1 / 6

บรรยากาศภายในหอคำทวี




2 / 6

บรรยากาศบ้านเก่าล้านนา




3 / 6

บรรยากาศบ้านเก่าล้านนา




4 / 6

บรรยากาศภายนอกหอคำทวี




5 / 6

คุณยายสาธิตการทอผ้ากี่เมือง




6 / 6

คุณโจสอนผู้โชคดีถ่ายภาพการทอผ้ากี่เมือง


     แคมเปญนี้ส่งเสริมให้เสพย์ภาคเหนือเน้นไปทางความงดงามเชิงวัฒนธรรมทั้งในรูปแบบเรื่องราวนามธรรมและรูปธรรม ฉะนั้นด้านรูปธรรม บ้านเก่า 3 หลังอายุเกิน 70 ปีในส่วนพื้นที่สวนกว่า 300 ไร่ยังคงรักษาภาพเก่าๆ ชาวล้านนา ข้อมูลเรื่องใต้ถุนสูงต่ำ การแบ่งชนชั้นตามขนบ ฯลฯ เรามาเพื่อเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ผ่านอาคารบ้านเรือนของจริง ศิลปะ ณ หอคำทวีก็ถูกถอดแบบมาอย่างน่าสนใจด้วยศิลปะการตกแต่งพ่วงด้วยความหมายของภาพต่างๆ ที่ถูกสะท้อนจากผนัง หรือแม้แต่ตัวอย่างการทอผ้ากี่เมืองก็เริ่มหาชมได้ยากในปัจจุบัน ดูผ่านรูป ฟังผ่านเสียงไม่พิเศษเท่ามาสัมผัสเอง จุดนี้ก็น่าสนใจอย่างมากหลังจากตื่นตากับกับบอลลูนมาแล้วในช่วงเช้า เพราะทั้งอิ่มท้องจากอาหารและอิ่มประสบการณ์ด้วยเรื่องราวรากฐานเมืองล้านนาผ่านของจริง แง่มุมเหล่านี้คุณโจได้เก็บภาพด้วยกล้องฟิล์มและโทรศัพท์มือถือพร้อมแนะนำผู้โชคดีอย่างต่อเนื่อง...



1 / 3

บรรยากาศ ณ สวนทวีชล Horizon Village & Resort




2 / 3

บรรยากาศ ณ สวนทวีชล Horizon Village & Resort




3 / 3

บรรยากาศ ณ สวนทวีชล Horizon Village & Resort


     และที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่แวะมาทำกิจกรรมเท่านั้น เพราะทางโรงแรมเองก็มีห้องพักตกแต่งธีมภาคเหนือดั้งเดิม รูปแบบห้องตั้งแต่ประตูจนถึงรายละเอียดเล็กน้อยถูกรังสรรค์เป็นกลิ่นอายภาคเหนือแท้ทั้งหมด แต่คงความทันสมัยด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ถือเป็นทางเลือกอย่างดีให้กับนักท่องเที่ยวที่อยากอิ่มเอมกับกิจกรรมทุกแบบอย่างครบวงจร



1 / 3

อาหารจากร้าน Ginger Farm สาขา One Nimman - ราคาคิดเป็น a la carte ตกอยู่ที่ประมาณหลักร้อยต้นๆ




2 / 3

อาหารจากร้าน Ginger Farm สาขา One Nimman - ราคาคิดเป็น a la carte ตกอยู่ที่ประมาณหลักร้อยต้นๆ




3 / 3

อาหารจากร้าน Ginger Farm สาขา One Nimman - ราคาคิดเป็น a la carte ตกอยู่ที่ประมาณหลักร้อยต้นๆ


     ขึ้นบอลลูนและลงมารับประทานอาหารเช้า เหล่าสมาชิกทริป #หลงไทย หลงใหลในบ้านโบราณในช่วงสายและพักผ่อนเดินเล่นกันเรื่อยๆ จนถึงเที่ยง กลับมาถึงเวลาอาหารอีกครั้ง สถานที่เดินทางต่อนั้นไม่ไกลจากตัวถนนนิมมานมากนัก เราจึงมีโอกาสได้แวะร้านชื่อดังอย่าง ‘Ginger Farm’ ณ โครงการ One Nimman อาหารเป็นเน้นเรื่องออร์แกนิก ไม่ใช่ความโบราณมากนัก แต่รสชาติอาหารเหนือที่ครบรสและยังสามารถสะท้อนวิถีคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะคนเมืองหรือนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ความเป็นเมืองเหนือในแบบที่สะดวกสบายมากขึ้นผ่านเมนูอาหารที่นี่



1 / 3

คุณลาโมนา แน่นหนากล่าวต้อนรับแขกจากทริป #หลงไทยครั้งนี้




2 / 3

ภาพการย้อมสีผ้าโดยผู้เชี่ยวชาญของสตูดิโอแน่นหนา




3 / 3

คุณนี-ชาลิสา ขณะกำลังเก็บภาพการย้อมสีอย่างใกล้ชิด


     ในเมื่อรากฐานเบื้องลึกของเรื่องราวภาคเหนือ ความตั้งใจ งานฝีมือ และความลึกซึ้งถูกตีค่าเป็นความน่าค้นหาและสร้างคุณค่าได้อย่างมาก จากถนนนิมมานเดินทางต่อทะลุมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สู่ซอยค่ายลูกเสือเพื่อมาถึง ‘สตูดิโอแน่นหนา’ แหล่งเพาะเมล็ดพันธุ์แสนหายากในการสืบสานสิ่งทอไทยโดยฝรั่งหัวใจไทยคุณแพทริเซีย แน่นหนา ฉากการต้อนรับความเป็นกันเองคือประสบการณ์แปลกใหม่ที่เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง คุณลาโมนา แน่นหนาลูกสาวคุรแพทริเซียเข้ามาต้อนรับพร้อมเล่าเรื่องราวการย้อมสีผ้า และความรู้เบื้องต้นว่าแท้จริงแล้วมรดกทางวัฒนธรรมของภาคเหนือมันพิเศษและน่าสนใจเพียงใด ผู้โชคดีทั้ง 4 คนรวมถึงคุณนี คุณเป็ดและคุณโจกำลังได้รับฟังเรื่องราวสุดพิเศษในด้านเทคนิคพิเศษของผ้าโบราณจากประสบการณ์ของบ้านแน่นหนากว่า 30 ปี สี ลายผ้าและรายละเอียดยิบย่อยกลายเป็นหัวข้อหลักที่น่าสนใจอย่างยิ่ง



1 / 3

สีและตัวอย่างไม้ที่นำมาทำ




2 / 3

ผ้าที่ถูกย้อมสีเรียบร้อยแล้ว




3 / 3

สีครามแท้จากหม้อครามประจำสตูดิโอแน่นหนา


     การลงสีผ้า ที่มาของสีผ้า กระบวนการย้อมสีต่างๆ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ทริป #หลงไทย พาเรามาหลงกันที่นี่ เพราะเข้ามาในโลกนี้เหมือนพลิกบรรยากาศมาสู่ความเชื่องช้าที่มีเสน่ห์ วิถีการวาดงานศิลป์ลงบนผ้าด้วยสีจากธรรมชาติ มนเสน่ห์บางอย่างปกคลุมไปทั่วทุกพื้นทำเราจดจ่ออยู่แต่กับความงดงามของศิลปะผ้าไทยตั้งแต่เรื่องราวของต้นทางไปจนถึงผลลัพธ์ในที่แห่งเดียว



1 / 4

งานถักทอสุดประณีตเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ล้ำค่าของภาคเหนือ




2 / 4

งานถักทอสุดประณีตเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ล้ำค่าของภาคเหนือ




3 / 4

ผู้ร่วมทริปขณะกำลังศึกษาและชื่นชมกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซชิ้นนี้




4 / 4

คุณนี-ชาลิสา ขณะกำลังสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลของผ้าผืนนี้


     การสาธิต...ไม่ใช่สิ! อาจจะเรียกว่าดูการทำงานจริง เมื่อคุณลาโมนาพาไปพบการถักทอผ้าคุณภาพสูงที่ใช้ระยะเวลาทำแต่ละผืนนานกว่า 6 เดือน ความละเอียดสอดประสานกับความคิดสร้างสรรค์ในการวางลายแต่ละชิ้น นับว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ เส้นใยประกอบกันเป็นลวดลาย ความเว้านูน พื้นผิวและระดับสีนี่คือความสุดยอดที่ต้องเสาะหา ความพรีเมียมเข้าตาจนเรียกว่าไม่มาไม่ได้



1 / 2

อาหารว่างในแบบฉบับไทยเดิม ประกอบด้วยผัดปลาแห้งแดงอุลิด ม้าฮ่อ และเมี่ยงดอกไม้




2 / 2

อ่องปูเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวเป็นการเริ่มต้นมือได้อย่างน่าสนใจ


     เราสามารถใช้เวลาอยู่กับความงดงามของงานคราฟต์แบบไทยตอนเหนือดั้งเดิมได้หลายชั่วโมง จากเวลาบ่ายเดินทางมาถึงเย็นใกล้ค่ำก็พอเหมาะกับเวลาอาหารอีกมื้อพอดี ครั้งนี้ร้านอาหารชื่อ ‘บ้านลันได’ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้อเย็นสุดพรีเมียม อาหารเหนือถูกตีความใหม่ให้มีลูกเล่นและความทันสมัยมากขึ้น เมนูเดิมๆ วัตถุดิบท้องถิ่นถูกแปรเปลี่ยนมาสู่อาหารที่อาจจะนิยามได้ว่า “โมดั้งเดิร์น (โมเดิร์น + ดั้งเดิม)” เพราะทุกจานเสิร์ฟความเป็นภาคเหนือรู้ถึงรากวัฒนธรรมแต่ก็จะไม่ลืมสร้างมิติใหม่ๆ เพื่อให้เราตื่นเต้นได้เสมอ



1 / 3

ผัดหมี่โบราณสำหรับแชร์




2 / 3

ต้มส้มไก่บ้าน (ซ้ายบน) ลาบผลไม้ และสันในหมูหมักหัวกะทิย่าง (ขวาบน) ซี่โครงอบซอสไวน์แดง (ล่าง)




3 / 3

ของหวานปิดท้ายด้วย ไอศกรีมกะทิ และซอสสตรอว์เบอร์รี่ชาไทยสละลอยแก้ว


     อย่างความพิเศษเช่นเห็ดถอบซึ่งเป็นเห็ดหายากขึ้นเพียงปีละครั้ง นำเสนอในเมนูจานผัด อ่องปูเองก็มาแบบดั้งเดิมแต่เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวละการจัดจานที่ดูน่ารัก ส่วนเมนูหลักอื่นๆ ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเช่นปลาส้มขยี้ไข่ ลาบผลไม้กับหมูหมักหัวกะทิย่าง เพิ่มมิติด้วยซี่โครงอบซอสไวน์แดงในแบบฉบับของร้าน แต่ก็ยังคงการนำเสนอวิถีแท้ของภาคเหนือด้วยชุดน้ำพริกที่ถึงเครื่องเช่นเดียวกับทุกๆ เมนู ตบท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีมกะทิเข้าคู่กับสตรอว์เบอร์รีและเสาวรส ไฮไลต์เป็นสละลอยแก้วที่มิติใหม่ของการเล่าเรื่องผ่านวิถีวัฒนธรรมผสมกับคำนิยามที่ผู้เขียนมองว่านี่คือความ “โมดั้งเดิร์น” อย่างแท้จริง ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เที่ยวไทยมิติใหม่ไม่มีซ้ำแน่นอน



1 / 4

ด้านหน้าของโรงแรม ณ นิรันดร์




2 / 4

บรรยากาศโรงแรม ณ นิรันดร์ สวยงามราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง




3 / 4

บรรยากาศโรงแรม ณ นิรันดร์ สวยงามราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง




4 / 4

บรรยากาศภายในห้องพักโรงแรม ณ นิรันดร์


     หลังจากใช้พลังงานกันมาทั้งวันคงอยากเอนกายพักผ่อนกันแล้ว ทริปนี้เราจึงมีโอกาสได้พักโรงแรมสุดหรูอย่าง ‘ณ นิรันดร์’ ที่ให้กลิ่นอายความสวยงามในแบบฉบับภาคเหนือ และด้วยบรรยากาศทางเข้าประกอบกับการตัดอารมณ์จากภายนอก สอดคล้องกับคำว่า “หลง” ในแคมเปญได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าสตูดิโอแน่นหนาคือสถานที่เรียนรู้และชื่นชมความประณีตในอีกโลกหนึ่ง นี่คือที่พักที่เหมือนหลุดไปอีกโลกเช่นกัน เหล่าผู้โชคดีได้สัมผัสโรงแรมริมน้ำพร้อมกับการตกแต่งแบบผสมผสาน อย่างที่ย้ำตามแคมเปญว่าความพรีเมียมไม่ได้ถูกตีความออกมาเป็นเพียงมูลค่าของเงิน แต่คือประสบการณ์และความยอดเยี่ยมครั้งใหม่ที่ทุกคนจะได้สัมผัสด้วยการเที่ยวประเทศไทยในแบบ #Amazingไทยแลนด์พรีเมียม



1 / 5

โลกอีกใบหนึ่งที่ถูกกรอบไว้ในชื่อ ณ นิรันดร์




2 / 5

โลกอีกใบหนึ่งที่ถูกกรอบไว้ในชื่อ ณ นิรันดร์




3 / 5

โลกอีกใบหนึ่งที่ถูกกรอบไว้ในชื่อ ณ นิรันดร์




4 / 5

โลกอีกใบหนึ่งที่ถูกกรอบไว้ในชื่อ ณ นิรันดร์




5 / 5

คุณนี-ชาลิสา กับฉากหลังเป็นโรงแรม ณ นิรันดร์


     ปิดท้ายทริปไปพร้อมกับความสวยงามของโรงแรมแห่งนี้ ความสวยงามเลอค่าตามรากฐานวัฒนธรรมภาคเหนือ เรื่องราวเล่าขานถูกส่งต่อจนมาเป็นกลิ่นอายของที่พักระดับ 5 ดาว ในปัจจุบันชื่อ ‘ณ นิรันดร์’ ถอดจากคำว่านิรันดรที่หมายถึงตลอดไป ประสบการณ์ความพิเศษของสมาชิกทริปโดยเฉพาะผู้โชคดีคงเปรียบเสมือนชื่อโรงแรมแห่งนี้เพราะมันจะอยู่ในความทรงจำตลอดชั่วนิรันดร์ แล้วอย่าลืมหลงใหลไม่มีวันสิ้นสุดแบบนี้ไปกับแคมเปญ #หลงไทย #Amazingไทยแลนด์พรีเมียม เพราะการเที่ยวไทยจะไม่ใช่การไปเที่ยวธรรมดาอีกต่อไป

 

ช่องทางการติดต่อสถานที่ต่างๆ ในทริปนี้

Balloon Adventure Thailand: โทร. 08-4611-4128 www.balloonadvennturethailand.com/location

Horizon Village & Resort: https://www.horizonvillage.net/

Ginger Farm Kitchen: https://www.facebook.com/gingerfarmkitchen/

Studio Naenna (สตูดิโอแน่นหนา): 053-226-042

บ้านลันได BAAN LANDAI FINE THAI CUISINE: https://www.facebook.com/baanlandaifinethaicuisine/

NA NIRAND Romantic Boutique Resort (โรงแรม ณ นิรันดร์): Email - rsvn@nanirand.com หรือ โทร. 053-280-988, 06-2875-2401