FASHION

Etiquette: เทเลอร์ช็อปของคนรุ่นใหม่ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

เมื่อสูทกลายเป็นเรื่องของทุกคน การสไตลิ่งและการเลือกซื้ออย่างมีสไตล์เกิดขึ้นได้ ณ ที่แห่งนี้แน่นอน

     “สูท” คำนึ้คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงความเป็นผู้ชายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแมสคิวลีน เสื้อผ้าแบบอนุรักษ์นิยมที่ต้องสวมคู่กับเสื้อเชิ้ตและเนกไทสุดทางการ วันนี้โลกยุคใหม่พาสูทวิ่งในเส้นทางแห่งความอิสระมากขึ้น ความเป็นสูทจะไม่ถูกขีดจำเพาะสำหรับผู้ชายอีกต่อไปเท่านั้น เพราะวันนี้ “ETIQUETTE” ร้านตัดสูทแนวใหม่กำลังจะพาทั้งหนุ่มๆ และสาวๆ ก้าวเข้ามาในโลกแห่งการสไตลิ่ง ความสนุกของร้านสูทแบบไม่มีกฎเกณฑ์ทำให้ที่นี่จะกลายเป็นร้านสูทของทุกคน

     เจ้าของร้านอย่าง “โอ๊ต-เลิศศักดิ์ ชิตวรากร” สถาปนิกหนุ่มผู้หลงใหลในความมีเสน่ห์ของงานเทเลอริ่ง เขาจึงหันมาคว้าความชอบเปิดเป็นร้านสูทแบบ Bespoke หรือร้านสูทสั่งตัดเพื่อผู้สวมใส่แต่ละคนโดยเฉพาะ ร้านนี้แตกต่างไปจากร้านสูทดั้งเดิมพอสมควร โดยคุณโอ๊ตเน้นยำถึงสัดส่วนของผู้สวมใส่เสียยิ่งกว่าแพตเทิร์นในการตัดแบบ “House Signature” เลยด้วยซ้ำ เท่ากับว่ากฎเกณฑ์การรังสรรค์นั้นถูกขยายออกให้กว้างจนสามารถรองรับความต้องการจากทุกเพศทุกวัยได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน เรื่องนี้สอดคล้องกับโลโก้ร้านรูปคนสวมสูทขี่จักรยานที่คุณโอ๊ตเล่าให้ฟังว่า “เราอยากให้คนสวมสูทใช้ชีวิตสบายๆ ไม่ต้องสนกฎเกณฑ์มากนัก สวมสูทไปไหนมาไหนก็ได้เหมือนในต่างประเทศ และอีกอย่างมันก็สะท้อนความอิสระในการพาสไตล์โลดแล่นไปสนุกได้ทุกที่”

    จุดเด่นของเอทิเคทท์คือความเรียบง่ายและสบายของสูท การจะหยิบลุคสูทต่างๆ มาสไตลิ่งสามารถทำได้ทั้งเดรสอัพและเดรสดาวน์ ฉะนั้นการทำสูทแบบ 3 Roll 2 - Unlining หรือแบบ 3 กระดุมไม่มีซับในทั้งตัวจะทำให้สูทมีความวาไรตี้สามารถหยิบจับมาสร้างสรรค์ลุคได้แทบจะอิสระ โดยทางร้านจะไม่ทำให้สูทดูลำลองจนเกินไป แต่จะเสริมฟองน้ำจุดเล็กๆ บางจุดเพื่อรักษาสูทให้กับเข้าสรีระและส่งเสริมบุคลิกภาพได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้คุณโอ๊ตยังเน้นย้ำเรื่องการฟิตติ้ง เพราะแค่เทคนิครังสรรค์ชุดสูทแค่คุณภาพและเทคนิคการตัดเย็บยังไม่พอ ต้องมีความแม่นยำและใส่ใจการฟิตติ้งด้วย “Proportion & Form” จึงเป็นเรื่องสำคัญ จุดนี้ทำให้ไม่ว่าผู้สวมสูทจะมีรูปร่างแบบใดก็สามารถสวมใส่สูทสั่งตัดของเอทิเคทท์ได้อย่างมั่นใจ

     ความหลากหลายไม่ได้เกิดจากแค่การทำสูทเพราะมันเกิดตั้งแต่การเลือกผ้า ที่นี่มีผ้าคุณภาพให้เลือกมากมายตั้งแต่ผ้าระดับกลางอย่าง Vitale Barberis Canonico(VBC), Paladino ไปจนถึงผ้าระดับใช้ใน Savile Row อย่าง Holland & Sherry หรือถ้าใครสายอิตาเลียนแบบลักชัวรีก็มี Piacenza 1733 ซึ่งถือว่าเป็นผ้าระดับเบอร์ต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว หรือถ้าผ้าเหล่านี้อาจดูเป็นสูทสำหรับผู้ช้าย ผู้ชายเกินไป ทางร้านก็มีผ้าอีกหลากหลายชนิดที่สามารถทำเป็นสูทหลากสีสันหรือลวดลายต่างๆ เพื่อตอบโจทย์หนุ่มสาวรักสนุกได้เหมือนกัน เรียกว่าเป็นร้านสูทที่ค่อนข้างครบวงจรเรื่องผ้าเลยก็ว่าได้

     นอกจากตัดสูทแบบ Bespoke แล้วอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือเสื้อผ้าแบบ Off The Rack (OTR) หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูปมีไซส์พร้อมใส่ โดยร้านจะเน้นไปที่เสื้อเชิ้ตรูปแบบต่างๆ ไล่ตั้งแต่ความคลาสสิกเต็มรูปแบบ เสื้อขาวปรับดีเทลบริเวณจุดต่างๆ ไปจนถึงเสื้อสไตล์แคชชวลที่ใส่ได้ทุกโอกาส กางเกงเองก็ออกแบบทรงมาค่อนข้างสลิมนิดๆ แต่ไม่เข้ารูปจนเกินพอดี มีการทิ้งระยะระหว่างผ้ากับขาแต่หลอกตาด้วยเส้นจีบด้านหน้าทำให้ขาของผู้สวมใส่เรียวยาวมากขึ้น มากไปกว่านั้นยังมีเนกไทและพ็อคเก็ตสแควร์จากแบรนด์ยอดฮิตของสายซาร์ทอเรียลอย่าง Drake’s และ Kamakura อีกด้วย เรียกว่าใครมาร้านนี้ยังไม่ตัดสูทก็อาจได้ของกลับบ้านไปก่อนตัดสินใจกลับมาอีกครั้งก็เป็นได้

     คุณโอ๊ตเผยถึงความตั้งใจสูงสุดว่า “ผมอยากให้ร้านนี้เป็นเหมือนสังคมที่เราได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันและแนะนำเรื่องแฟชั่นกัน” พร้อมทั้งเสริมด้วยว่า “จริงๆ การสวมสูทหรือเสื้อผ้าสไตล์นี้ทำได้แทบจะทุกโอกาส เพราะฉะนั้นเราอยากให้ทุกคนเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับเราว่าถ้าจะไปงานหรือสวมสูทไปไหนมาไหนก็นึกถึงเรา ไม่ใช่แค่ตัดแต่หมายถึงสไตล์ที่เราสามารถออกแบบให้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการสวมใส่ได้” รสนิยมบุรุษผู้มีความคลาสสิกอาจเป็นต้นกำเนิดของร้านนี้ แต่บอกเลยว่าการพัฒนาต่อยอดตั้งแต่รากฐานแนวคิดมาจนถึงตอนนี้เอทิเคทท์กำลังกลายเป็นร้านเทเลอร์ช็อปที่ตอบโจทย์ได้ทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอนโว้กรับประกัน

 

สถานที่ตั้ง: หน้าโรงแรมอลิซาเบธ ระหว่างซอยประดิพัทธ์ 15 กับ 17

Facebook: Etiquette.bangkok

Instagram: @etiquette.bangkok