FASHION

รู้จัก Jessi ผู้ทลายขอบกั้นอุตสาหกรรม K-Pop ด้วยความตรงและแรง!

มารู้จักศิลปินสาวสายฮิปฮอปสุดฮอตที่เปิดกว้างด้านวัฒนธรรมจนคนเกาหลีใต้ยังต้องตะลึง

     อันที่จริงแล้วศิลปิน Jessica Ho หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Jessi นั้นคลุกคลีตีโมงในวงการเพลงมานานพอสมควร หากประโยคที่ว่า “เวลาของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน” เห็นจะเป็นเรื่องจริง เพราะยุคทองของเธอไม่ใช่ตอนเดบิวต์เป็นศิลปินในช่วงวัยทีน แต่เป็นช่วงปลาย 20 กว่าไปมากแล้ว และปัจจุบันเธอในวัย 33 ปีก็เรียกว่าบ่มเพาะประสบการณ์มาอย่างเข้มข้น เจสซี่เปล่งแสงท่ามกลางเหล่าไอดอลวัยกระเตาะมากมายได้อย่างโดดเด่น แสงของเธอไม่ใช่สีขาวเหมือนศิลปินทั่วไป แต่ลำแสงแรงๆ สีเจ็บๆ บอกตัวตนที่ไม่เหมือนใครจนทุกคนต้องแหวกทางให้แม่เดินอย่างที่เลี่ยงไม่ได้

     ย้อนกลับไปที่เรื่องราวส่วนตัว เจสซี่เกิดที่ New York ประเทศสหรัฐฯ และไปเติบโตใช้ชีวิตที่ New Jersey ก่อนจะย้ายกลับมาที่เกาหลีใต้ตอนอายุได้ 15 ปี เธอเลือกเข้าเรียนมัธยมปลายที่ Korea Kent Foreign School ที่นั่นทำให้เธอได้รู้จักและเป็นเพื่อนกับ Tiffany และ Jessica สมาชิกและอดีตสมาชิกวง Girls Generation ชื่อดัง ตัวเจสซี่เองผ่านการออดิชั่นของค่าย SM Entertainment เช่นเดียวกับสองสาว หากเธอรู้มาตลอดว่าสายเลือดแร็ปเปอร์และความชื่นชอบในแนวเพลงฮิปฮอปนั้นไม่ตรงกับความเป็นค่ายเอสเอ็ม เธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธและเดินหน้าค้นหาตัวเองในค่ายอื่น

ภาพ: Kpop-Sub

     เจสซี่มีความไม่ลงรอยกับวัฒนธรรมเกาหลีใต้สักเท่าไหร่ในช่วงแรก ตัวเธอที่มาจากเจอร์ซีย์มีความเป็นอเมริกันเต็มรูปแบบ วัฒนธรรมที่เปิดเผย เปิดกว้าง และไม่อยู่ในกฎระเบียบ ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ที่ค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมนั้นยากต่อการใช้ชีวิตสำหรับเธอ การเดินตามความฝันเองก็ยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อเด็กวัยรุ่นจำนวนมากแก่งแย่งความฝันนั้นไม่ต่างกัน แม้จะเดบิวต์ได้เป็นนักร้องดั่งใจฝันหากว่าความสำเร็จดูเหมือนจะไกลจนเกินเอื้อม ขนาดว่าหลายครั้งที่เธอต้องไปนอนในโรงอาบน้ำหรือที่เรียกว่าจิมจิลบัง เนื่องจากไม่มีเงินพอในการเช่าห้องพัก เจสซี่จึงเข้าใจวิถีของโลกและความโหดร้ายของวงการได้ดีกว่าใครๆ

ภาพ: Mnet

เริ่มต้นใหม่หลายครั้ง

     อย่างที่กล่าวไปว่าจะประสบความสำเร็จได้คงไม่ใช่แค่การลองตั้งแต่ครั้งแรก เจสซี่เองเปิดตัวในวงการเพลงด้วยการเป็นศิลปินเดี่ยวที่มาพร้อมซิงเกิ้ล Get up ในปี 2005 ก่อนหนึ่งปีให้หลังเธอไปจับมือเข้าร่วมเป็นสมาชิกของวง Uptown แทนที่ของสมาชิก Yoon Mi-rae ที่เพิ่งออกจากวงไป โดยเธอเข้ามารับตำแหน่งเมนโวคอลในวงที่มีแนวเพลงฮิปฮอปและอาร์แอนด์บี ตามมาด้วยการปล่อยซิงเกิ้ลส่วนตัวเป็นลำดับที่ 2 อย่าง The Rebirth แต่แล้วก็ดูเหมือนจะคว้าน้ำเหลวเพราะกระแสตอบรับนั้นทำเอาใจแป้วบวกกับปัญหาส่วนตัวที่มีอยู่ เจสซี่จึงตัดสินใจบินกลับบ้านเกิดที่สหรัฐฯ หายหน้าจากวงการเพลงไปถึง 5 ปี

     กลับมาอีกครั้งเธอเปิดตัวในฐานะสมาชิกของวงฮิปฮอป Lucky J ภายใต้บ้าน YMC Entertainment ในปี 2014 แม้เส้นทางฝันรอบนี้จะไม่ได้แย่เหมือนครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้นับว่าง่ายดายเช่นเดียวกัน ไม่กี่เดือนต่อจากนั้นเธอต้องลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้เป็นวงกว้าง ให้คนรับรู้การมีตัวตนอยู่ของเธอและเพื่อนร่วมวงอีกสองคน สาวเกาหลีสัญชาติอเมริกันตัดสินใจออกไปโชว์ของที่มีอยู่ด้วยการตกลงเข้าร่วม Unpretty Rapstar รายการโทรทัศน์ที่เป็นภาคแยกของ Show Me The Money เป็นรายการเอาชีวิตรอดของแร็ปเปอร์ภาคผู้หญิง ที่ต้องมาแข่งขันกันเพื่อโอกาสในการแสดงเพลงของตัวเอง รายการนี้เองที่แจ้งเกิดเธออีกครั้ง หากครั้งนี้กลับพลิกชีวิตเธอไปตลอดกาล

ภาพ: Jessiloves

ดวงดาวเริ่มเปล่งแสง

     Unpretty Rapstar ชื่อรายการก็บอกอยู่โต้งๆ ว่าเฟ้นหาแร็ปเปอร์หญิงสุดฉกาจโดยปราศจากเรื่องของหน้าตาเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าเจสซี่จะสวยในแบบของเธอ แต่หน้าตาและท่าทางแบบนี้ไม่ใช่แนวที่วงการเกาหลีใต้ต้องการเท่าไหร่นัก หากเจสซี่มาเพื่อโชว์ฝีมือการแต่งไรม์และฝีปากการร้องแร็ป เธอตรงไปตรงมา แรงแบบไม่แคร์สื่อ และด่ากราดกลางรายการแทบจะทุกอีพี เธอสร้างดราม่าแบบที่รายการโทรทัศน์ชื่นชอบโดยไม่ตั้งใจ เรตติ้งจึงพุ่งกระฉูด และเรียกความสนใจได้แบบไม่หยุดหย่อน ยิ่งได้เห็นว่าเจสซี่นั้นไม่ได้ดีแต่ปากเพราะเธอโชว์ของมากมายแบบไม่ยั้ง ทำให้เธอกลายเป็นคลื่นลูกเก่าในทะเลเปิดที่ซัดความแปลกใหม่มากระทบเกาหลีใต้อย่างไม่ทันตั้งตัว 

     แม้จะชนะรายการเป็นอันดับสอง แต่ซิงเกิ้ลเพลงของเธอเองที่ปล่อยออกมาต่อจากนั้นอย่าง Ssenunni ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ในปี 2016 เธอตกลงรับเข้าร่วมรายการ Sister’s Slam Dunk รายการวาไรตี้ผสมผสานทั้ง Reality และ Documentary ในรายการนี้ทำให้ทุกคนได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเจสซี่มากยิ่งขึ้น เธอเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร มีทั้งความสามารถและนิสัยตรงๆ ไร้ฟิลเตอร์ในการกรองหรือปั้นแต่ง ทำให้แฟนโทรทัศน์ชื่นชอบ เมื่อเกณฑ์แฟนคลับและเริ่มซื้อใจคนดูได้มากขึ้น เจสซี่ปล่อยซิงเกิ้ลต่อมา อย่าง Gucci ในปี 2017 ทำเอาโลก K-Pop ตาสว่างวาบเปิดโลกใบใหม่แบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

ภาพ: Hallyu K Star

นำเสนอมุมมองใหม่

     จากเจอร์ซี่สู่เมืองโซล เจสซี่คลุกเคล้าวัฒนธรรมการร้องเพลงของตะวันออกและตะวันตกได้อย่างน่าสนใจ สไตล์การแร็ปแบบอเมริกันที่มีเนื้อหาเสียดสี ตรง และแรง ผนวกเข้ากับจังหวะการร้องแร๊ปที่แน่น เร็ว และว่องไวแบบเกาหลีใต้ สร้างสรรค์ผลงานเพลงและความสนุกสนานให้กับวงการในแบบที่ไม่มีใครเคยเห็น เกิดเป็นความลงตัวที่ทุกคนต้องให้ความสนใจ

     หลังหมดสัญญากับค่ายเก่าเจสซี่เดินหน้าสู่บ้านหลังใหม่อย่าง P Nation ของไอดอล PSY บ้านที่ทำให้เธอได้เป็นตัวเองมากขึ้นไปอีกแบบไร้กฎเกณฑ์ขวางกั้น ทำให้เพลงใหม่ที่ปล่อยออกมานั้นขึ้นฮิตติดชาร์ตกันถ้วนหน้าทั้ง Nunu Nana ที่เธอได้ชวนไอดอลสุดเซ็กซี่รุ่นบุกเบิกอย่าง Lee Hyori มาร่วมสาดความแสบไปอีกขั้นในปี 2020 รวมไปถึงการเข้าร่วมวง Refund Sisters ที่รวบรวมตัวแม่แสนแสบของวงการมาปั้นเป็นวงเพื่อสร้างเพลงร่วมกัน ตามมาด้วยการออกเพลง Cold Blooded ในปีถัดมา และล่าสุดที่เพิ่งปล่อยไปได้ไม่นานอย่าง Zoom ในปี 2022 เพลงที่เสียดสีแอนตี้แฟนที่ชอบเข้ามาสอดส่องตามซูมชีวิตและจับผิดเธอเป็นว่าเล่น

ภาพ: SFDB

     ไม่เพียงแค่ผลงานด้านเพลงเท่านั้นที่เปิดโลกทัศน์ของวงการเกาหลีใต้ให้กว้างขึ้น แต่ยังรวมไปถึงแฟชั่นแปลกใหม่ที่ขนมาเทียบท่าให้ชาวเกาหลีใต้ได้อ้าปากค้างไปตามๆ กัน ทั้งการผสมผสานเดรสรัดรูปโชว์สัดส่วนโค้งเว้า กางเกงขาสั้นกุดโชว์เรียวขา แม้ว่าเสื้อผ้าจะเซ็กซี่ขนาดไหนเจสซี่ก็ยังคงไม่ลืมสตรีตแวร์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของเธอเหมือนพวกแร็ปเปอร์อเมริกัน อย่างสนีกเกอร์สุดเท่ไม่ว่าจะมาจาก Nike หรือ Off White ที่เธอชื่นชอบ รวมไปถึงหมวกทรงบักเก็ตแฮตของ Prada ที่ดูจะเข้ากันได้ดีกับทุกชุด เมื่อเธอหยิบขึ้นมามิกซ์แอนด์แมตช์เป็นสัญลักษณ์ประจำตัว

ภาพ: Jessi

     เจสซี่ยังมาพร้อมนิสัยที่ดูแปลกไปจากที่ชาวเกาหลีใต้เคยพบ การเปิดเผยตรงๆ เองทำให้สังคมต้องยกมือทาบอกตกใจกันไปยกใหญ่ ยิ่งเธอได้มีรายการเป็นของตัวเองในปี 2020 กับ Jessi's Showterview ด้วยแล้ว ทำให้เธอเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ และโชว์ความสามารถการเป็นพิธีกรได้แบบเต็มเหนี่ยว เธอเปิดเผยอย่างเป็นตัวเอง พูดจามั่นใจ ไม่ขี้อาย กล้าแตะประเด็นที่สังคมไม่กล้าพูด ทั้งการที่เธอยอมรับตรงๆ ว่าไปผ่าตัดเสริมหน้าอกมา การพูดเรื่องใต้สะดือแบบทะลึ่งทะเล้นชวนหัว การแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟัน หรือแม้แต่นำเสนอเรื่องราวเปราะบางอย่าง LGBTQ+ ก็ตาม ทำให้เจสซี่กลายมาเป็นภาพลักษณ์ Bad B*tch ที่มาตัดเลี่ยนความน่ารักสดใสของไอดอลหญิงในวงการได้อย่างสมดุลกัน

     ศิลปินวัย 30 กว่าคนนี้ถือเป็นไอดอลเพื่อคนยุคใหม่ขนานแท้ เป็นนักร้องที่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่วงการขาดหายไป เธอก้าวเข้ามาทลายเส้นกั้นของวงการให้กว้างขึ้นและหลากหลายมากขึ้น ในตอนนี้เจสซี่ทำให้รสชาติของวงการ K-Pop เข้มข้น เผ็ดร้อน และอร่อยขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ในอนาคตเจสซี่จะกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญและชักใบเรือของวงการเพลงให้ไปในทิศทางไหนบ้าง จะแรงและแสบกว่าเดิมขนาดไหนต้องรอติดตาม