FASHION

“ศาสตร์แห่งอัญมณีบำบัด” เทรนด์ฮอตฮิตติดลมบนในแวดวงจิวเวลรีขณะนี้

ขอต้อนรับสู่โลกยุคใหม่...ที่ซึ่งมนุษย์พร้อมใจกันหวนคืน สู่ธรรมชาติ “ศาสตร์แห่งอัญมณีบำบัด” จึงกลายเป็น เทรนด์ฮอตฮิตติดลมบนในแวดวงจิวเวลรีขณะนี้

คริสตัล พลังจักระ และจิวเวลรี หากนำ 3 คำนี้มาอยู่ด้วยกัน คงทำให้หลายคนจินตนาการถึงดรีมแคตเชอร์ตัวเรือนเงินมี จี้เทอร์คอยส์ตรงกลาง หรือไม่ก็จี้หินคริสตัลไร้การเจียระไน แบบเดียวกับที่เห็นจาก ร้านรวงตามเทศกาล Glastonbury นั่นแหละ ด้วยกระแสรักษ์โลกบวกกับเรื่องราวความเชื่อ (ที่เป็นเพื่อนสนิทของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล) จึงไม่แปลกถ้านักออกแบบจิวเวลรีรุ่นใหม่จะพร้อมใจกันขับเคลื่อนพลังงานของหิน กลั่นกรองออกมาเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัย ซึ่งจะว่าไปก็ทั้งสวยโดดเด่นแถมยังมีคุณสมบัติในแง่ของเครื่องรางและศาสตร์บำบัดที่ซ่อนอยู่ด้วย

“ฉันเติบโตมากับคริสตัลพวกนี้” Paige Novick จิวเวลรีดีไซเนอร์ชาวนิวยอร์กเล่าประวัติให้เราฟัง “แม่ของฉันเป็นนักบำบัดรุ่นบุกเบิก ตั้งแต่ศาสตร์นี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก” คอลเล็กชั่น Powerful Pretty Things ของเพจ โนวิกผสมผสานความรู้ด้านศาสตร์แห่งอัญมณีบำบัดเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย “ไม่เคยรู้สึกว่าคริสตัลดูหรูหราเท่านี้มาก่อน ฉันต้องการใช้มันเพื่อยกระดับและถ่ายทอด ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น” เธอทำคู่มือขึ้นมาเพื่อแนะนำ ลูกค้าว่าชิ้นไหนเหมาะกับใคร อย่างเช่น คนที่ต้องการเสริมพลังด้านความคิดสร้างสรรค์และการหยั่งรู้ เธอจะแนะนำสีเขียว อาจเป็นแหวนหินอเวนเจอรีน หรือตุ้มหูมรกต สิ่งที่เราสงสัยก็คือมันช่วยได้จริง? “ไม่...ฉันตอบไม่ได้หรอก แต่มันสามารถช่วยให้คุณแตะๆ ความรู้สึกแบบนั้นได้ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับตัวเอง” ก็คงไม่ต่างกับความเชื่อของไทยที่ให้สวมสร้อยพระติดตัวไว้ จะได้แคล้วคลาด ปลอดภัย หรือมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฮิตกำไลลูกปัดหินมงคลมากจนราคา พุ่งพรวด หากอยากรวยต้องใส่ไหมทอง อยากฮอตต้องใส่โรสควอตซ์

นอกจากแบรนด์อินดี้กระแสรองแล้ว เหล่าแบรนด์เพชรยอดมงกุฎเองก็เริ่มหันมาสนใจพลังของหินแล้วเหมือนกัน Calorine Scheufele ประธานกรรมการร่วมแห่ง Chopard แนะให้ใส่แอเมทิสต์เวลาไปปาร์ตี้ (เพราะชาว- โรมันเชื่อว่าสามารถคุ้มครองไม่ให้เราปล่อยตัวปล่อยใจเกินไป) หรือสวมตุ้มหูทรงหยดน้ำที่ทำจากโรสควอตซ์ถ้าคุณกำลังมองหาความรัก คอลเล็กชั่น Liens Séduction ที่ผ่านมาของ Chaumet ก็เช่นกัน บอกว่าจี้ทรงดอกไม้หินเทอร์คอยส์จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ ถ้าอยากมีโชคต้องพึ่งมาลาไคต์ ส่วนนาฬิกาหน้าปัดลาพิสลาซูลีช่วยเสริมพลังอำนาจและวิสัยทัศน์ ในขณะที่ Pomellato แบรนด์สัญชาติอิตาลีฉลองครบรอบ 50 ปี คอลเล็กชั่น Ritratto ด้วยการขุดลึกลงไปเพื่อนำพลอยเนื้ออ่อนเช่นไทเกอร์อายและมาลาไคต์มารังสรรค์เป็นแหวนในชื่อคุ้นหู Tea in the Sahara และ Magic Ginger

พูดถึงเรื่องการดูดวงด้วยคริสตัล Carol Woolton นักเขียนโว้กที่เคยไปพบ Azalea Lee อดีตสไตลิสต์และคอสตูมดีไซเนอร์ เจ้าของโชว์รูม Place 8 Healing ในลอสแอนเจลิส เล่าว่าบรรยากาศในสตูดิโอสีขาวนั้นเหมือนสถานบำบัดในสวิตเซอร์แลนด์ผสมกับแกลเลอรี ร่วมสมัย มีการจัดโชว์จิวเวลรีและคริสตัลราวกับงานศิลปะ ตลอด 2 ชั่วโมงที่เข้าคอร์ส คริสตัลกว่าร้อยชิ้นถูกนำมาวางบนส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตามด้วยเสียงของอาซาเล ลีที่คอยโน้มน้าวเธอ “ฉันอยู่ในฐานะไกด์ที่จะนำทางคุณไปสู่ความชัดเจนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” แครอลได้รับหินติดมือกลับบ้านไปด้วย แต่ไม่ใช่ว่ามนุษย์จะเป็นฝ่ายเลือกเสมอไป...หินก็เลือกคนเหมือนกัน อาซาเลแนะนำ แครอลว่า “คริสตัลจะกู่ร้องเรียกหาฉันด้วยเสียงอันดัง พวกมันเข้าถึงจิตใจคนได้จริงๆ เพียงแต่คุณต้องอยู่กับหินเหล่านั้นทุกวัน ใช้ชีวิตอยู่กับมัน จะดีมากหากคุณนั่งสมาธิด้วยนะ ระหว่างทำงานก็เอามาวางไว้แถวคีย์บอร์ด” หินที่แครอลนำกลับไปลอนดอนด้วยคือแอนเจลไลต์สีฟ้าขุ่นและทัวร์มาลีน สีดำก้อนใหญ่ “ฉันไม่เคยเจอใครที่ไม่ต้องการทัวร์มาลีนสีดำ” อาซาเลย้ำ “มันสามารถเปลี่ยน ทุกสิ่งที่เป็นเรื่องร้ายให้เป็นพลังงานบวกได้” สำหรับคนยุคมิลเลนเนียลที่ติดหนึบกับโลกดิจิทัล อาซาเลแนะนำให้หาหินฮีมาไทต์มาไว้ใกล้ตัว เชื่อกันว่ามีพลังเชื่อมต่อโดยตรงกับพระแม่ธรณี สามารถดึงเราให้กลับมา ติดดินและอยู่กับปัจจุบัน ส่วนผู้เขียน... จากประสบการณ์ตรงที่ได้ครอบครองหิน 3 ประเภทขอบอกว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจล้วนๆ ถ้าถามว่า “มีบทสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ให้เห็นได้ด้วยสายตาหรือไม่” ตอบ ตามตรงว่า “ไม่”…ก็แล้วคุณ “มองเห็นวันพรุ่งนี้หรือเปล่าล่ะ” แต่มันมีจริงๆ...ใช่ไหม