FASHION

ฟังจากปาก Harry Styles ว่าเมื่อต้องกักตัวอยู่บ้านเขาจะทำอะไร หลังจากวุ่นกับชีวิตศิลปินมาตลอด

     ตอนนี้ไม่ใช่แค่เราที่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านเพื่อรักษาความปลอดภัยและลดอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เท่านั้น แต่ศิลปินนักร้องนักแสดงทั่วโลกก็ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน Harry Styles ศิลปินหนุ่มชาวอังกฤษก็เช่นกัน เขาต้องกักตัวอยู่ในบ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันตามมาตรการขององค์กรอนามัยโลก (WHO) เพื่อเพิ่มระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) นำมาซึ่งอัตราการแพร่ระบาดที่ลดลง แต่แฮร์รี่ก็ไม่ได้ปล่อยเวลา 24 ชั่วโมงในบ้านให้เสียเปล่า เขาต้องการพัฒนาตัวเองในด้านอื่นที่สามารถทำได้ขณะอยู่ที่บ้าน และเขาก็ไม่รอช้าเริ่มลงมือทำทันที

Fenn O'Malley สาวมีสไตล์ที่ Harry Styles เล่าเรื่องชีวิตการกักตัวให้ฟัง / ภาพ: ASOS

     เขาพูดคุยกับ Fenn O’Malley กลางรายการ 1Xtra เมื่อวันที่ 18 มีนาคมตามเวลาประเทศอังกฤษ เผยว่าเขาต้องกักตัวไม่ต่างจากคนอื่นก็เลยใช้เวลานี้ในการเรียน “ภาษาอิตาเลียน” และ “ภาษามือ” ควบคู่กันไป เมื่อดีเจเฟนน์ถามว่าแฮร์รี่ทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตชีวาขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้ เขาเลยตอบว่า “ฉันโชคดีที่มีเพื่อนในการกักตัวเหมือนกัน มันเป็นเวลาที่แปลกทีเดียว พวกเราระมัดระวังทุกย่างก้าวในการใช้ชีวิต พวกเราฟังเพลง เล่นเกม และมาสก์หน้า กิจกรรมสำหรับการกักตัวทั่วๆ ไปนั่นล่ะ” และเขาเสริมถึงการเรียนภาษาว่า “มันค่อนข้างยากนะแต่มันก็โอเคเลย” พร้อมทั้งบอกด้วยว่า “ผมได้มีโอกาสเรียนภาษาอิตาเลียนและภาษามือในช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิตนอกจากเวลา” นักร้องหนุ่มวัย 26 ปีเผยถึงข้อดีการกักตัวด้วยว่า “ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบในการฝึกทักษะและหากิจกรรมยามว่างใหม่ๆ” ถือว่าเขามองโลกในแง่ดีถึงแม้จะไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกแบบที่เป็นธรรมชาติของตัวเขามาตลอดชีวิตศิลปิน

Harry Styles เมื่อครั้งไปเยือนกรุงโรมเมื่อปี 2018 / ภาพ: Twitter

     ทำไมการเรียนภาษาในช่วงวิกฤติที่มีการกักตัวแบบนี้จึงสำคัญ...ผู้เขียนมองว่าการเรียนภาษาไม่ใช่แค่การอ่านเขียนหรือรู้จักตัวอักษรเท่านั้น แต่หมายถึงการเข้าใจรากฐานทางวัฒนธรรมด้วย การศึกษาเข้าถึงแก่นของภาษาต้องเข้าใจความเป็นธรรมชาติของเจ้าของภาษา ในช่วงวิกฤติแบบนี้แฮร์รี่จะได้โฟกัสอย่างจริงจังโดยไม่มีสิ่งเร้าอื่นมารบกวน และแฮร์รี่มีโอกาสเสพข่าวเพื่อเข้าใจสถานการณ์ของเจ้าของภาษา ณ ตอนนี้ รวมถึงเมื่ออิตาลีกำลังเผชิญกับเรื่องใหญ่หลวงย่อมมีข่าวหรือบทวิเคราะห์ทั้งเชิงรูปธรรม(ข่าวสารต่างๆ) และเชิงนามธรรม(วัฒนธรรม) ออกมาให้ได้ซึบซับตัวตนของชาวอิตาเลียนอย่างแท้จริง ไม่แปลกเลยที่คณะอักษรศาสตร์หรือศิลปะศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ เวลาสอนภาษาต่างประเทศมักพ่วงการศึกษาวัฒนธรรมเข้ามาด้วย หากเราไม่เข้าใจบริบทการใช้หรือรากฐานที่มาเราไม่มีทางนำภาษาที่ท่องจนจำได้เป็นท่อนเป็นตอนมาใช้ได้อย่างถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์หรือถ้าใช้ได้ก็ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร เหตุการณ์เหล่านี้ผู้เขียนจึงนิยามให้เป็นเรื่องของการจดจำภาษามากกว่าการศึกษาภาษา ถ้าแฮร์รี่ลงใจกับทั้งภาษาอิตาเลียนและภาษามืออย่างจริงจังอย่างที่กล่าวไว้ ไม่นานเราอาจได้เห็นเขาทักทายว่า Ciao! พร้อมท่าทางภาษามือต่อด้วยบทสนทนาไหลลื่นราวกับคนท้องถิ่นในไม่ช้า

Harry Styles ณ โชว์ Gucci คอลเล็กชั่นครูส 2020 ซึ่งการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์จากอิตาลีอาจเป็นเหตุผลให้เขาอยากศึกษาภาษาท้องถิ่นมากขึ้น / ภาพ: Gloria Maria Cappelletti

     นอกจากเรื่องภาษาเราพัฒนาทักษะอะไรได้อีกบ้าง คำถามนี้ตอบไม่ยากคือเราพัฒนาได้แทบทุกทักษะ ขณะเราทำงานที่บ้านเมื่อเราทำงานที่สำนักงานอาจจะพึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้งานออกมาลุล่วงสำเร็จ แต่การทำงานที่บ้านเราต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีรอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเรียนรู้ข้อจำกัดของตัวเราและสิ่งรอบตัวเพื่อหาช่องทางการพัฒนาชีวิตให้เดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วงเวลาที่กระจกคือสิ่งของที่ขยายโลกให้กว้างที่สุดเมื่ออยู่ในห้องแคบๆ เรากำลังมีช่วงเวลาที่ย้อนมองตัวเองและทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดทำมาก่อน บางอย่างอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ เช่นแค่ล้างจานหรือทำความสะอาดโต๊ะ หรือจะเป็นการตั้งคำถามต่อตัวเองว่าถ้าเราไม่เสียเวลาออกไปทำสิ่งอื่นนอกบ้านเราสามารถเรียนรู้อะไรทั้งภายในบ้านและผ่านโลกออนไลน์ได้บ้าง ไม่แน่วันหนึ่งคุณอาจจะหยิบหนังสือเล่มเก่าเก็บประจำตระกูลพร้อมลงลึกว่าทำไมปู่ย่าตายายต้องเก็บมันเอาไว้ รากเหง้าวงศาญาติอาจจะเป็นเรื่องที่คุณไม่เคยให้ความสำคัญแต่เมื่อเปิดใจลองสัมผัสเราอาจจะรู้จักตัวเองมากขึ้น จงมองโลกแง่บวกเข้าไว้ ในช่วงเวลาวิกฤติมีโอกาสให้เราพัฒนาตัวเองเสมอ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระเมื่อลองขยับขยายขีดจำกัดของตัวเองไม่ว่าจะมากหรือน้อยนั่นแปลว่าเรากำลังเริ่มต้นพัฒนาและเข้าใจตัวเราเองมากขึ้น

คีย์เวิร์ด: #COVID-19